
อภินิหารกฎหมาย !! .."ดอน" (รอด ?) พ้นตำแหน่ง
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายไชยา สะสมทรัพย์ พ้นตำแหน่ง รมต. มีความใกล้เคียงกับกรณี"ดอน ปรมัตถ์วินัย" เป็นอย่างยิ่ง โดย โอภาส บุญล้อม
ข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติเสียงข้างมาก เห็นว่า การถือครองหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติ ไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท เกิน 5 %หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครอง ให้แจ้ง ประธาน ป.ป.ช.ทราบและให้โอนหุ้นให้นิติบุคคลดูแลแทน จนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 แม้ว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้เปิดเผยมติดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ก็น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
ทั้งนี้นายดอน ชี้แจงเรื่องนี้ว่า หุ้นดังกล่าวภรรยารับมรดกมาจากบิดาเมื่อ 37 ปีที่แล้ว เป็นหุ้นในครอบครัว ซึ่งคนที่ถือหุ้นมีเพียงญาติพี่น้องของภรรยา 6-7 คนและได้แจ้งให้ ป.ป.ช. ทราบมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตามตามกฎหมาย นายดอน ยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีได้ต่อไป ยังไม่พ้นตำแหน่ง เนื่องจากมติ ของ กกต. ไม่ได้เป็นที่สุด ตามขั้นตอนยังต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกว่าผิดหรือไม่ผิด
แต่กระนั้นก็มีแรงกดดันทางการเมืองเรียกร้องให้นายดอน แสดง “สปริต”ลาออก หรือ หยุดปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งในอดีตก็เคยมีรัฐมนตรีแสดง“สปิริต” ลาออกมาแล้ว เกี่ยวกับถือครองหุ้นเกินกฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คือ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีต รมว.ไอซีที ในรัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อ ป.ป.ช. ระบุว่า นายสิทธิชัย ถือครองหุ้นให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเกินกว่าร้อยละ 5 ซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 โดยนายสิทธิชัย ให้เหตุผลในการประกาศลาออกว่า ไม่ต้องการถูกวิพากษ์วิจารณ์และไม่ได้ปกปิดหุ้น เพียงแต่ไม่เข้าใจกฎหมายอย่างชัดเจน
ในทางการเมืองก็ว่ากันไป แต่ในแง่มุมกฎหมาย “ดอน” มีโอกาสรอดในชั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
ก็ต้องมาดูว่าในอดีตศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของ“รัฐมนตรี” ไว้ว่าอย่างไร
ซึ่งกรณีของนายดอน นั้นใกล้เคียงกับกรณีของ“ ไชยา สะสมทรัพย์” อดีต รมว.สาธารณสุข ที่ถูกศาลรัฐธรรมวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากภรรยา ถือครองหุ้นในบริษัทเกิน 5 % เข้าลักษณะต้องห้าม ตาม ม. 269 ของรัฐธรรมนูญ ปี2550 ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
มาตรา 269 ที่มีเนื้อหาว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไป ทั้งนี้ ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่นายกฯหรือรัฐมนตรี ผู้ใดประสงค์จะได้รับประโยชน์จากกรณีดังกล่าวต่อไป ให้นายกฯหรือรัฐมนตรีผู้นั้นแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และให้นายกฯหรือ รัฐมนตรีผู้นั้นโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าวให้นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
และวรรคสาม บัญญัติว่า มาตรานี้ให้นำมาใช้บังคับกับคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของนายกฯและรัฐมนตรีด้วย
และกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการถือหุ้นของรัฐมนตรี ก็คือ พ.ร.บ. การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543
ซึ่งในมาตรา 4 บัญญัติว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
( 1) ในห้างหุ้นส่วนจำกัด รัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ไม่เกินร้อยละห้าของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น
( 2) ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด รัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่จำหน่ายได้ในบริษัทนั้น
มาตรา 5 ในกรณีที่รัฐมนตรีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในส่วนที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในมาตรา 4 ให้รัฐมนตรีดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเป็นหนังสือให้ประธาน ป.ป.ช. ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และ
(2) โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งให้ประธาน ป.ป.ช. ทราบ
มาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็คือ มาตรา187 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีเนื้อหาเหมือนกัน เพียงแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ตัดคำว่า นายกรัฐมนตรี ออก เหลือเพียง รัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯ มีสถานะเป็น“รัฐมนตรี”คนหนึ่งอยู่แล้ว
ในขณะที่ พ.ร.บ. การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 ก็ใช้บังคับเรื่อยมาตั้งแต่ ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน
นักกฎหมายบางฝ่าย จึงเห็นว่า แม้ว่า นายดอน จะเป็นรัฐมนตรีในช่วงปี 2557 -58 ซึ่งใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ซึ่งไม่มีการบัญญัติในเรื่องการถือครองหุ้นของรัฐมนตรีต้องไม่เกิน 5% แต่หากประสงค์จะถือหุ้นต่อไป ต้องโอนหุ้นไปให้นิติบุคคลที่จัดการทรัพย์สิน ดูแลแทน ก็ตาม แต่ พ.ร.บ. การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 ก็ใช้บังคับอยู่ในขณะที่นายดอน เป็นรัฐมนตรี
อีกทั้ง รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันในมาตรา 187 ก็บัญญัติในเรื่องการถือครองหุ้นของรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึงภรรยา ว่าต้องไม่เกิน 5% ไว้
จับตาดูต่อไปว่า อภินิหารกฎหมาย มีจริงหรือไม่ ที่จะทำให้นายดอน รอดพ้นจากการหลุดเก้าอี้รัฐมนตรี



