
ดูดได้ แต่ใช้การไม่ได้!!! เหตุเพราะใจไม่ป้ำ
ดูดได้ แต่ใช้การไม่ได้!!! เหตุเพราะใจไม่ป้ำ : คอลัมน์... ขายปมร้อน โดย... สำนักข่าวเนชั่น
ระหว่างที่ “รัฐบาล” กำลังง่วนกับการบริหารราชการ แก้สารพัดปัญหา ความเคลื่อนไหวในทางลับ อย่างการเดินเครื่อง “ดูดส.ส.” เข้าก๊วน ตาม “ทฤษฎีช็อตปลาในบ่อเพื่อน” กำลังเดินไปอย่างเงียบๆ ตามที่ระบุกันหนาหูว่า “ส.3 หน่อ” ทีมเศรษฐกิจของ “รัฐบาล” นำโดย ส.แรก พี่ใหญ่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ พี่รอง “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์ ที่ถูกวางตัวนั่งเลขาฯ หากมีการตั้งพรรคใหม่ขึ้น สนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ “หัวหน้าคสช.” เป็น “นายกฯ” หลัง “เลือกตั้ง” อีกสมัย ส่วนน้องเล็ก “อุตตม สาวนายน” รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค หากมีการตั้งพรรคใหม่ หนุน “บิ๊กตู่”
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการตั้งพรรค แต่เรื่องการ “ดูดส.ส.” นั้นมีแน่ ปิดกันไม่ได้
ล่าสุด มือทำงานคนหนึ่งที่ใกล้ชิด “สมคิด” อย่างมาก ซึ่งไม่ใช่ “สนธิรัตน์” และ “อุตตม” เดินสายลงพื้นที่อีสานกล่อม “อดีตผู้สมัครส.ส.” หวังให้สลัดเสื้อคลุมสีเก่า มาใส่ลายพรางแทน แต่น่าเสียดายที่เจ้าของพื้นที่หลายคน ยังเหนียวแน่นไม่ไปไหน จะมีคนเปลี่ยนใจบ้างก็บรรดาคนสอบตก “แพ้เลือกตั้ง” ทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้ ได้ยินมาว่า บรรดา “อดีตส.ส.อีสาน” หลายคน ก็วิ่งแจ้นปรึกษาคนไม่ใกล้ ไม่ไกลตัว “บิ๊กตู่” บางคน ว่าจะเอาอย่างไรดี แต่สิ่งที่ได้เหมือนไม่ได้อะไร
“ว่าไปตามสะดวก เตรียมตัวเลือกตั้งดีกว่า” คือคำตอบที่ได้
งานนี้จึงยังไม่เห็น “ส.ส.” ที่ผูกขาดพื้นที่แบบแบเบอร์ เปิดหน้า ประกาศตัว พร้อม ยกมือหนุน “บิ๊กตู่” นั่ง “นายกฯ” อีกสมัย
เว้นแต่ “พี่น้องตระกูลคุณปลื้ม” ที่มีตำแหน่งใน “รัฐบาล” “สนธยา คุณปลื้ม” หัวหน้าพรรคพลังชล นั่งที่ปรึกษานายกฯ ส่วน “อิทธิพล คุณปลื้ม” อดีตนายกเมืองพัทยา นั่ง “ผู้ช่วยรมว.ท่องเที่ยวฯ”
แล้วการที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ออกมาระบุว่า “นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีคนติดต่อมาขอพบหารือ” เป็นเพียงความพยายามสื่อสารว่า ตัวเองเนื้อหอมขนาดไหนเท่านั้น แต่ความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่ “บิ๊กตู่” คิด
เพราะก่อนจะถึงขั้นที่ใครสักคนเดินเข้ามาขอพบ “เด็กของสมคิด” คงจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม คนนั่งบนหอคอยงาช้างคงไม่รู้ หรือรู้แต่อาจจะบอกไม่หมดก็ได้
แต่น่าเสียดาย ในเมื่อ “สมคิด” กับพวก ตัดสินใจเลือกวิธี “ดูดส.ส.” และยังไม่เคยได้ยิน “บิ๊กตู่” ออกปากห้ามปราม และทำไมใครต่อใครถึงยังไม่เปลี่ยนใจ หันหัวรถเข้าค่ายทหาร นั่นเพราะเหตุผล เรื่องความนิยมในตัว “รัฐบาลคสช.” หลายพื้นที่สะท้อนออกมาว่าไม่ได้ป๊อปปูลาร์ หรือสวยหรู อย่างที่คนใน “รัฐบาล” คิด
ดูง่ายๆ ทำไม “อดีตส.ส.สายใต้” ส่วนใหญ่ที่ออกมาเคลื่อนไหวกับ “กปปส.” เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตการเมือง กลับไม่กล้าไปไหน ตายรังตบเท้าเข้ายืนยันสมาชิกกับ “ประชาธิปัตย์” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวหนาหูว่าจะมีการตั้ง “พรรคกปปส.” ขึ้นหนุน “บิ๊กตู่”
