
4 ปี คสช.สอบผ่านปิดช่องทหารปฏิวัติอีก!
4 ปี คสช.สอบผ่านปิดช่องทหารปฏิวัติอีก! : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน โดย... อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ ทีมล่าความจริง เนชั่นทีวี 22
“ไม่ได้เป็นการเสียของ แต่เป็นการเดินทางที่มาถูกทาง”
นี่คือทัศนะของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่มองในมุมบวกว่า 4 ปีของประเทศไทยและคนไทยภายใต้การบริหารงานของ คสช. เป็นการเดินมาถูกทางแล้ว ทั้งการยุติความขัดแย้งทางความคิดจนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงเข้าใส่กันของคู่ขัดแย้งทางการเมือง พร้อมๆ กับการวางรากฐานประเทศผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉะนั้นการยึดอำนาจครั้งนี้จึงไม่เสียของ
“สำหรับผมมองว่าไม่ได้เป็นการเสียของแต่เป็นการเดินทางที่มาถูกทาง แต่เดินไปอย่างช้าๆ ก่อนหน้านี้ความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมเรียกได้ว่าคนไทยมีระยะห่างจนแทบไม่สามารถหันกลับมาพูดคุยกันได้อีกเลย มีการเผชิญหน้ากันทางความคิดด้านการเมือง แต่นับตั้งแต่คสช.ทำการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ก็เป็นการเข้ามาป้องปรามเปลวไฟของสถานการณ์ทางการเมืองที่ลุกลาม ซึ่งหมายความว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มันทำหลายฝ่ายอยู่ในภาวะสงบนิ่งและกลับไปทบทวนบทบาทของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของตัวเอง”
“ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้ 4 ปีที่ผ่านมาไม่เสียของ นั่นก็คือทุกกลุ่มการเมืองมีความคาดหวังในคุณภาพของตัวผู้นำว่าต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นผู้นำจากพรรคการเมืองไหนก็มักมีปัญหาด้านจริยธรรมและคุณธรรมแทบทั้งสิ้น นอกจากนั้นรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังทำเรื่อง ‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ที่จะสร้างความมั่นคงให้ประเทศอย่างยั่งยืน เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติระยะยาวให้ประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งต่างจากพรรคการเมืองที่เคยเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะไม่เคยมีการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวให้ประเทศเลย นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด”
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการสืบทอดอำนาจของกลุ่มนายทหาร คสช.นั้น ผศ.วันวิชิต เห็นว่า คสช.และรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้ต้องการอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองอย่างยาวนานตามที่ถูกวิจารณ์ เพียงแต่ต้องการให้คนที่มารับไม้ต่อสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าจะไม่นำการเมืองไทยกลับไปสู่วงจรความขัดแย้งเดิมๆ ซึ่งก็สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมทั้งในแง่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและการมีผู้นำประเทศที่มีคุณธรรมและจริยธรรมสูง
“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลคสช.เฝ้ามองบรรยากาศทางการเมืองว่า มีกลุ่มการเมืองใดที่ยังแข็งแรงที่อาจจะนำไปสู่การก่อความวุ่นวายในอนาคตได้หรือไม่ เพราะเป็นสิ่งที่คสช.กังวล สังคมเองก็กังวล แต่ไม่ได้หมายความว่า คสช.จะไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเสียทีเดียว แต่เป็นการกลั่นกรองผู้ที่มีความชอบธรรมเพื่อไม่ให้การเมืองกลับไปสู่วังวนแห่งความขัดแย้งเหมือนเดิมอีก ฉะนั้นในความคิดของผมจึงเชื่อว่าคสช.หรือรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้มีความปรารถนาที่จะอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองอย่างยาวนาน แต่ต้องการใครสักคนมารับไม้ต่อ และสร้างสัตยาบันทางการเมืองว่าจะไม่นำการเมืองไทยกลับไปสู่วังวนเดิมๆ อีก” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุ
สิ่งที่สังคมไทยตั้งคำถามในวาระที่รัฐบาลจากการยึดอำนาจอย่าง คสช. ทำงานมาครบ 4 ปีก็คือ เมื่อหมดยุค คสช.แล้ว การเมืองไทยจะยังอยู่ในวังวนการปฏิวัติรัฐประหารอยู่อีกหรือไม่ ประเด็นนี้ ผศ.วันวิชิต ซึ่งศึกษาด้านการทหารและพัฒนาการของกองทัพ บอกว่า การรัฐประหารครั้งใหม่จะเกิดขึ้นยากมาก เพราะสังคมโลกไม่ยอมรับ เหตุนี้เอง คสช.จึงสร้างกลไกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือพ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อคงบทบาทของกองทัพในการกำกับทิศทางของบ้านเมืองผ่านการขับเคลื่อนของ กอ.รมน.แทน
“การที่กอร.มน.เข้ามามีบทบาททั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เป็นการถอดบทเรียนในอดีตของตัวเอง วันนี้กองทัพได้สยายบทบาทไปที่กอ.รมน.ทั้งด้านการเมืองและการนำทรัพยากรของกองทัพไปช่วยเหลือประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เปิดให้กองทัพมาช่วยเติมเต็มประเทศในด้านต่างๆ จึงเป็นการวางบทบาทให้ทหารได้ช่วยเหลือประเทศชาติภายใต้ศักยภาพของกองทัพเอง”
“ในอนาคตการทำรัฐประหารแบบเดิมๆ คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ผมมองว่าคณะทำงานของคสช.คงได้ไตร่ตรองเรื่องนี้เอาไว้ เพราะบริบทจากสังคมโลกมองว่าการทำรัฐประหารเป็นเรื่องล้าสมัย ไม่ได้รับการยอมรับ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ คสช.ได้วางกลไกเอาไว้เพื่อเป็นการรักษาอุดมการณ์ของตัวเองให้คงอยู่ต่อไปก็คือการส่งไม้ผลัดไปให้ กอ.รมน.ทำหน้าที่แทน เพราะมีความชอบธรรม และสามารถขอความช่วยเหลือจากภาพส่วนต่างๆ ของสังคมได้ ในลักษณะของการระดมทรัพยากร จึงเป็นไปได้ว่าบทบาทของกองทัพนับจากนี้จะมีอยู่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน ขณะที่โครงสร้างของ กอร.มน.ที่วางไว้ ก็สยายปีกไปทั่วประเทศ เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลไปในตัว ในอนาคตจึงไม่มีความจำเป็นต้องปฏิวัติอีก” ผศ.วันวิชิต อธิบาย
และนี่จะเป็นบทบาทใหม่ๆ ของกองทัพที่สังคมไทยอาจได้เห็นภาพชัดขึ้นเมื่อมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า!



