คอลัมนิสต์

"เสรีภาพประชาชน" คือ "เสรีภาพสื่อ"

"เสรีภาพประชาชน" คือ "เสรีภาพสื่อ"

02 พ.ค. 2561

"เสรีภาพประชาชน" คือ "เสรีภาพสื่อ" : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ 

 

          วันที่ 3 พฤษภาคม ของทุกปี สหประชาชาติประกาศให้เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อ และเตือนให้ผู้ถืออำนาจเคารพและสนับสนุนเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

          ซึ่งองค์กรสื่อรวมถึงสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนในประเทศไทยก็ไม่พลาดที่จะจัดงานขึ้นในวันนี้ เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน สโลแกนและวาทกรรมถูกผลิตซ้ำขึ้นมาเพื่อตอกย้ำถึงเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็น “เสรีภาพบนความรับผิดชอบ” (ปี 2558) ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ (2559) หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน (2560) และ ทวงคืนเสรีภาพสื่อ ปลดล็อกคำสั่งคสช. (2561)

          หากคำถามที่สำคัญที่สื่ออาจต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า “เป้า” ที่ตั้งเอาไว้เป็นเรื่องที่กลับหัวกลับหางหรือไม่ สื่อจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนวงการสื่อ มักจะผลิตซ้ำวาทกรรมที่ว่า “เสรีภาพสื่อ คือ เสรีภาพประชาชน” โดยคิดเหมาเอาว่าหากสื่อมีเสรีภาพประชาชนก็จะมีเสรีภาพ

          แต่ในโลกความเป็นจริงนั้น สื่อจะมีเสรีภาพไม่ได้เลยหากประชาชนยังไม่มีเสรีภาพ หรือถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพชนิดรายวัน จะเกิดอะไรขึ้นหากเพียงการคิด การเขียน การกระทำเพื่อแสดงความเห็นอันต่างจากภาครัฐ กลับถูกตีความว่ากระทบต่อความมั่นคง และถูกเข้าจับกุมคุมขัง

          หลายคนถูกจับกุมด้วยการกระทำอันป่าเถื่อน ที่อยู่ภายใต้บริบทและความคุ้มครองของกฎหมายพิเศษที่แค่จะไปเรียกร้องหาความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมตามปกติยังทำไม่ได้

          ยังมีคนที่ถูกเรียกไปข่มขู่ในหน่วยราชการ บางคนถูกเจ้าหน้าที่รัฐบุกไปข่มขู่คุกคามถึงบ้านเรือน ถึงที่ทำงาน ภายใต้ชื่อเรียกให้ดูเบาลงอย่างคำว่า “ปรับทัศนคติ”

          จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประชาชนถูกยิงตาย ถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายร้ายแรง แต่เมื่อสอบถามถึงวงจรปิดที่อ้างว่ามีกลับยังไม่มีใครเห็น ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ผ่านมาร่วมหนึ่งปี

          การคิดหรือเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างการเลือกตั้งนอกจากจะถูกตราหน้าว่ากระทำผิดกฎหมายแล้ว  ยังถูกกดดันจากฝ่ายต่างๆ พร้อมป้ายสีว่าเป็นพวกไม่รักชาติ หรือกระทั่งแค่ถามถึงการเลือกตั้งยังถูกผู้นำประเทศพูดทีเล่นทีจริงให้เอาไป “บั่นหัว” ทิ้งเสียดื้อๆ 
ยังมีกฎหมาย ที่ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิเสรีภาพ และกระทำนอกเหนือจากหน้าที่ปกติได้   

          ซ้ำร้ายสื่อหลายๆ แห่งกลับไม่ยอมที่จะแสดงบทบาทในการปกป้องเสรีภาพของประชาชน แถมยังเหยียบย่ำซ้ำเติม หรือเอาหูเอานาเอาตาไปไร่ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลของความปลอดภัย เหตุผลของเศรษฐกิจ หรือกระทั่งเหตุผลของความรักชอบในการละเมิด

