
"ระบบทีแคส"จำเลยเด็ก61ช่วยแก้ปัญหาจริงหรือ ?
"ระบบทีแคส"จำเลยเด็ก61ช่วยแก้ปัญหาจริงหรือ ? : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected]
ทีแคส 3 สร้างสมดุลสิทธิการเลือกของนักเรียน ลดการกั๊กที่นั่ง และมหาวิทยาลัยคัดเด็กได้ตามเกณฑ์ตัวเอง” ประเสริฐ คันธมานนท์
“ระอุทั้งโซเชียลเมื่อเหล่าเด็ก 61 หรือ #dek61 ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกเศร้า เสียใจ เครียด สับสน วิตกกังวล กับระบบการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา(ทีแคส)รอบ 3”
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบแอดมิชชั่น ทำให้เกิดการวิ่งรอกสอบ ความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กจน เด็กรวย และเด็กไม่อยู่ในชั้นเรียนจนจบ ม.ปลาย รัฐบาลจึงให้ ทปอ.วางระบบรับเด็กรูปแบบใหม่ หรือ ทีแคส (TCAS :Thai University Center Admission System) เริ่มครั้งแรกปีการศึกษา 2561
ระบบนี้ เป็นการรวมวิธีการรับนิสิตนักศึกษาทั้งหมดมาไว้บนกระดานเดียว ซึ่งมี 5 รอบ ดังนี้ รอบการรับด้วยพอร์ตโฟลิโอ (แฟ้มสะสมงาน) รอบที่ 2 การรับแบบโควตา โครงการพิเศษต่างๆ รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน รอบที่ 4 รับแบบแอดมิชชั่น และรอบที่ 5 รับตรงอิสระ
ถ้าย้อนกลับไปดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน 57 ปีของการจัดทำระบบการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง มีการเปลี่ยนแปลงระบบมาแล้ว 5 ระบบ โดยปี 2504-2542 เป็นระบบเอนทรานซ์ ที่สอบครั้งเดียวรู้ผลกันไปเลย
พอมาถึงปี 2542-2549 เอนทรานซ์เวอร์ชั่นใหม่ สอบ 2 ครั้ง/ปี และใช้คะแนนที่ดีที่สุด รู้คะแนนก่อนเลือกคณะ ซึ่งขณะนั้นมีข้อเรียกร้องจากนักเรียนและผู้ปกครองขอให้มีการปรับระบบเอนทรานซ์ เนื่องจากการเข้าเรียนครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าป่วยหรือเป็นอะไร ก็ไม่มีสิทธิ์อีก เป็นการตัดสินเด็กเพียงครั้งเดียว จึงทำให้เกิดระบบแอดมิชชั่น ในปี 2549-2552 ที่ต้องใช้คะแนนสะสม ม.ปลาย เกรดเฉลี่ย คะแนนโอเน็ต คะแนนเอเน็ต และมีการปรับแอดมิชชั่นอีกครั้งในปี 2553-2560 โดยมีการเพิ่มการสอบแกต/แพต สอบวิชาสามัญ 7 วิชา มีระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ลดปัญหากั๊กที่นั่ง จึงเกิดระบบทีแคส ในปี 2561
โดยการรับสมัครระบบทีแคส มีทั้งหมด 5 รอบ ผ่านทางเว็บไซต์ http://tcas.cupt.net/ ดังนี้ รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมงาน แบ่งเป็น รอบที่ 1/1 เปิดรับ 107,765 คน รอบที่ 1/2 เปิดรับ 60,726 คน, รอบที่ 2 การรับแบบโควตา โครงการพิเศษต่างๆ เปิดรับสมัคร 144,873 คน รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน (ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้) เปิดรับจำนวน 89,392 คน มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมจำนวน 55 แห่ง มีคณะ/สาขาวิชาให้เลือกจำนวน 3,267 คณะ/สาขาวิชา โดยในรอบนี้มีการเปิดรับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) 2,676 คน และโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายปฏิรูปอุดมศึกษาไทย จำนวน 12 มหาวิทยาลัย 15 สาขาวิชาใหม่ และ 24 สาขาวิชาปรับปรุง
