คอลัมนิสต์

กบฏทหารพรานที่ธากา

กบฏทหารพรานที่ธากา

02 มี.ค. 2552

ที่ใดที่มีความไม่ยุติธรรม การเอาเปรียบกดขี่กัน ที่นั่นย่อมมีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรง ไม่เว้นแม้แต่ในกองทัพที่ซึ่งระเบียบวินัยค้ำคออยู่ การลุกขึ้นมาก่อกบฏจับผู้บังคับบัญชาและทหารเหล่าอื่นฆ่าทิ้งเสียของอาสาสมัครทหารพรานกลางกรุงธากาเมื่อ 25-26 กุมภาพันธ์ ที่

เป็นตัวอย่างอันพึงสังวรของการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะให้ห้วงเวลาแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างนี้

ทหารพราน ของบังกลาเทศนั้นสังกัดกระทรวงมหาดไทยก็จริง แต่ขึ้นควบคุมทางยุทธการ ตลอดจนการอำนวยการและการฝึกกับ กองทัพบก เรียกว่าทุกอย่างทุกประการเป็นลูกไล่เขาหมด หน้าที่ดั้งเดิมคือรักษาความสงบบริเวณชายแดนและหากเกิดสงครามก็ไปรบตายก่อน ในฐานะแนวหน้า ปัจจุบันภารกิจยิ่งมากขึ้น เพราะบังกลาเทศก็เผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จึงต้องใช้ อส.เหล่านี้กวาดจับผู้ก่อการร้ายบ้าง ปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบบ้าง เช่นเดียวกับการสกัดกั้นยาเสพติด ภารกิจยิ่งหนัก แต่ค่าตอบแทนต่ำแค่เดือนละไม่กี่พันบาท สร้างความเครียดแก่พวกเขาซึ่งมีถึง 7 หมื่นคนใน 42 ค่ายทั่วประเทศ

ที่มันทนกันไม่ได้คือ การเปรียบเทียบกับทหารหลักที่มีโอกาส มีค่าตอบแทน เหนือกว่ากันทุกอย่าง ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาสังกัด ทบ.ที่มีอนาคตรุ่งเรืองกว่า ยิ่งทหารหลักบังกลาเทศดำเนินช่องทางอย่างเป็นล่ำเป็นสันกับการไปร่วมรักษาสันติภาพต่างแดนแทบทุกมิชชั่นที่ยูเอ็นมี รายได้ของคนถือปืนสองกลุ่มนี้จึงต่างกันคนละโลก เมื่อบวกกับการเหยียดหยันและภาวะข้าวยากหมากแพง การลุกฮือขึ้นจับปืนไล่ยิงผู้บังคับบัญชาโดยไม่กลัวขึ้นศาลทหารจึงเกิดขึ้น

กรณีนี้ไม่ใช่การบันดาลโทสะ แต่เป็นการสั่งสมความแค้นและวางแผนมายาวนาน การเรียกร้องที่รัฐบาลไม่รับฟังทำให้ อส.กว่า 2,000 คน ยึด บก.ของตัวเอง ฆ่าพวกที่ไม่เห็นด้วยและเตรียมรบกับฝ่ายรัฐบาลเต็มที่ งานนี้นับว่า นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็ก ฮาสินา วาจิด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี รู้ว่าหากรบกันก็คงแหลกไม่เพียงแค่ทั้งทหารหลักทหารรองในเมืองหลวง แต่ความวุ่นวายและพยาบาทกรรมคงกระจายต่อไปหลายเมือง เลยยอมนิรโทษกรรมให้กบฏเพื่อแลกกับการวางอาวุธ แล้วค่อยไปว่ากันต่อไปเรื่องพิจารณาข้อเรียกร้องของเหล่าทหารพราน

ชะตากรรมบังกลาเทศคล้ายกับบางประเทศที่เราคุ้นเคย ทั้งที่จนกันจะแย่ ปัญหาสังคมมีเพียบ แต่ประชาชนก็แตกแยกทางการเมืองอย่างหนัก ทหารและชนชั้นนำพยายามแทรกแซงการเมือง แต่ก็ไม่อาจสร้างความสงบอย่างแท้จริงได้ ก็ได้แต่หวังว่าบังกลาเทศจะโชคดี