คอลัมนิสต์

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

ถอดรหัส Theia ดาวเทียม "ตาทิพย์" แค่ชวน "ไทย" ไปศึกษา

09 มิ.ย. 2561

ประธานสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ถอดรหัส "ดาวเทียมใหม่" ยันไม่ได้ซื้อ - เล็งร่วมทุนสหรัฐแลกข้อมูล

ประเด็นที่หลายคนข้องใจ ก็คือข่าวที่วิจารณ์กันสนั่นว่า รัฐบาลไทยโดยกระทรวงกลาโหมเตรียมจัดหา "ดาวเทียมดวงใหม่" เพื่อใช้ทดแทน "ดาวเทียมไทยคม" ที่กำลังจะหมดสัญญา 

    ฝั่งกระทรวงกลาโหม และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ออกมาชี้แจงว่า เรื่องนี้แค่อยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาเท่านั้น ยังไม่ได้ตกลงอะไรกับใคร และยังไม่ได้ตกลงซื้อด้วย แต่อาจจะได้ฟรี โดยบริษัทผู้ผลิตและวิจัยเกี่ยวกับดาวเทียมที่ "ดีล" กับไทยอยู่ก็คือ "บริษัท เธ-เอ้อ" (Theia Group inc) เจ้าของดาวเทียมเธ-เอ้อ 
 

แต่พอมีข่าวแพลมออกมาจากที่ประชุมสภากลาโหมเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ปรากฏว่ามีข้อมูลอีกด้านอ้างว่า ไทยไปตกลงเตรียมซื้อ "ดาวเทียมเธ-เอ้อ" นี้แล้ว มูลค่าถึง 91,000 ล้านบาท แถมยังเป็นดาวเทียมจารกรรม ใช้ในกิจการด้านความมั่นคง ทำให้มีเสียงวิจารณ์ถึงความจำเป็นและความสิ้นเปลืองงบประมาณ เนื่องจากเป็นดาวเทียมที่ใช้เฉพาะด้านการทหารเท่านั้น
 
นี่คือคำถามทั้งหมดที่สังคมข้องใจ ที่สำคัญเมื่อพยายามเปิดดูในเว็บไซต์ของบริษัท เธ-เอ้อ กรุ๊ป ที่ว่านี้ ปรากฏว่าเข้าไปดูรายละเอียดอะไรไม่ได้ จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่า บริษัทนี้มีจริงหรือเปล่า หรือเป็นบริษัทลับที่ผลิตยุทโธปกรณ์ด้านการจารกรรม ข่าวลือไปไกลถึงขนาดนี้ 

    "ทีมข่าวเนชั่น" จึงขอสัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.พอพล มณีรินทร์ ประธานบอร์ด สทป. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนของกระทรวงกลาโหม เพื่อไขข้อข้องใจทุกคำถาม 

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

 

O สังคมข้องใจว่า ดาวเทียมดวงใหม่ที่ สทป.ไปทำบันทึกความร่วมมือกับ "เธ-เอ้อกรุ๊ป" จัดซื้อมาหรือยัง หรือแค่ศึกษาร่วมกัน ถ้าศึกษาร่วมกันแล้วไทยไม่ซื้อ เธ-เอ้อ กรุ๊ป จะได้อะไร?

แค่ศึกษาร่วมกัน เพราะจริงๆ เขาไม่ได้ขาย เขาเชิญเราไปเป็น "มาสเตอร์ พาร์ทเนอร์ โปรแกรม " คือร่วมเป็นพันธมิตร พูดง่ายๆ เหมือนกับเชิญเราไปร่วมทุน 

    ทีนี้คนก็สงสัยว่า สทป.ไปเกี่ยวอะไร ขอบอกแบบนี้ว่าตามอำนาจหน้าที่ของ สทป. มีงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มีเรื่องดาวเทียมอยู่ในยุทธศาสตร์ด้วย และมีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกา สามารถไปตกลงร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศได้ได้ ก็ถือว่าเปิดช่องให้เราได้ศึกษาวิจัย 

    ในกรณีของเธ-เอ้อ เมื่อเราทราบว่าจะมีกลุ่มดาวเทียมเธ-เอ้อ (แปลว่าตาทิพย์) เราเพียงไปลงนาม LOA (letter of acknowledge) หรือจดหมายแห่งการรับรู้ คือ 1.รับรู้ว่ามีโครงการนี้ 2.รับรู้ถึงการบรรยายขีดความสามารถทางเทคนิคต่างๆ เพราะมีการบรรยายสรุปให้เรารับรู้ศักยภาพ ประสิทธิภาพ และกระบวนการของระบบของดาวเทียมที่จะยังประโยช์แก่ประเทศไทย และ 3.ศึกษาการใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ นี่คือสาระของการลงนาม LOA 

    ระบบการทำงานของต่างประเทศ จะมีบันทึกหลังการประชุม เราเพียงได้รับเชิญ และเราก็ไปศึกษาว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น จึงตั้งโครงการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายดาวเทียมเธ-เอ้อ เท่านั้นเอง แค่ศึกษาร่วมกัน ยังไม่มีเรื่องซื้อ-ไม่ซื้อ 

