
ดูดผู้มีบารมีไม่ใช่เรื่องง่าย
ดูดผู้มีบารมีไม่ใช่เรื่องง่าย : คอลัมน์... ขยายปมร้อน โดย...จักรวาล ส่าเหล่ทู
ตึง ตึง “ลุงตู่!” ตึง ตึง “ลุงตู่!” เสียงของมวลชนชาวเซราะกราวนับเคล้าจังหวะกลองเชียร์กว่า 3 หมื่นชีวิต ที่พร้อมใจกันมาเต็มความจุสนาม “ช้างอารีน่า” ต่างตะโกนต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ให้ความฮึกเหิมราวกับนักกีฬาลงสนาม และยิ่งเรียกเสียงเชียร์เกรียวกราวได้อีก เมื่อนายกฯ เดินวนโบกมือชูไอเลิฟยูให้มวลชนรอบสนามหนึ่งรอบ อาจกล่าวได้ว่าการมาเยือนเยี่ยมชาวบ้านที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7 พฤษภาคม ถือว่าไม่ธรรมดานัก
ช่วงเช้าในวันเดียวกัน นายกฯ แวะเวียนพบปะประชาชนที่ จ.สุรินทร์ โดยเดินตรวจความเรียบร้อยที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง ถือเป็นบรรยากาศเบาๆ ช่วงเช้า มีตัวแทนชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้มารอต้อนรับ ทันทีที่นายกฯ เดินไปหา ชาวบ้านก็ร้องเพลงคืนความสุขให้ เล่นเอานายกฯ ยิ้มปริ คว้าไมค์มาร่วมร้องด้วย
ตกสายๆ ก็เดินทางไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง ชาวบ้านก็รอต้อนรับ แต่นายกฯ ร่วมเซลฟี่กับชาวบ้านทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น บางครั้งก็หยุดแวะเซิ้งกับวงดนตรีพื้นบ้าน พูดคุยกับชาวบ้านหยอกเล่นไปมา ทำเอาภาพของทหารผู้เคร่งขรึมละลายไปกับแดดที่ร้อนอบอ้าว แถมหยอดคำหวาน ให้ดูแลรองนายกรัฐมนตรีด้วย
แต่บรรยากาศการเยี่ยมประชาชนของนายกฯ ทั้งสองแห่งที่ จ.สุรินทร์นั้น ก็เหมือนกับการสัญจรที่ผ่านมา คือมีคนมาต้อนรับจำนวนหนึ่งแต่ไม่มาก
ไฮไลท์เด็ดอยู่ที่การเยือนบุรีรัมย์ ที่มีชาวบ้านจาก 23 อำเภอ 3 หมื่นชีวิต พร้อมใจกันใส่เสื้อทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่งเต็มความจุสนามช้างอารีน่า จำนวนนี้คงพอๆ กับฟุตบอลนัดตัดสินแชมป์ และมากกว่าการปราศรัยของนักการเมืองสมัยที่เลือกตั้งมีความพีคเลยก็ว่าได้ เล่นเอาถนนรอบสนามช้างอารีน่า เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเวลาเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลาที่เปิดสนามให้ชาวบ้านไปนั่งรอเพื่อพบนายกฯ และคณะผู้ติดตาม
ระหว่างที่นายกฯ พูดปราศรัยกับประชาชนก็แอบมีลูกหยอดลูกอ้อน มุกตลกบ้าง แน่นอนว่าเสียงสะท้อนตอบรับกลับมานั้นมีความกระหึ่ม เหมือนร้องเล่นเพลงเชียร์ เล่นเอานายกฯ ยิ้มแฉ่งตามๆ กัน กับเสียงเรียกร้องของมวลชนที่ขานรับที่ไม่ขายสาย ตั้งแต่การต้อนรับ จนถึงส่งนายกฯ ออกนอกสนาม จนเวลาล่วงเลยผ่านไปยามเย็น นายกฯ ลงพื้นที่ถนนคนเดินเซราะกราว ชาวบ้านก็รุมล้อมพยายามถ่ายรูป บ้างก็ขอเซลฟี่ ดูรวมๆ แล้วได้ความนิยมพอๆ ดาราโทรทัศน์ช่วงขาขึ้นก็ไม่ปาน
