คอลัมนิสต์

"สูตร 3-3-5" เขย่าโรดแม็พเลือกตั้ง กระชับอำนาจ คสช.!!

"สูตร 3-3-5" เขย่าโรดแม็พเลือกตั้ง กระชับอำนาจ คสช.!!

26 มิ.ย. 2561

จะไม่มีปลดล็อก มีแต่คลายทีละเปลาะ ทีละเปลาะ จากที่ คสช.ได้สร้างกลไกล็อกเอาไว้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง และกระทั่งหลังมีรัฐบาลใหม่ 

 

                ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับเวทีที่ คสช.เปิดให้พรรคการเมืองได้มาระบายความในใจ จบไปพร้อมกับสูตรของรองนายกฯ “วิษณุ เครืองาม” 3-3-5

                ใครที่เกาะติดโรดแม็พเลือกตั้งมาตลอด จะรู้ว่านี่ไม่ใช่สูตรใหม่อะไร เพียงแต่ “มือกฎหมาย” อย่างอาจารย์วิษณุ หยิบมาอธิบาย ทำความเข้าใจกันใหม่อีกครั้งเท่านั้น

                อธิบายอีกครั้ง เลข 3 ตัวแรก คือ ระยะเวลาที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้าย คือ ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และร่างกฎหมายที่มา ส.ว. อยู่ในขั้นตอนพระราชวินิจฉัย หลังจากนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ที่ 90 วัน หรือ 3 เดือน

                หากพระราชทานคืนมา ก็จะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

                สำหรับกฎหมาย ส.ว. จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ในส่วนของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ต้องรอไปอีก 90 วัน ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแก้ไขขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปจนส่งผลให้โรดแม็พเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้ คสช.เคยประกาศไว้ว่าจะเป็นปลายปี 2561 ขยับออกไปเป็นปีหน้า

 

"สูตร 3-3-5" เขย่าโรดแม็พเลือกตั้ง กระชับอำนาจ คสช.!!

(อ่านต่อ...74พรรคถกปลดล็อก-เลือกตั้งไม่เกิน5พ.ค.)

 

                ช่วง 90 วัน หรือ 3 เดือนนี้ คือ เลข 3 ตัวที่สอง ตามสูตร 3-3-5 ของวิษณุ ซึ่งวิษณุบอกว่าโชคดีที่มีช่วง 90 วันนี้อยู่ เพราะไม่อย่างนั้นจะต้องนับเวลา 150 วันไปสู่การเลือกตั้งเลย ซึ่งจะทำให้ทำอะไรกันไม่ทัน

                ในช่วง 90 วันนี้ คสช.จะจัดเวทีเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยเป็นครั้งที่สอง โดย “พล.อ.ประยุทธ์” จะนั่งหัวโต๊ะเอง ซึ่งวิษณุ บอกว่า ในเวทีนี้จะมีความชัดเจนมากกว่าการประชุมที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา

                ตามที่ “วิษณุ” อธิบาย ช่วง 90 วันนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ คสช.จะคลายล็อกให้พรรคการเมือง

                ย้ำว่าเป็นการ “คลายล็อก” ไม่ใช่ “ปลดล็อก” ให้ทั้งหมด นั่นคือ จะอนุญาตให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ และเพื่อหาสมาชิกพรรค จากเดิมที่ล็อกไว้ด้วยคำสั่ง 53/2560

                และจะให้ กกต.สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ เพื่อให้พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครไปทำไพรมารีโหวตกันต่อไป โดย กกต.จะใช้เวลาแบ่งเขตเลือกตั้งประมาณ 60 วัน เพราะต้องไปรับฟังความเห็นประชาชนและพรรคการเมืองด้วย จากนั้น พรรคการเมืองจะมีเวลาประมาณ 30 วันเพื่อทำไพรมารีโหวต

                จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงของเลข 5 คือ 5 เดือน หรือ 150 วัน หลังกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ซึ่งต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่ง “วิษณุ” ก็บอกวันที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ 4 วัน คือ 24 กุมภาพันธ์, 31 มีนาคม, 28 เมษายน และ 5 พฤษภาคม ซึ่งวิษณุ ย้ำว่า เป็นเพียง “ตุ๊กตา” ที่ตั้งขึ้นมาเท่านั้น

                มีพรรคการเมืองส่วนหนึ่งพยายามบอกว่าให้กำหนดไปเลยว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งวิษณุ ก็บอกว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เนื่องจากการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. และก็ยังไม่รู้ว่าถึงวันนั้นจะเป็น กกต.ชุดนี้ หรือ กกต.ชุดใหม่ที่กำลังเดินการสรรหากันอยู่

                จากตุ๊กตาวันเลือกตั้งที่วิษณุบอกมา ส่วนหนึ่งน่าจะเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามที่ คสช.ประกาศไว้ คือ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพียงแต่จะเลือกตั้งในเดือนนั้นได้จริงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง เพราะหากเลือกตั้งเร็วก็หมายถึงพรรคการเมืองจะมีเวลาหาเสียงน้อยลง

 

"สูตร 3-3-5" เขย่าโรดแม็พเลือกตั้ง กระชับอำนาจ คสช.!!

