
อย่าเพิ่งด่าเพื่อน : เพื่อไทย" ลุ้น "ดึง" สู้ "ดูด"
อย่าเพิ่งด่าเพื่อน : เพื่อไทย" ลุ้น "ดึง" สู้ "ดูด" : รายงาน โดย...โดย... สำนักข่าวเนชั่น
หลังจากกระแสข่าวพลังดูดออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ “เครื่องดูดพลังช้างสาร” จากกลุ่ม “สามมิตร” และ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่เจาะจงจ่อเครื่องดูดไปที่บ้านหลังใหญ่ อย่าง “พรรคเพื่อไทย” เล่นเอาบ้านหลังใหญ่สั่นคลอนอยู่ไม่น้อย
เมื่อบ้านร้อน คนในบ้านก็ออกมาเรียงหน้าถล่มอดีตสมาชิกในบ้านที่ปันใจหรือทนพลังจากเครื่องดูดพลังช้างสารไม่ไหว ต้องเก็บกระเป๋าแต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อตีจากบ้านเดิมไปอยู่บ้านใหม่ แต่ภายหลังสมาชิกในบ้านรุมถล่มอย่างหนัก ถึงคราวที่ พ่อบ้านของบ้านหลังใหญ่อย่าง “เดอะอ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเตือนอดีตสมาชิกในบ้าน และคนที่คิดจะไปอยู่บ้านใหม่ว่า
“อย่าหวั่นไหวต่อพลังดูด และคนที่ไปจะได้บทเรียนราคาแพงเอง”
และห้ามปรามคนในบ้านอย่างเป็นทางการแบบออก “หนังสือแจ้ง” ให้ชัดเจนเลยว่าควรหลีกเลี่ยงการโต้ตอบกล่าวหากัน ต้องใช้ท่าทีที่พยายามรักษามิตรภาพที่เคยมีร่วมกันมา
“ที่สำคัญเราเคารพการตัดสินใจของทุกคน พรรคเพื่อไทยจะรอการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้ง แต่พรรคพร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมือง มาร่วมทำงานการเมืองกับพรรค” นี่คือข้อความที่ส่งผ่านหนังสือ
ซึ่งก็เหมือนเป็นการบอกแบบจะจะว่า อย่าเพิ่งไปด่า ทั้ง อดีต และ ว่าที่อดีต “สมาชิกในบ้าน” มากจนเกินไป เพราะทุกคนต่างมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน และก็เหมือนเป็นการบอกไปในคราวเดียวกันว่า ไม่ได้มีเฉพาะคนที่จะออกไป แต่ก็มีคนพร้อมจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ เตรียมเก็บกระเป๋าย้ายเข้ามาอยู่แทน
คำถามคือ ทำไม “เดอะอ้วน” มือประสาน 10 ทิศ ต้องออกมาปรามสมาชิกในทำนองนี้ ต้องไม่ลืมว่าในช่วงที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาถึงขณะนี้ กระแสข่าวพลังดูดออกมาอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ารายวัน ทีมงานพลังงานดูด ก็เดินสายพบปะอยู่ตลอด มีการเปิดชื่อกันออกมาชัดๆ ว่าในจังหวัดต่างๆ มีใครจะเก็บกระเป๋าไปบ้าง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในหลายพื้นที่ที่มีกระแสข่าวออกมาหรือมีรายชื่อ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นตกลงปลงใจ หลายคนนั่งอยู่ในขั้น “ขอคิดดูก่อน” แต่เมื่อมีข่าวออกมา หลายคนในรายชื่อ ไม่ว่าเจ้าตัวหรือคนใกล้ชิด ต้องเรียงหน้าออกมาแก้ข่าวกันอย่างต่อเนื่อง
และยังมีสมาชิกอีกจำนวนมากที่ออกมายอมรับว่าได้รับการพูดคุย ติดต่อและได้รับข้อเสนอเป็นออพชั่น ที่แสนจะหนักหน่วง แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะกระแสในพื้นที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น จึงยังอยู่แค่ในขั้นรอการตัดสินใจ รวมถึงระยะเวลาที่จะเดินไปสู่การเลือกตั้งต้องบอกว่ายังอีกนาน ทำให้พวกเขามีเวลาคิดแบบละเลียด
