คอลัมนิสต์

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

29 พ.ค. 2561

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!! : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน 

 

          ประเทศไทยมีขนาดของแผ่นดินเท่าเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือจำนวนประชากรมนุษย์และสัตว์ หลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา ท้องทุ่ง หรือคุ้งน้ำ ถูกแทนที่ด้วยเมือง แทบแยกไม่ออกว่าคนรุกที่ของสัตว์ หรือสัตว์มีวิวัฒนาการปรับตัวออกจากป่ามาอยู่เมือง โดยเฉพาะ “ลิง” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความชาญฉลาด จนกลายเป็นข้อพิพาทของ “คนกับลิง”

          จากการสำรวจของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าปัจจุบันมีลิงอยู่ไม่น้อยกว่า 1 แสนตัว โดย “ลิงแสม” เป็นลิงที่สร้างปัญหารบกวนประชาชนมากที่สุด เหตุผลหนึ่งก็สืบเนื่องจากที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติเดิมของลิงถูกรุกล้ำ โดยเฉพาะการสร้างที่อยู่อาศัยหรือเข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่ในรูปแบบต่างๆ บางพื้นที่ก็เป็นลักษณะที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติเดิมของลิง แต่ถูกล้อมรอบหรือทับซ้อนด้วยพื้นที่ของชุมชน ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอาหารตามธรรมชาติเพียงพอ ลิงต้องเข้าไปในชุมชนเพื่อหาอาหาร มีการเข้าไปรื้อหรือทำลายทรัพย์สินในบ้านเรือน หรือบางครั้งก็ทำร้ายคนด้วย โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีการให้อาหารลิงจนทำให้พฤติกรรมของลิงเบี่ยงเบนไป และที่สำคัญคือจำนวนประชากรของลิงที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่ จนมีผลทำให้การควบคุมดูแลเป็นไปได้ยาก

 

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

 

          เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดของไทยจึงมีความจำเป็น เพื่อให้ดำรงอยู่ได้โดยไม่ขัดแย้งระหว่างคนด้วยกันเอง และคนกับสัตว์ ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ศึกษาธรรมชาติบนเกาะห่างไกล 191 แห่ง เพื่อสร้าง “นิคมลิง” หรือ “จัดระเบียบลิงไปปล่อยเกาะ” สำหรับรองรับลิงส่วนเกิน และลิงเกเร โดยจัดการภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ “ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” 

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ สมาชิก สนช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ บอกว่า ผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการศึกษาวิจัยในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง รวมทั้งความเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากลิงในปัจจุบัน ได้แผ่ขยายไปในหลายพื้นที่มากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ แต่ในพื้นที่ที่ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันทีมีอยู่ทั้งสิ้น 12 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี กระบี่ ชลบุรี ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ภูเก็ต มุกดาหาร สตูล สระบุรี อำนาจเจริญ และ เขตบางขุนเทียน กทม. 

 

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

 

          แนวทางการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 9 กลยุทธ์ และกิจกรรมหลักในด้านต่างๆ ที่แต่ละจังหวัดจะต้องนำไปเร่งรัดดำเนินการตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าลิงจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่การแก้ไขปัญหาลิงมีความจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาลิงที่ จ.ลพบุรี เป็นแห่งแรก ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ร่วมกับทุกหน่วยจัดทำ “แผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืน” ขึ้น จากนั้นได้ส่งมอบแผนให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเพื่อนำไปขับเคลื่อนตั้งแต่ 24 เมษายน 2560

 

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

 

          “ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิงไม่ได้จำกัดอยู่แต่ใน จ.ลพบุรี แต่ได้กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งพื้นที่ในภาวะวิกฤติกระจายตัวอยู่ใน 12 จังหวัด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากลิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการที่ลิงทำร้ายร่างกายและแย่งชิงทรัพย์สิน หรือบุกเข้าไปยังบ้านเรือน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งของเครื่องใช้ บางส่วนก็ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่เคยอยู่อาศัยหรือทำมาค้าขาย ขณะเดียวกันหลายฝ่ายยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์สู่มนุษย์ โดยเฉพาะจากการสัมผัสและการอยู่ใกล้ชิดกับลิง นอกจากนี้ยังมีลิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มักจะได้รับบาดเจ็บหรือถูกทำร้ายจากผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นๆ ถือเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับลิงที่จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน” พล.ต.อ.พงศพัศ อธิบาย

 

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

 