แต่ถ้าถามว่ามวลชนที่มาร่วม 3 หมื่นกว่าคน รวมถึงชาวบ้านที่ฮือฮานายกฯ นั้น ต่างพร้อมมาต้อนรับนายกฯ ด้วยใจเต็มร้อยก็ไม่ได้เต็มปาก สื่อหลายสำนักและคนคร่ำหวอดการเมืองต่างก็มองออก เพราะพลังของ "เนวิน ชิดชอบ" ประธานบริหารสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อดีตนักการเมืองรุ่นใหญ่ ที่แม้เขาจะบอกว่าไม่เอาแล้วการเมืองไทย แต่ทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าบารมีของบุรุษผู้นี้เต็มทุกพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เขากลายเป็นคีย์แมนที่ทำให้มีมวลชนรับนายกฯ ตู่ อย่างอบอุ่น
ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนท์ที่ผู้มีบารมีประจำพื้นที่ออกมาต้อนรับนายกฯ เพียงแต่ว่าครั้งนี้อลังการกว่าทุกการต้อนรับที่ผ่านมาเท่านั้นเอง
เหตุการณ์ในวันนั้นอาจทำให้นายกฯ ชื้นใจได้ขึ้นบ้างว่ามีคนเชียร์เยอะ แต่ถ้าเราไม่หลอกตัวเองแล้วก็จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว เป็นเพราะประชาชนศรัทธาในตัวนายเนวิน มากกว่า ถึงยอมมานั่งรอนายกฯ เป็นชั่วโมง ตากแดดร้อนกางร่มสู้ ยอมร้องโค้ดเชียร์ตามที่เนวินซักซ้อมมา
และต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เนวินรับขวัญผู้มีอำนาจ หากที่ผ่านมาก็มี “แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร ที่เนวินคอยจัดหา “พลายบัว” ช้างวัย 35 ปี ให้ทักษิณ ได้ขี่ช่วย ส.ส.สุรินทร์ พรรคไทยรักไทย หาเสียงเมื่อปี 2549 หรือการจัดหามวลชนใส่เสื้อสีน้ำเงินต้อนรับคณะรัฐบาลของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คอยให้กำลังใจ รวมถึงคอยอารักขาไม่ให้ปะทะมวลชนเสื้อแดงที่คอยกดดัน
เอาเป็นว่างานนี้ก็เหมือนกันประสบความสำเร็จในแง่การสร้างความประทับใจให้ผู้มีอำนาจ ท่ามกลางกระแสสร้างพรรคการเมืองใหม่ และดูดนักการเมืองตามครรลองประชาธิปไตยของนายกรัฐมนตรี ก็อดคิดไม่ได้ว่ามาเหยียบถิ่นฐานของภูมิใจไทยทั้งทีจะมีดีลพิเศษ หรือมีการดูดนักการเมืองหรือไม่
เรื่องดีลการเมืองนั้นตอนนี้ไม่รู้แน่ชัด แม้จะมีพูดหยอกๆ จากเสี่ยหนู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าใครดูดอะไร ติดคอตายแน่นอนก็ตาม แต่ด้วยฐานเสียงมวลชน บารมีของเนวิน ผู้ร่วมสร้างพรรคภูมิใจไทยแล้ว ก็บอกว่าคงไม่ถูกดูดง่ายๆ แน่นอน ยังคงหยั่งเชิงกันต่อไป เหลือพื้นที่ให้ได้หลายๆ ฝ่าย ยังคงมีบทเป็นพรรคกลางที่ไม่ได้ออกตัวเกลียดรัฐบาลทหารสุดทางเท่าไหร่ และไม่ได้หนุนใครเป็นพิเศษ
และถ้าจะหนุนกันจริงก็คงไม่มาในรูปของการโดนดูดเข้าร่วมพรรค แต่คงเป็นเชิงการร่วมมือ โดยยังมีพื้นที่ให้ต่อรองได้ตามสมควร ใครจะยอมยกฐานเสียงให้ง่ายๆ เป็นที่แน่ใจได้ว่าภาพของการร่วมมือเพราะผลประโยชน์ร่วมกันจะมีมากกว่าการให้ใจกันเต็มๆ แน่ๆ



