คอลัมนิสต์

ต้องเลิกวงจรอุบาทว์ในการเมืองไทย !

ต้องเลิกวงจรอุบาทว์ในการเมืองไทย !

02 ก.ค. 2561

ต้องเลิกวงจรอุบาทว์ในการเมืองไทย ! : คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง  โดย... ลมใต้ปีก

 

          ภาพการตระเวนแถลง “พลังดูด” อดีต ส.ส.ภาคอีสานที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และ สมศักดิ์ เทพสุทิน เจ้าของกลุ่มมัชฌิมา ทำอยู่ และอ้างว่ามีอดีตส.ส.จากเพื่อไทยกับภูมิใจไทยจะเข้าร่วมกลุ่ม “สามมิตร” เพื่อไปอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ เป็นภาพที่สวนทางกับกระแสการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง

 

          คนในแวดวงการเมืองและนักสังเกตการณ์ทางการเมืองต่างมองด้วยสายตาเดียวกันว่าปฏิบัติการ “พลังดูด” ครั้งนี้คือการกลับมาของวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่หมุนมาอยู่ที่เดิม นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งขึ้นมาในประเทศไทย 

 

          วงจรอุบาทว์ที่ว่านี้คือการซื้อตัวอดีตนักการเมืองให้เงินไปซื้อเสียง ได้เสียงมาตั้งรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีเข้าไปถอนทุน กลับมาซื้อตัวอดีตส.ส.กลับไปซื้อเสียงและเข้ามาถอนทุน บางช่วงถูกตัดวงจรนี้ด้วยการรัฐประหารของทหาร แต่ท้ายสุดทหารที่คิดตั้งพรรคก็กลับมาใช้บริการวงจรอุบาทว์นี้เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ ตัวอย่างชัดเจนคือการเกิดขึ้นของพรรคสามัคคีธรรมที่เป็นพรรคทหาร มีการใช้สูตร 3-5-7 ในการซื้อตัว ส.ส.เข้าพรรค (3-5-7 ไม่ใช่สูตรปุ๋ย) แต่เป็นสูตรการจ่ายเงินให้แก่อดีตนักการเมือง เกรด C คือยังไม่มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้ง จะได้ไป 3 ล้านบาท เกรด B ค่อนข้างมั่นใจ จะได้ไป 5 ล้านบาท และเกรด A มั่นใจว่าได้รับเลือกตั้งแน่ จะได้ 7 ล้านบาท เงิดสดๆ เหล่านั้นนักเลือกตั้งจะเอาไปทำกิจกรรมรณรงค์หาเสียงและซื้อเสียงไปในตัว

 

          เลือกตั้งปี 2538 ในยุคที่พรรคชาติไทยของบรรหาร ศิลปอาชา ชนะเลือกตั้ง ในขณะนั้นมีการจ่ายเงินซื้อตัวอดีตนักการเมืองโดยใช้สูตร 5-10-15 (ด้วยความคิดพื้นฐานเดียวกัน) 

 

          พอเลือกตั้งปี 2544 สมัยทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้ง การย้ายพรรคทางการเมืองขยับมาใช้สูตร 10-20-30(ล้านบาท) สูตรนี้ใช้มาถึงการเลือกตั้งปี 2554 ที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะเลือกตั้ง และเมื่อมาเป็นรัฐบาลจึงเต็มไปด้วยการทุจริตในโครงการต่างๆ เพื่อหวัง "ถอนทุน” เลือกตั้งปี 2562 จะเป็นสูตรเท่าไหร่สิ้นสุดตรงไหนยังไม่มีใครรู้ได้ แต่การเดินสายตระเวนกวาดต้อนอดีต ส.ส.ภาคอีสานตามมาด้วยข่าวการยืนยันค่าตัว “30 ล้านบาท” ใครเป็นหัวหน้ากลุ่มจะได้ถึง 50 ล้านบาท ทุ่มเงินขนาดนี้ วงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นตลอด 30 ปี ของการเมืองไทยจะไม่กลับมาได้อย่างไร

 

          เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามารัฐประหาร และประกาศจุดยืนในการปฏิรูปประเทศและปฏิรูปภาคการเมือง รวมทั้งรักษาอำนาจในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในปี 2562 จะต้องใช้เครื่องมือแห่งอำนาจทุกอย่าง “ทำลายวงจรอุบาทว์” นี้เสีย 

 

          ที่สำคัญ ข่าวหนาหูที่ว่า “พลังดูด” ครั้งนี้ ทำเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง หากพลังดูดครั้งนี้เป็นดั่งว่า ตัว พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะรับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากกระบวนท่าของการเมืองน้ำเน่าแบบนี้หรือไม่ 

 

          เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้คำตอบกับตัวเองและสาธารณชน ก่อนที่จะถูกกลืนไปกับระบบการเมือง "น้ำเน่า” แบบเดิม