          สำหรับ 3 ยุทธศาสตร์ ที่กำหนดขึ้น ได้แก่ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการลิง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง และ ยุทธศาสตร์การบูรณาการแก้ปัญหาลิง โดยในแต่ละยุทธศาสตร์จะประกอบด้วยกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน การฟื้นฟูระบบนิเวศเดิมให้ลิงสามารถอยู่ได้ในถิ่นฐานเดิม การจัดทำฐานข้อมูลในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพลิง ฯลฯ รวมทั้งการนำองค์ความรู้ในการลดปัญหาข้อพิพาทเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ อาทิ การให้อาหารลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น

          ทั้งนี้ แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างนิคมลิงถือเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่จำเป็นจะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากจำนวนประชากรลิงที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้กับชุมชนได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกลายเป็นเงาตามตัว การย้ายลิงบางส่วนออกไปไว้ในนิคมลิงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจำนวนลิงส่วนเกินและลิงที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างปัญหาความเดือดร้อนหรือมีข้อพิพาทกับชาวบ้านโดยก่อนการโยกย้ายจะมีการทำหมันและพิจารณาเกี่ยวกับสวัสดิภาพลิงอย่างรอบด้าน ซึ่งตอนนี้ จ.กระบี่ ตรัง สตูล ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี และ ภูเก็ต มีเกาะตามธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 191 เกาะ

 

จัดระเบียบ'จ๋อ'ปล่อยเกาะไม่ได้ง่ายดั่งใจนึก..!!

 

          อย่างไรก็ดี การย้ายลิงไปปล่อยเกาะจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยความพร้อมของระบบนิเวศที่ลิงจะสามารถอยู่อาศัยได้ ทั้งในเรื่องของพืชอาหาร แหล่งน้ำ แหล่งหากินทางทะเล และปัจจัยคุกคามการดำรงอยู่ของลิงอันเกิดจากมนุษย์และสัตว์ป่า ซึ่ง จ.ภูเก็ต ได้ทำการศึกษาเสร็จสิ้นไปแล้ว 5 เกาะ ได้แก่ เกาะงำ เกาะปายู เกาะมาลีหรือมะลิ เกาะแพ และ เกาะทะนาน ส่วนที่ จ.สตูล ก็ได้ดำเนินการสำรวจแล้วที่ เกาะโกยใหญ่ โดยเกาะทุกแห่งที่ผ่านการสำรวจแล้วสามารถนำไปสร้างนิคมลิงได้ ส่วน จ.ลพบุรี ซึ่งไม่มีพื้นที่เกาะ แต่ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้พื้นที่บริเวณเขาพระยาเดินธง เขาสมโภชน์ และ เขาเอราวัณ เพื่อสร้างเป็นนิคมลิงในอนาคตอันใกล้

          ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจกแจงว่า ประเด็นที่มีข้อเสนอการย้ายลิงไปอยู่ตามเกาะต่างๆ นั้น เคยมีเจ้าหน้าที่นำเสนอเรื่องนี้มาให้พิจารณาแล้ว โดยได้ให้ข้อสังเกตไปว่า การนำลิงไปอยู่ที่ใดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงบริเวณพื้นที่เหล่านั้น ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมาก่อน จะต้องมีแหล่งน้ำและอาหารให้เพียงพอ เพื่อให้ลิงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่เช่นนั้นก็เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ได้ นอกจากนั้นปัญหาลิงในบางพื้นที่เป็นการที่ชุมชนเข้าไปบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง ทำให้พฤติกรรมของลิงเปลี่ยนไป หรือในบางชุมชนก็ไม่ต้องการที่จะย้ายลิงเพราะมีความรักและความผูกพันกับลิงมาก

          เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ต้องทำประชาพิจารณ์ของคนในพื้นที่ก่อนว่าสามารถอยู่กับลิงได้หรือไม่ หากอยู่ได้ก็เข้าสู่กระบวนการทำหมันควบคุมประชากรลิง ถ้าพื้นที่ใดที่ไม่อยากอยู่ร่วมกับลิง ก็เข้าสู่แผนบริหารจัดการนิคมลิง

          การจัดระเบียบเจ้าจ๋อไปปล่อยเกาะเป็นนิคมลิง ถ้าทำได้จริงก็เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย แต่คงไม่ได้ง่ายราบรื่นดั่งใจนึก คนเดือดร้อนไม่น้อย แต่คนรักลิงก็เยอะ อย่าลืมว่าบ้านเมืองเรามี พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์..!!