          ขณะที่สมาคมสื่อก็กระมิดกระเมี้ยนกับเรื่องเช่นนี้เช่นกัน  โดยมักจะอ้อมแอ้มออกแถลงการณ์หรือปกป้องสิทธิประชาชนผู้ถูกละเมิด ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นช่วงเวลาที่สื่อต้องแสดงจุดยืนอย่างเข้มแข็งและแข็งกร้าวที่สุด เพื่อให้ประชาชนไม่ถูกละเมิด

          เรื่องเหล่านี้ถูกลืมและสยบยอมต่ออำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐ แบบที่ไม่ยอมโงหัวขึ้นมาสู้หรือยืนเคียงข้างประชาชน หลายที่หลายคนยังไม่ทันที่จะถูกเซ็นเซอร์ก็เลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองไปเสียแล้ว หลายสื่อเลือกที่จะไหลไปตามกระแสแห่งธุรกิจ มองหาความนิยมจากยอดอ่าน หรือเพจวิว แทนที่จะทำเรื่องที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชนหรือเรื่องคุณภาพ 

          สิ่งเหล่านี้แม้จะพิสูจน์ทราบผ่านความเชื่อถือ ยอดการอ่านที่ลดลง การมองข้ามสื่อของผู้บริโภครุ่นใหม่ จนกลายเป็นสิ่งตกยุคและหันไปเชื่อสื่อสมัครเล่นที่หลายครั้งมีความเป็นมืออาชีพมากกว่า แต่คนทำสื่อหลายๆ คนกลับมิได้นำพาและพากันทิ้งจุดแข็งของตัวเอง เดินจูงมือกันเข้ารกเข้าพง ด้วยหวังว่าเม็ดเงินเล็กๆ น้อยๆ จะถูกนำมาหล่อเลี้ยง ทั้งๆที่ก็รู้แก่ใจว่าเป็นเพียงภาพลวงตาในเวลาสั้นๆ หากคุณภาพที่แท้จริงต่างหากจะนำความยั่งยืนมาสู่วิชาชีพนี้ เพราะเมื่อสื่อใดได้รับความเชื่อถือ เมื่อนั้นผลประโยชน์ที่อยากได้ก็จะตามมาเอง โดยไม่ต้องหวังกับข่าวกระแส ข่าวปั้นเรียกเรตติ้งให้คนก่นด่าว่าเห็นแก่เงิน

          ต้องไม่ลืมว่าการก่อกำเนิดขึ้นของสื่อมวลชนนั้น เริ่มจากสิทธิในการแสดงความคิดความเห็น เมื่อมีสิทธิคิด สิทธิทำ เสรีภาพสื่อจะเกิดขึ้นได้จากสังคมที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเท่านั้น ไม่มีทางที่สื่อใดจะมีเสรีภาพได้หากประชาชนยังคงถูกปิดปาก

          การที่หลายๆ สื่อเลือกปิดปากประชาชน หรือเลือกที่จะลืมว่ามีประชาชนถูกละเมิดสิทธิอยู่ก็เท่ากับว่าเขาเหล่านั้นเลือกที่จะทิ้งเสรีภาพของตัวเองไปด้วย

          ดังนั้น เมื่อสภาพสังคม และการปฏิบัติของสื่อเองยังเป็นเช่นนี้ สื่อจะฝันถึงเสรีภาพได้อย่างไร การอ้าปากตะโกนร้องสร้างวาทกรรม เรียกร้องเสรีภาพสื่อจึงเป็นเพียงการหาคำเท่ๆ ให้เข้ากับอีเวนท์เท่านั้้น การเรียกร้องเสรีภาพสื่อโดยไม่แยแสเสรีภาพประชาชนจึงเป็นเพียงการวาดวิมาน  ที่ลอยอยู่เหนือความเป็นจริง   

          ต้องตั้งต้นให้ถูกเสียก่อน ทุกอย่างจึงจะเดินหน้าไปตามครรลอง