
เปิดสาระ ร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับใหม่
เปิดสาระร่างแก้ไข พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ที่เพิ่มผ่าน สนช.
ร่างพ.รบ.คณะสงฆ์ มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่2 ) พ.ศ.2535 ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งสิ้น 7มาตรา และ เพิ่มมาตราขึ้นใหม่2 มาตรา โดยมีรายละเอียด คือ
1. ยกเลิกมาตรา 5 ตรีพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ระบุว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งสถาปนาและถอดถอนสมศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์” และใช้ความต่อไปนี้"มาตรา5 ตรี เพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนการดูแลปกครองคณะสงฆ์ เป็นไปเพื่อส่งเสริมการเผยแพร่หลักธรรมของพระพุทธศาสนา ให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และมีการรักษาพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม โดยเคร่งครัดเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป พระมหากษัตริย์จึงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ สถาปนา และถอดถอนสมศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมตามพระราชบัญญัตินี้"
เหตุผลที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การดูแลการปกครอคณะสงฆ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจริญมั่นคง และสอดคล้องกับโบราณราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา ซึ่งเป็นผลให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชน
2. เพิ่มความ ของมาตรา 10พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ระบุถึงรายละเอียดการแต่งตั้งหรือเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งบัญญัติความไว้ทั้งหมด หกวรรค โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ขอเพิ่มความในวรรเจ็ด มีเนื้อหาว่า“ความในมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนพระราชอำนาจที่จะทรงพระกรุณาโปรดหรือมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นประการอื่น”
เหตุผลที่เพิ่มเนื้อหาคือ ให้สอดคล้องกับมาตรา7 บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช จึงสมควรเพิ่มเติมให้พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะทรงพระกรุณาโปรดหรือมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
3.ยกเลิกความของมาตรา 12 ที่ว่าด้วย ตำแหน่งในกรรมการมหาถรสมาคม (มส.)ประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการ มส.โดยตำแหน่ง, สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นประธานโดยตำแหน่ง, และพระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง ไม่เกิน12 รูปและแก้ไขเพิ่มเติมเป็น"มาตรา 12มหาเถรสมาคมประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่น ไม่เกิน20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือ พระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันควรและมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์"
เพิ่มวรรคสองด้วยว่า"การแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง และการดำเนินการตามมาตรา15(4)และวรรคสอง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้"
เหตุผลที่แก้ไขเพิ่มเติม คือ เพื่อแก้ปัญหาทางปฏิบัติเกี่ยวกับองค์ประกอบของกรรมกร มส. ที่ใช้บังคับมานาน
4.แก้ไขข้อความของมาตรา 14ที่ว่าด้วยวาระของกรรมการ มส. ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง มีวาระคราวละ2 ปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ และแก้ไขส่วนถ้อยคำ คือ"มาตรา14 กรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่'ตั้งอีกได้"
เหตุผล เพื่อให้ให้สอดคล้องกับพระราชอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม
5. แก้ไขข้อความมาตรา 15 ที่ว่าด้วยการพ้นตำแหน่งของกรรมการ มส. นอกจากการดำรงตำแหน่งครบวาระ ส่วนของ (4)สมเด็จพระสังฆราชมีบัญชาให้ออกโดยแก้ไขเป็น "มาตรา15นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ของกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง (4) พระมหาษัตริย์มีพระบรมราชโองการให้ออก" พร้อมกับแก้ไขถ้อยคำให้สอดคล้อง กัน คือในวรรคสอง"กรณีที่กรรมการมหาเถรสมาคมพ้จากตำแหน่งก่อนวาระ พระมหากษัตริย์อาจทรงแต่งตั้งพระภิกษุตามมาตรา12 รูปใดรูปหนึ่งเป็นกรรมการแทน"
เหตุผลที่แก้ขเหตุแห่งการพ้นตำแหน่งของกรรมการ มส. เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม
6.ยกเลิกความมาตรา 15ทวิ ว่าด้วยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช และใช้ข้อความใหม่ว่า "มาตรา 15 ทวิ พระบรมราชโองการตามมาตรา 10 วรรคเจ็ด การแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมตามมาตรา 12 และการให้กรรมการมหาเถรสมาคมพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 15 ให้นายรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ"
เหตุผลแก้ไข เพื่อให้นายกฯเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระมหากษัตริย์ในการโปรดให้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม
7. ยกเลิกมาตรา20 ทวิ ว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคที่กำหนดให้มีเจ้าคณะใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตปกครองสงฆ์และระบุถึงหลักเกณฑ์แต่งตั้ง อำนาจของเจ้าคณะใหญ่ที่เป็นไปตามกฎของมหาเถรสมาคม และใช้ความต่อไปนี้ "มาตรา20/1 เพื่อประโยชน์แก่การปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้มีเจ้าคณะใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตปกครองคณะสงฆ์"
และเพิ่มวรรคสอง คือ "ภายใต้บังคับมาตรา20/2การแต่งตั้งและการกำหนดอำนาจหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎมหาเถรสมาคม"
เหตุผลแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชอำนาจในการมีพระราชดำริในการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่น
8. เพิ่มมาตราใหม่ คือ“มาตรา20/2การแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หากมีพระราชดำริเป็นประการใดให้ดำเนินการไปตามพระราชดำรินั้น” และวรรคสอง “สำหรับการแต่งตั้งและถอดถอนพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่น ให้ดำเนินการไปตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีพระราชดำริเป็นประการอื่น”
เหตุผลที่แก้ไข เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจในการมีพระราชดำริในการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่น เพื่อให้การดูแลปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
และ9.เปรียบได้กับการเขียนบทเฉพาะกาล ไว้ใน ร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ โดยกำหนดว่า "มาตรา 11ให้กรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งดำรงตำแหน่งที่อยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัตินี้"
----