ส่วนรอบที่ 4 การรับแบบแอดมิชชั่น รับนักศึกษา 80,971 คน จะเปิดรับสมัครระหว่าง 6-10 มิถุนายน โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมจำนวน 61 แห่ง มีคณะ/สาขาวิชาให้เลือก จำนวน 3,276 คณะ/สาขาวิชา (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ค.) และรอบสุดท้าย รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม เบื้องต้นคาดว่าจะมีที่นั่งว่าง 35,765 คน
วัตถุประสงค์หลักที่ทำให้เกิดระบบทีแคส คือการลดความเหลื่อมล้ำ ลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยปีที่ผ่านมามีเสียงร้องจากผู้ปกครองจำนวนมากว่ากว่าจะส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยต้องเสียค่าสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไปเป็นหมื่นๆ หรือแสนบาท แถมเด็กที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมีโอกาสวิ่งรอกสอบได้มากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน ระบบทีแคส ได้รวบการสมัครไว้ตรงกลาง
ค่าใช้จ่ายในการทีแคส 61 ถ้าเริ่มจากการสมัครสอบแกต และแพต ซึ่งเสียค่าสมัครสอบวิชาละ 140 บาท โอเน็ต (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) วิชาความถนัดทางวิชาชีพ กสพท.(กลุ่มแพทย์) ค่าสมัคร 800 บาท 9 วิชาสามัญ วิชาละ 100 บาท โดยหากนักเรียนเลือกสมัครในรอบต่างๆ ของทีแคส แบ่งเป็น รอบที่ 1 ถ้าเลือกคณะไหน วิชาใดก็ไปสมัคร โดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน และรอบที่ 2 โควตา/โครงการพิเศษต่างๆ มหาวิทยาลัยกำหนดได้อย่างอิสระ ทปอ.เก็บค่าดำเนินการและยืนยันสิทธิ์จากมหาวิทยาลัย รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน ค่าธรรมเนียม 100 บาท ค่าสมัครอันดับละ 200 บาท ถ้าสมัคร 4 อันดับ ต้องชำระเงิน 900 บาท รอบที่ 4 แอดมิชชั่น เลือก 4 อันดับ อันดับแรกเริ่มต้นที่ 100 อันดับเพิ่มเติม ชำระเพิ่มอีก 50 บาท และรอบที่ 5 รับตรงอิสระ รอบนี้จะเหมือนกับวิ่งรับตรงในสมัยอดีต ค่าสมัครและค่าธรรมเนียมต่างๆ มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดเอง
ตลอดสัปดาห์ ประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ตัวแทนจากทปอ.ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบในการจัดระบบการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางหรือทีแคส ได้ออกมาชี้แจงข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นในทีแคส รอบ 3 ว่าทีแคสรอบ 3 จะมีการเปิดเคลียริ่งรอบ 3/2 แก้ปัญหากั๊กที่นั่ง ไม่สามารถจัดลำดับได้ เพราะมหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ ไม่ได้มีเกณฑ์กลางเหมือนแอดมิชชั่น และการเลือก 4 อันดับ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ทีแคสรอบ 3 ค่าสมัครสูงสุดเพียง 900 บาท
“ทีแคสรอบ 3 ผ่านการวิเคราะห์อย่างดีว่าจะช่วยสร้างสมดุล 3 วัตถุประสงค์ที่วางไว้ คือ สิทธิการเลือกของนักเรียน ลดการกั๊กที่จำนวนมากและยาวนานลง และมหาวิทยาลัยสามารถคัดเด็กได้ตามเกณฑ์ตัวเอง ซึ่งทีแคสเป็นการรวมวิธีการรับนิสิตนักศึกษาทั้งหมดมาไว้บนกระดานเดียว ซึ่งทปอ.พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และในปีหน้าจะมีการปรับปรุงทีแคส โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน จะสามารถสรุปข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อดำเนินการทีแคสให้เป็นระบบที่ดีขึ้น แต่จะใช้ระบบอย่างไรนั้น ต้องรอการประชุมจากทปอ.ก่อน” ประเสริฐ กล่าว