 

                ยังมีปัจจัยที่จะทำให้วันเลือกตั้งเกิดเร็วหรือช้าด้วย ซึ่ง “วิษณุ” บอกว่า มีอยู่ 5 ปัจจัย 

                1.ความสงบเรียบร้อยในช่วงที่มีการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยบอกไว้ว่าจะมีพระราชพิธีก่อนวันเลือกตั้ง

                2.การที่จะได้รับพระราชทานกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ทั้งสองฉบับกลับลงมา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดระยะเวลาไว้ภายใน 90 วัน

                3.การผลัดเปลี่ยนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากชุดเก่าเป็นชุดใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อใด อย่างไรก็ตาม อาจารย์วิษณุก็บอกว่าไม่ว่าจะมี กกต.ชุดใหม่หรือไม่ กกต.ชุดเก่าก็ยังทำหน้าที่ได้จนถึงที่สุด เพียงแต่จะกระทบเรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้น

                4.การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นจะจัดขึ้นเมื่อใด ซึ่งจะต้องหลบหลีกไม่ให้ซ้ำอยู่ในเดือนเดียวกันเพื่อให้ กกต.สามารถจัดการได้ และ 5.ความสงบเรียบร้อยทั่วไปของประเทศ

                ข้อ 5 นี่แหละน่าสนใจ

                วิษณุ บอกว่า “ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเหมือนปัจจุบันนี้อยู่ถือว่าอยู่ในระดับที่วางใจได้ แต่หากจะเกิดเหตุใดขึ้นในอนาคต แน่นอนจะกระทบต่อกำหนดเวลาการเลือกตั้ง” สอดคล้องกับสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดมาตลอดว่า การเลือกตั้งจะเกิดหรือไม่ จะเกิดเร็วหรือช้า “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

                นั่นคือภาพใหญ่เรื่องวันเลือกตั้ง

                ย่อยลงไปรายละเอียดของวงพูดคุย ประเด็นร้อนประเด็นหนึ่ง คือ “การทำไพรมารีโหวต” 

                มีหลายพรรคโดยเฉพาะพรรคใหม่เสนอให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต บางพรรคเสนอให้ยกเว้นการทำไพรมารีโหวตในครั้งแรก ขณะที่บางพรรคเสนอให้มีการทำไพรมารีโหวตรายภาค ซึ่งทาง คสช.จะนำไปพิจารณาอีกที

                อีกเรื่องร้อน คือ “การปลดล็อกพรรคการเมือง” ซึ่งชัดเจนว่า จะเริ่มปลดล็อกหลังจากร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเป็นการคลายล็อกให้ก่อน

                สำหรับเรื่องการปลดล็อกพรรคการเมืองนี้ มีอีกจุดใหญ่ที่ต้องไปลุ้นว่า คสช.จะคลายล็อกให้แค่ไหน คือ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

                อย่าลืมที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า กติกาการหาเสียงน่าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

                “เรื่องการปลดล็อกที่จะหาเสียง ขอถามว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรในการหาเสียง มีการหาเสียงในสิ่งที่ดีๆ หรือไม่ ด่ากันโจมตีกันไปมา แทนที่จะพูดในสิ่งที่พรรคจะทำอะไร ตัวเองจะทำอะไร ถ้าเป็นแบบนี้มันไปไม่ได้ จะกลายเป็นว่าเริ่มบรรทัดฐานตั้งแต่การเลือกตั้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าไปเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน”

                “มันด่ากันตามถนนหนทางเดินกันทั่วไปหมด รับได้หรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ก็ต้องช่วยผม ให้ทุกคนออกมารับประกันว่าการหาเสียงจะต้องประกาศนโยบายที่ตรงตามกฎหมายกำหนด ไม่ใช่มองว่ากฎหมายที่ออกมาเป็นการบังคับ มาตัดสิทธิ มาเพิ่มภาระ แล้วที่ผ่านมาไม่มีเรื่องพวกนี้แล้วเป็นอย่างไร ก็ลองมีเสียบ้างไม่ได้หรือ ประเทศนี้ต้องมีกฎเกณฑ์ มีกฎหมาย กติกา”

                และคีย์เวิร์ดสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ “การหาเสียงจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด โดยต้องขออนุญาตเป็นครั้งๆ ไป แต่บางอย่างอาจไม่ต้องขอ การปลดล็อกมันต้องเป็นแบบนั้น บางอย่างต้องขอ บางอย่างไม่ต้องขอ ซึ่งต้องหาวิธีในการกำหนดให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ก่อนจะไปถึงประชาธิปไตยตีกันเละ”

"สูตร 3-3-5" เขย่าโรดแม็พเลือกตั้ง กระชับอำนาจ คสช.!!

(อ่านต่อ...ยังไงกันแน่ !! "ปลดล็อก" หรือ "ล็อกเพิ่ม" ??)

 

                ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความเข้มงวดขึ้น ไม่สามารถหาเสียงได้อย่างเสรีเหมือนที่ผ่านมา โดยทาง กกต.จะกำหนดรายละเอียดออกมาว่า จะให้ทำอะไรได้ อะไรที่ห้ามทำ

                สรุปแล้ว เวทีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ยังไม่มีอะไรใหม่ สูตร 3-3-5 ที่ออกมาก็เป็นการเอาเรื่องเก่ามาอธิบายใหม่ สำหรับเรื่องการปลดล็อก ยังไม่ถึงเวลา

                ที่สำคัญจะไม่มีปลดล็อก มีแต่คลายทีละเปลาะ ทีละเปลาะ จากที่ คสช.ได้สร้างกลไกล็อกเอาไว้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง และกระทั่งหลังมีรัฐบาลใหม่ 

                ทุกขั้นตอนสะท้อนการกระชับอำนาจของ คสช.!!

 

==================