นั่นเพราะหัวคะแนนที่ใกล้ชิดคนในพื้นที่ของ “อดีตส.ส.ใต้” เหล่านี้ สะท้อนความคิดความเห็นของประชาชนให้รู้ว่า ทำไมประชาชนถึงไม่เอา “รัฐบาลคสช.” รู้อย่างนี้เกิดมีใครกล้าฝืนกระแสฐานเสียง ก็มีอันจบเห่เอาง่ายๆ
ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่เหนือและอีสาน ตรงนั้นชัดเจนไม่เอา “คสช.” อยู่แล้ว ทำไม บรรดา “ส.ส.” เจ้าของพื้นที่จะไม่รู้
แม้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ท่อน้ำเลี้ยงจากดูไบจะเหือดแห้งแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันรอวัน “เลือกตั้ง”
หรือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “ส.ส.” ไม่แปรพักตร์ เป็นเพราะข้อเสนอจากฟากทหารไม่เร้าใจเพียงพอ สู้ความใจป้ำของ “นายใหญ่” แห่งดูไบ ไม่ได้
ถ้าย้อนกลับไปดูเมกะโปรเจ็กต์ แห่งการดูด สมัย “พรรคไทยรักไทย” ที่กวาดต้อน “ส.ส.” พรรคอื่นมาอยู่ในอ้อมอก แต่ละคนได้ดิบได้ดี เติบใหญ่ทางการเมือง มานักต่อนักแล้ว
ถึงคราว “บิ๊กตู่” ที่ลึกๆ อาจไม่เคยสนใจงาน “การเมือง” หลังๆ มานี้ ไม่รู้ “สมคิด” หรือใครไปเป่าหู จนออกอาการเป๋ไปเป๋มา ไม่ตอบรับ และไม่ปฏิเสธสำหรับอนาคตทางการเมือง โยนว่าขึ้นอยู่กับประชาชน
จริงอยู่ว่า “บิ๊กตู่” เองก็มีแฟนคลับ แต่มันเพียงพอจะผลักดันให้สามารถกลับมานั่ง “นายกฯ” หลัง “เลือกตั้ง” ได้หรือไม่ บอกเลยว่ารากเลือด ส่วนเงื่อนไขก๊อก 2 ด้วยการเป็น “นายกฯ” คนนอก ถึงมีความเป็นไปได้ตามกติกา แต่หลังจากนั้นจะยุ่งเหยิงแค่ไหน ในวันที่ไร้ “ม.44” ไม่ต้องจินตนาการ ก็พอเห็นเค้าลางว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร
แต่วันนี้ ถ้า “บิ๊กตู่” ตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าลุยการเมืองต่อจริงๆ และคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ในเวลานี้ คือการหา “กองหนุน” โดยเฉพาะการ “ดูดส.ส.” ลำพังจะเดินสายดูดด้วยปากคงไม่พอ ต้องอาศัยความใจป้ำ กล้ารับปาก จะให้มากกว่าที่ “นายใหญ่” แห่ง “ดูไบนคร”
เคยแสดงอิทธิฤทธิ์จนประจักษ์ทั้งยุทธภพมาแล้ว
“พล.อ.ประยุทธ์” จะกล้าหรือไม่
ยิ่งล่าสุด “บิ๊กตู่” พูดใน “รายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ประโยคหนึ่งว่า “ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมทำงานทางการเมืองให้ตอนนี้”
ทำเอาหลายคนสับสนกับท่าทีเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เคยประกาศ ตัวเองไม่ใช่ “นักการเมือง” จนวันหนึ่งก็ยอมรับว่าเป็น “นักการเมือง” ที่เป็นทหาร สุดท้ายก็มากลับลำ ตัวเองไม่ใช่ “นักการเมือง”!!! ตรงนี้สะท้อนชัดว่า “บิ๊กตู่” ไม่มั่นใจกับงาน “การเมือง” เอาเสียเลย โดยเฉพาะหลัง “เลือกตั้ง”
ภาษาชาวบ้านเรียก ชักเข้าชักออก จะไปก็ไม่สุด จะหยุดก็ไม่ได้ อะไรๆ ก็ดูคลุมเครือไปหมด ขนาด “ดูดส.ส.” แทนที่จะตั้งเป้าตกปลาใหญ่ หวังใช้งานได้ แต่กลับเลือกช้อนปลาเล็กปลาน้อย หรือปลาที่พอขายได้ แต่ไม่มีใครเอา แถมเมื่อได้ตัวไปแล้ว เจ้าของบ่อกลับดีใจเสียอีก เพราะจะได้ไปเหม็นบ้านคสช. !!!



