คอลัมนิสต์

ศิลปะแห่งการดูด

ศิลปะแห่งการดูด

23 ก.ค. 2561

ศิลปะแห่งการดูด : คอลัมน์...  อ่านขาดหมากการเมือง  โดย...  สมชัย ศรีสุทธิยากร 

 

          “ดูด” เป็น กริยา หมายถึงการพยายามถ่ายเทสสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยแรงที่กระทำจากภายใน เช่น การดูดน้ำเข้าปาก ใช้แรงจากการสูดเข้าปาก การดูดฝุ่น ใช้แรงจากมอเตอร์ ใช้แรงจากเครื่องยนต์ เป็นต้น ผลที่ได้จากการดูดจะทำให้สสาร ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฝุ่น หรือของเสียทั้งหลาย ย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ 

          การดูดที่ได้ผล ผู้ดูดต้องพิจารณาเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสสารที่จะเลือกดูด การดูดน้ำจากแก้วใช้หลอดเล็กๆ ก็ได้ผล แต่ถ้ามวลน้ำมากมายมหาศาลแบบถ้ำหลวง คงต้องพึ่งเครื่องสูบพญานาค การดูดฝุ่นคงต้องใช้เครื่องดูด เพราะใช้ปากดูดคงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนการดูดส้วมนั้น คงต้องให้ กทม.เป็นผู้แนะนำ เพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ

          ข่าวคราวเกี่ยวกับการดูด ผู้สมัคร ส.ส. ที่ผ่านมาตลอดทั้งเดือน แสดงให้เห็นว่า ผู้สมัคร ส.ส.เป็นสสารอย่างหนึ่ง ที่สามารถดูดจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ แต่เนื่องจากผู้สมัคร ส.ส.มีมวลสูง มีน้ำหนักมาก ยิ่งที่จัดอยู่ในระดับเกรดเอ ยิ่งมีมวลมากเป็นพิเศษ ดังนั้น การดูดให้ได้ผลจึงต้องใช้พลังค่อนข้างมาก

          ข่าวคราวจากฝ่ายที่โดดดูดแล้วออกมาแฉ ทำให้ทราบว่า พลังที่ใช้ในการดูดมีมากมายหลายวิธี เรียกว่าเป็นหลายเลเวล (level) โดยเท่าที่รวบรวมมา พอให้ทราบถึงฤทธาของแต่ละเลเวลดังนี้

          เลเวลหนึ่ง การชี้ให้เห็นอนาคต มาอยู่ทางฝั่งนี้รับรองได้เป็นรัฐบาล เนื่องจากแรงหนุนแรงช่วยมีสูง ถึงแม้จะแพ้เลือกตั้งในเขต แต่การเป็นพวกเดียวกัน ย่อมมีตำแหน่งแห่งหนในรัฐบาล เช่น ผู้ช่วย รมต.หรือตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เป็นการต่างตอบแทนได้ อยู่อีกฝ่ายแม้ชนะเลือกตั้ง ก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน อดอยากปากแห้ง บลา บลา บลา บลา..... สารพัด ในเลเวลนี้ ยังไม่ได้พลังในการดูดมากมาย แต่ก็อาจทำให้ ผู้สมัครแถวสามแถวสี่ ที่ถูกพรรคเดิมปฏิเสธ เห็นเป็นช่องทางที่ดี ยอมให้ดูด เพื่อหวังผลชนะเลือกตั้งจากแรงหนุนที่ว่าได้

          เลเวลสอง การสัญญาเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง โดยอาจเล็งเห็นว่าผู้สมัครอาจมีภาระในด้านค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ทั้งค่าสมัครและค่าใช้จ่ายด้านใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ คัตเอาท์ การจัดเวที จัดรถหาเสียง ค่าทีมงานผู้ช่วยสารพัด ตามวงเงินที่ กกต.กำหนด เช่น 1.5 ล้านบาทต่อเขต ผู้สมัครคุณภาพแต่ยากจน อยู่พรรคเดิมก็ไม่มีงบสนับสนุน ก็อาจอยากโดนดูดไปอยู่พรรคใหม่ที่ใจป้ำกว่าได้

          เลเวลสาม พัฒนาจากเลเวลสอง คือ มีเงินเหลือเกินกว่างบประมาณตามกฎหมายในการหาเสียง กล่าวคือ ถ้าจ่ายไม่มากถือว่าช่วยสนับสนุนงบประมาณในการหาเสียง แต่ถ้าจ่ายมากเกินกว่างบประมาณขึ้นมา เช่น งบหาเสียงตามกฎหมาย 1.5 ล้าน แต่บอกจะจ่ายให้ 5 ล้าน 10 ล้าน 20 ล้าน ผู้สมัครที่เห็นเป็นโอกาสได้อัพค่าตัว ก็จะได้ใช้โอกาสนี้ทำมาหากินไป โดยส่วนที่ได้มาเกินจะเก็บเข้ากระเป๋าหรือไปทำอะไรคงไม่มีใครรู้ เลเวลสามนี้ ถือว่า เป็นพลังดูดที่รุนแรงและได้ผล หากมีการจ่ายได้จริงตามสัญญา

          เลเวลสี่ การตอบแทนให้ประโยชน์ในปัจจุบันแบบทันที ในขณะที่เลเวลหนึ่งถึงสามยังเป็นอนาคต แต่เลเวลสี่ เห็นทันที เห็นวันนี้ เช่นการให้ตำแหน่งงานใหม่แก่นักการเมืองที่ว่างงานในตำแหน่งงานที่อยู่ในกลไกอำนาจของตน กรณีนี้จะเห็นการเปลี่ยนค่าย ย้ายสีทันที ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเหตุผลคือ คนมีความสามารถต้องดึงมาช่วยงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่แน่ๆ คือ เป็นการดูดที่เบ็ดเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนใครต่อใครไปแล้ว

          เลเวลห้า การให้ความหวังในการใช้อำนาจเพื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยใช้กับผู้สมัคร ส.ส.ที่มีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล ทั้งทางอาญาและแพ่ง โดยสร้างความเชื่อมั่นว่า จะช่วยสามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ซึ่งผู้สมัครที่มีชนักติดหลัง ไม่ว่าจะเป็นคดีชุมนุมทางการเมืองต่างๆ ที่งวดเข้ามาทุกที ย่อมหวั่นไหวและโอนอ่อนไปกับขอนไม้ท่อนเล็กๆ ที่ลอยมาให้เกาะ ซึ่งจริงๆ แล้วแทบหวังผลอะไรไม่ได้ เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้า อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้น แม้ตัดสินใจยึดขอนไม้เล็กๆ ที่ลอยอยู่ในทะเลก็ยากที่จะรอดพ้นคลื่นลมมรสุมได้ แต่นั่นแหละ เลเวลนี้กลับสามารถใช้ได้ผลกับบางคนที่หวั่นไหวไปกับสถานการณ์
เล่ากันว่า ห้าเลเวลดังกล่าว ทำให้พลังดูดมีความเข้มแข็ง ทำให้ได้ผลในการเคลื่อนย้ายมวลสสาร ส.ส. ได้ในระดับหนึ่ง

          วันนี้ ยังไม่เผยผลการดูดที่ชัดเจน 

          คงต้องรอวันเปิดไพ่ดูหน้า ว่าสิ่งที่ดูดได้ คือ ทอง หรือ ของเสีย