ด้านแกนนำในพรรค จึงมองแล้วว่าหากสมาชิกในบ้านเดียวกันเอง จะมาระแวงกันเองหรือออกมาถล่มกันเองในเวลานี้ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า คนคนนั้นจะเก็บกระเป๋าย้ายบ้านไปหรือไม่ ถ้าหนักๆ เข้าจากที่ยังไม่ตัดสินใจหรือยังคิดหนักแบบ 50/50 จะกลายเป็นว่า ยิ่งโดนด่า ยิ่งโดนระแวงกันเอง จากลังเลก็จะเป็นรีบตัดสินใจเพราะเกิดอาการ “น้อยใจ”
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเล่นๆ เพราะหลายๆ คนเป็นเช่นนั้นจริงๆ เสียงจากสมาชิกในพรรคหลายคนคอนเฟิร์ม
“สมาชิกในบ้านหลายๆ คนก็เป็นประเภทขี้น้อยใจ เก็บกระเป๋าออกไปจริงๆ คราวนี้จะยุ่งหรือแม้กระทั่งคนที่จะไปจริงๆ ก็ยังไม่แน่อาจจะมีโอกาสกลับมาก็เป็นได้ ตราบใดที่ยังสามารถสมัครสมาชิกใหม่ได้หรือยังไม่สมัครเข้าบ้านใหม่อย่างเป็นทางการ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ เพราะไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” แกนนำพรรคคนหนึ่งเล่าให้ฟังแบบเปิดอก
คนในพรรคเพื่อไทยยังวิเคราะห์ให้ฟังอีกว่า อีกประการที่ต้องไม่ลืมว่าในขณะนี้ในบ้านหลังใหญ่เอง ยังมีปัญหาภายในอยู่ ไล่เรียงตั้งแต่ ปัญหาเจ้าบ้านคนใหม่ ปัญหาค่าใช้จ่ายในบ้าน ปัญหาเครื่องดูดพลังช้างสาร และหากมีปัญหาคนในบ้านมาด่ามาระแวงกันเอง ทะเลาะกันเองอีกบ้านแตกแน่ๆ
ด้านทีมงานเครื่องดูดพลังช้างสารเองก็เดินสายดูดอย่างหนักหน่วง ต่อเนื่องไม่ขาดสาย และขณะนี้ก็ใช้วิธีดูดแบบ ต่อท่อ ดูดผ่านคนที่เก็บกระเป๋าไปแล้ว ซึ่งคนเหล่านั้นก็ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวติดต่อประสานสมาชิกในบ้านใหญ่เองโดยตรง มีข่าวแว่วๆ ว่า คนที่เก็บกระเป๋าออกไปแล้ว ได้รับค่าใช้จ่ายมาแล้วและรับประกันกับเจ้าของเครื่องดูดพลังช้างสารว่า “ได้ตามที่รับปาก ต้องทำตามที่รับประกันไว้อย่างแน่นอน”
ทำให้สมาชิกในบ้านใหญ่หลายๆ คน ต้องคอยติดต่อประสานงานกันตลอดว่า ข่าวที่ออกมาเป็นอย่างไร ตกลงจะอยู่หรือจะไป คนไหนไปจริง คนไหนไปไม่จริง
แต่การประสานงานเช่นนนี้เกิดขึ้นเพราะ ในขณะนี้ไม่สามารถจัดประชุมเพื่อถามไถ่ได้อย่างจริงจัง สมาชิกในต่างจังหวัดก็อยู่แต่ในพื้นที่ หนทางที่ทำได้ในส่วนใหญ่คือการนัดกินข้าว พบปะสังสรรค์กันเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น และส่วนใหญ่ก็ได้รับข้อมูลข่าวผ่านสื่อต่างๆ เช่นกัน ด้วยข้อจำกัดเช่นนี้ทำเอาแต่ละคนระส่ำระสายไปไม่น้อย
นี่คือที่มาของเมสเสจที่ “เดอะอ้วน” ต้องออกมาปรามสมาชิกในบ้าน ในฐานะผู้ใหญ่ของบ้าน เพราะหาไม่แล้วจะกลับกลายเป็นเข้าทางทีมงานเครื่องดูดพลังช้างสาร คนเป็นมิตรอยู่ดีๆ จะกลับกลายไปเป็นศัตรู ทั้งที่จริงๆ แล้วยังอาจมีทางรั้งเอาไว้ได้
และที่สำคัญเขาน่าจะได้รับสัญญาณอะไรบางอย่างที่ทำให้เชื่อได้ว่า “พรรคเพื่อไทย” ยังคงหอมหวนเพียงพอที่จะดึงคนที่ “จะไป” ให้กลายเป็น “จะอยู่” ไม่ว่าจะด้วย “กระแส” หรือ “กระสุน”
สำหรับคนที่ยัง 50/50 สงครามข่าวสารเช่นนี้ย่อมทำให้ราคาค่าตัวในการต่อรองสูงขึ้น ถ้ารั้งไว้ไม่ได้ ก็แปลว่าคนที่จะไปก็ต้องมีค่าตัวที่สูงขึ้น นอกจากจะช่วยว่าที่ “อดีตเพื่อน” แล้ว ยังทำให้ “เครื่องดูดฝุ่นพลังช้างสาร” ต้องใช้ทุนทรัพย์ที่มากขึ้นกว่าเดิม
จนกว่าทุกอย่างจะชัดเจนและเข้าสู่โค้งสุดท้าย พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับพลังดูด น่าคิดว่าจากนี้เกมจะเปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อสัญญาณว่าคนตั้งรับ จะไม่รับเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป



