
ตะลุยกองทัพ-ใช้เวทีอาเซียนประสานรอยร้าวโรฮิงญา-พระวิหาร-คน 2 สัญชาติ
ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน 10 ประเทศ ครั้งที่ 3 (ASEAN Defence Ministers Meeting :ADMM) ที่จัดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา
แม้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมครั้งนี้ รมว.กลาโหมอาเซียนเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง ดาโต๊ะ ซรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาเลเซีย ศ.จูโวโน ซูดาร์โซโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายกิลเบอร์โต้ กิลเบิร์ท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ พล.อ.อาย มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหภาพพม่า นายเตียว ซี เฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐสิงคโปร์ พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ราชอาณาจักรกัมพูชา พล.อ.ฟุ่ง กวาง แทนห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พล.ท.ดวงใจ พิจิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ดาโต๊ะ ยูซอฟ อากาคิน รมช.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บรูไน การประชุมได้แบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรกเป็นการประชุมหารือแบบทวิภาคี หรือการเจราจาทั้ง 2 ฝ่าย โดยไทยหารือกับสิงคโปร์ ไทยหารือกับอินโดนีเซีย ไทยหารือกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และไทยหารือกับมาเลเซีย ส่วนรอบสองจะเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน พร้อมด้วย นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน และเจ้าหน้าที่อาวุธโสกลาโหมอาเซียนจากประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมทั้งยังเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะการลงนามในปฏิญญาร่วมการประชุมว่าด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลาโหมอาเซียน เพื่อเผชิญต่อความท้าทายจากภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ (Joint Declaration on Strengthening ASEAN Defence Establishments to Meet the Challenges of Non-Traditional Security Threats) ปฏิญญาฉบับนี้จะเป็นข้อตกลงตอกย้ำพันธสัญญาของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนในการมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค ทั้งนี้การประชุมกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 3 เป็นที่น่าจับตามองว่า จะมีการนำปัญหา "ชาวโรฮิงญา" และปัญหากรณีข้อพิพาท "ปราสาทพระวิหาร" รวมถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หารือกันในที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน เพื่อเป็นกรอบแนวทางของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เนื่องติดข้อบังคับที่ระบุว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนห้ามก้าวก่ายกิจการภายในของแต่ละประเทศ แต่ประเทศที่เป็นคู่กรณีกับไทยไม่ได้มีการเจรจาหารือแบบทวิภาคี มีเพียง ดาโต๊ะ ซรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ที่ประกาศพร้อมให้การสนับสนุนกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการหลบหนีของ "บุคคล 2 สัญชาติ" ดังนั้นเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะจับมือแก้ไขปัญหาไฟใต้ให้เกิดเป็นธรรมมากที่สุด ส่วนปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร บริเวณปราสาทาพระวิหารที่รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชายังตกลงกันไม่ได้ โดยเฉพาะการถอนกำลังทหารของทั้งสองที่ทุกวันนี้ยังมีการเผชิญหน้ากันอยู่เนื่อง ซึ่ง พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหม กัมพูชา เปิดเผยว่า ยังมีความมุ่งหวังในการบรรลุข้อตกลงกับทางการไทย เรื่องการถอนทหารออกจากพื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งในการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งนี้คงไม่ได้มีการหารือเจาะจงในเรื่องดังกล่าว "เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน และผมอยากให้จบในยุคของผมที่ยังทำงานอยู่ และจะพยายามทำให้ได้ ซึ่งในการพบกับ พล.อ.ประวิตรก่อนหน้านี้ในการไปเยือนอย่างเป็นทางการ ก็เชื่อว่าท่านก็มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน" พล.อ.เตีย บัน กล่าว ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง หลังจากได้ฟันฝ่าอุปสรรค ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ อันถือเป็นชัยชนะของไทย ในการผลักดันให้เกิดความร่วมมือครั้งสำคัญของ รมว.กลาโหม ในกลุ่มประเทศอาเซียน ทีมข่าวความมั่นคง