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

    ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้เป็นผู้ผลิตแล้วมาขาย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเอกชนของสหรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจทรัพยากรน้ำและแร่ธาตุต่างๆ ด้วยเครื่องบิน และเชี่ยวชาญการสำรวจน้ำใต้พิภพด้วยอากาศยาน ทั้งยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานวิจัยต่างๆ มากมาย ก็เลยคิดจะทำดาวเทียมเพื่อสำรวจ เพื่อหาข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อหาทรัพยากร 

    กลุ่มบริษัทเธ-เอ้อ ตั้งขึ้นมาจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทำธุรกิจในการสำรวจข้อมูลเพื่อดำเนินการทางธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าจะทำดาวเทียมขายให้ไทย แล้วไทยไปซื้อดาวเทียมจากเขามา
 

O ดาวเทียมเธ-เอ้อ เป็นดาวเทียมทหาร ดาวเทียมจารกรรมหรือเปล่า เพราะสเปคดาวเทียมเท่าที่มีการเปิดข้อมูลกันมา เป็นดาวเทียมดวงเล็ก และโคจรใกล้โลกมาก?

    ดาวเทียมแบ่งเป็น 2 ประเภท คือดาวเทียมที่ใช้ในการวิทยุโทรทัศนท์ หรือการติดต่อสื่อสาร เรียกว่าดาวเทียมสื่อสาร ที่ไทยมีอยู่แล้วคือ "ไทยคม" แต่ถ้าเป็นดาวเทียมสำรวจเพื่อให้เกิดภาพถ่าย แล้วนำภาพถ่ายมาตีความ วิเคราะห์ในเชิงความมั่นคงและเศรษฐกิจ อย่างนี้เรียกว่าดาวเทียมสำรวจ ไทยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ จิสด้า (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซื้อดาวเทียมมา ถ่ายภาพ แล้วส่งให้หน่วยต่างๆ ใช้ (ปัจจุบันคือดาวเทียมธีออส หรือดาวเทียมไทยโชต) 

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

(ภาพจากเว็บไซต์ http://spaceflight101.com/spacecraft/all-startheia/)

    ส่วนคำว่า "ดาวเทียมจารกรรม" เป็นลักษณะการทำงาน ขณะที่คำว่า "ดาวเทียมทหาร" คือทหารเป็นเจ้าของ หมายความว่าทางทหารเราก็ต้องใช้ดาวเทียม ทั้งดาวเทียมสื่อสารเพื่อการติดต่อสื่อสารต่างๆ และดาวเทียมสำรวจให้ได้ข้อมูลมา ก็เพื่อวิเคราะห์วิจัย 

    สำหรับดาวเทียมสำรวจที่เราใช้อยู่ปัจจุบันก็เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ ท่านนายกฯเน้นเรื่องไทยแลนด์ 4.0 ข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการสำรวจ ทั้งใต้น้ำ บนน้ำ บนดิน ใต้ดิน บนอากาศ สามารถนำมาใช้พัฒนาเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม 
 

O แสดงว่าไม่ใช่แค่อยากได้ดาวเทียมทหาร...?

    ไม่ใช่การซื้อมาแทนดาวเทียมไทยคมอย่างที่บางฝ่ายพูด ดาวเทียมไทยคมเป็นดาวเทียมที่ใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ส่วนดาวเทียมใหม่ เป็นดาวเทียมที่มีภารกิจถ่ายภาพและสำรวจทั้งกลางวันและกลางคืน จากนั้นก็เอาภาพถ่ายมาวิเคราะห์เพื่อหาน้ำมันในทะเล หาแหล่งทรัพยากร แร่ธาตุในพื้นที่ 

    ถามว่าเราต้องการอะไร จริงๆ ทางทหารเราก็ใช้ดาวเทียมสำรวจภาพถ่ายมาใช้ในการป้องกันชายแดน ลาดตระเวนได้เหมือนกัน เหมือนติดกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ แล้วเราเห็นภาพ ปกติใช้โดรน หรือยูเอวี บินขึ้นไปถ่ายภาพ หรือติดกล้องวงจรปิดถ่ายภาพ แต่ตรงนี้ใช้ดาวเทียม โดยดาวเทียมที่ใช้วงโคจรซึ่งมีถึง 112 ดวง เรียลไทม์ ถ่ายภาพทั้งโลกได้ (หมายถึงโครงการดาวเทียมเธ-เอ้อ) 

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

(ภาพจากเว็บไซต์ http://spaceflight101.com/spacecraft/all-startheia/)

    ฉะนั้่นการจะบอกว่าซื้อหรือไม่ซื้อ ขอเรียนอย่างนี้ว่า เขาไม่ได้บอกว่าจะขายให้เรา เราซื้อเขา เขาก็ไม่ขาย เขาเพียงแต่เชิญเราเป็นหุ้นส่วน พูดง่ายๆ คือเขาจะตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจในการขายข้อมูล ภาพถ่าย เพื่อไปประกอบธุรกิจในเชิงเศรษฐกิจ และภารกิจความมั่นคง เขาก็เชิญไทย ให้เกียรติไทยว่าไทยจะร่วมไหม มีการลงทุนแบบนี้ ได้ผลตอบแทนแบบนี้ แต่รายละเอียดผลตอบแทนและการลงทุนยังไม่ได้คุยกันเลย เพียงแต่ศึกษาว่าจะทำประโยชน์กับกระทรวง ทบวง กรมของประเทศไทยได้อย่างไรเท่านั้นเอง

O ตามข่าวบอกว่าจะมีการใช้งบประมาณ 9.1 หมื่นล้าน? 

    ไม่จริง ไม่รู้เขาเอาตัวเลขมาจากไหน ดาวเทียมปกติยิง 1 ครั้ง อยู่ได้ 15 ปี ยิง 2 รอบ 30 ปี ถ้ากรณีเราอยากได้ข้อมูลหาแหล่งน้ำใต้ดิน วิเคราะห์หาน้ำมันในอ่าวไทย เราก็ต้องไปซื้อข้อมูลมาวิเคราะห์ ทีนี้ถ้าเราเป็นพาร์ทเนอร์ และเป็นหุ้นส่วน เราอยู่ในบริษัทนี้ เราก็ได้ข้อมูลมาโดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อ ตรงนี้จึงไม่ได้หมายความว่าเราจะไปซื้อดาวเทียมมา ฉะนั้นการพูดว่าจะซื้อดาวเทียมจึงผิด แต่เขาเชิญเราไปร่วม โดยมีการลงทุน แล้วก็มีผลตอบแทน ซึ่งผลตอบแทนยังไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำไปว่าจะปันผลให้หุ้นส่วนเท่าไร จะลงทุนเท่าไร แล้วจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง แต่ที่แน่ๆ ที่สอบถามขั้นต้นคือ ข้อมูลในประเทศไทยทั้งหมดที่เราจะได้ และราคาไม่ถึง 9 หมื่นล้าน 

ถอดรหัส  Theia  ดาวเทียม "ตาทิพย์"  แค่ชวน "ไทย"  ไปศึกษา

(ภาพจากเว็บไซต์ http://spaceflight101.com/spacecraft/all-startheia/)

 

O ตัวเลขงบประมาณที่เป็นข่าวค่อนข้างสูง จะสร้างความมั่นใจกับสังคมอย่างไรว่าจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ? 

    รัฐบาลคงไม่ได้ไปออกเงิน ตรงนี้เรายังไม่ได้คุย เท่าที่คุยในโครงสร้างการลงทุน รัฐบาลเองก็ต้องใช้เงินส่วนหนึ่งไปซื้อข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาประเทศให้เป็นไทยแลนด์ 4.0 อยู่แล้ว ฉะน้ั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องมีงบประมาณส่วนหนึ่งที่จัดสรรไว้ ซึ่งปัจจุบันได้ข้อมูลจากจิสด้า ถ้าข้อมูลจากจิสด้าไม่พอ ก็ต้องไปหาซื้อมาเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป 

    กรณีนี้ งบประมาณเอกชน ทราบว่าเอกชนหลายรายสนใจที่จะมาร่วมลงทุน เพราะรู้ว่าเขาสามารถขายข้อมูล หรือบริการข้อมูลให้กับคนทั้งโลกได้ พูดง่ายๆ คือเขามีทิศทางในการทำมาหากินได้ ฉะนั้นการลงทุนด้วยเงินเท่านี้ แล้วได้ผลตอบแทนในเวลา 30 ปี เขาคิดใคร่ครวญแล้ว สหรัฐเป็นพี่ใหญ่ เริ่มต้นตรงนี้ เขาเชิญเรา เขาต้องมีความเสี่ยงมากกว่าเรา ต้องมีแบงก์การันตี มีองค์กรการันตี ว่าทำโครงการนี้ไม่ขาดทุนแน่ ในทางกลับกันเขาก็ต้องการหาพันธมิตร และด้วยโลเคชั่น ด้วยอะไรต่างๆ เชื่อว่าเขามีวิธีคิดของเขา เขาก็คิดว่าเขาต้องมีพันธมิตรทุกภูมิภาค 

    ปัจจุบันในเอเชีย เขาก็เชิญเราและมิตรประเทศอีก 2 ประเทศใกล้บ้านเรา ถ้าเราไม่สนใจ เขาก็ไปเชิญอีก 2 ประเทศนั้น เราไม่ร่วม คิดว่าไม่คุ้มทุน ไม่มีเงินพอ ก็ไม่เป็นไร แต่เงินนี้ รัฐบาลจะลงทุนสักเท่าไร เอกชนลงทุนสักเท่าไร ยังไม่ได้คุยกันเลย แต่เท่าที่ทราบขณะนี้มีประเทศที่ไม่ได้รับเชิญในเอเซียมาขอร่วม (หมายถึงร่วมกับ เธ-เอ้อ กรุ๊ป) และมีบริษัทเอกชนสนับสนุนด้วย เพราะเขารู้ว่าทำมาหากินได้ 

-----

อัญชลี อริยกิจเจริญ ทีมล่าความจริง  เนชั่นทีวี