ไดโว่รุ่นรถถัง เก๋าเกมรู้ทัน สกัดพลังดูด
วงในเม้าท์แซด ถึงแม้ลึกๆ อยากจะอิงแอบกับพรรคใหญ่ แต่สถานการณ์นี้ จะหักหาญน้ำใจใครก็ยาก ดีไม่ดีพลังดูดอาจเป็นพลังสลาย จนไม่เหลือพลังต่อรองอะไรเลย
คำตอบจากปาก สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ที่บอกว่ายังไม่ไปพรรคไหนทั้งนั้น เพราะไม่อยากทะเลาะกับใคร ช่าง “แทงกั๊ก” ได้หล่อขนาด !
เหตุผลหนึ่งที่ท่านขุนไก่ชนอ้างคือ “ตอนนี้ยังมีเรื่องให้ต้องคิดอีกเยอะ” ก็ไม่รู้ว่าจะใช่เรื่องผลฟุตบอลไทยลีก 2018 ล่าสุดหรือไม่
ที่เมื่อคืนวันอาทิตย์ 29 เมษายน ที่ผ่านมา สนามทุ่งทะเลหลวงต้องจุดพลุฉลองชัย เมื่อ สุโขทัย เอฟซี "ค้างคาวไฟ" ของเสี่ยสมศักดิ์เอาชนะทีมเยือนอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ปราสาทสายฟ้า” ของเสี่ยห้อย เนวิน ชิดชอบไป 1 ต่อ 0
หลังจากที่แพ้มาตลอด จนประธานสโมสรต้องจัดเต็มติดกล้องทั่วสนาม และล่าสุด 26 เมษายน ก็ยังร่อนหนังสือร้องเรียนผู้ตัดสินในแมตช์วันที่ 11 เมษายน ปรากฏว่าผ่านมา 3 วัน ค้างคาวไฟถล่มปราสาทได้ในที่สุด
ไม่รู้ว่างานนี้ ประธานทีมปราสาทสายฟ้าจะว่าอย่างไร แต่ธรรมดาเรื่องเกมกีฬา ต้องมีกัดฟันกรอดกันบ้าง ส่วนเรื่องการเมือง เชื่อว่าน่าจะเป็นอีกแบบ
ยิ่งเวลานี้ “ไวรัสพลังดูด” กำลังระบาด แต่ละค่ายที่กำลังถูกเทียบดึง เอ๊ย ! เทียบเชิญไปทำงาน ก็ต้องรักษาฟอร์มเล่นของตัวเองดีๆ ทั้งสมศักดิ์และเนวิน มีหรือจะไม่มี “ซัมติง” เรื่องนี้ต่อกัน !
โฟกัสที่แกนนำกลุ่มมัชฌิมา คนนี้นายกฯ เคยไปพบที่ จ.สุโขทัย มาแล้ว ในครม.สัญจรช่วงปลายปีก่อน โดยให้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กุนซือเศรษฐกิจ เป็นข้อต่อเชื่อม เพราะเป็นผู้ที่สมศักดิ์ให้ความเคารพนับถือ
อย่างที่รู้กัน สมศักดิ์นั้นเก๋าขนาดไหน ตอนที่มาอยู่กับ “พรรคไทยรักไทย” ช่วงปี 2544 ขึ้นชั้นเป็นเจ้าพ่อ “กลุ่มวังน้ำยม” ที่มี ส.ส.ในมือ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน รวมกว่า 100 คน พูดง่ายๆ ว่าจะไปที่ไหนก็ได้
ดังนั้น พอหลังรัฐประหาร 2549 สมศักดิ์พากลุ่มวังน้ำยมลาจากไทยรักไทย มาตั้งกลุ่ม “มัชฌิมา”
แต่พอต้องไปติดบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทยแพแตก ก็นำพลพรรคไปซบ “พรรคประชาราช” กับ ป๋าเหนาะ เสนาะ เทียนทอง แต่เกิดปัญหาจนออกมาตั้งพรรคเองในชื่อ “พรรคมัชฌิมาธิปไตย”
ช่วงปี 2551 เจอศาลรัฐสั่งยุบพรรคตัดสิทธิ 5 ปี ช่วงปี 2554 เลยย้ายมาร่วมกับ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ในนาม “พรรคภูมิใจไทย”
แต่สุดท้าย ก็พาลูกทีมออกไปอีกราวปลายปี 2556 แล้วกลับมารังเก่าที่ “พรรคเพื่อไทย” กะว่าจะได้ทำการเมืองหลังเลือกตั้ง 2557 แต่ก็อด เพราะการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ
จากนั้นก็เงียบหายไป ได้ยินแต่ว่าไปจับกีฬาไทยลีกและไก่ชน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าจ่าฝูงแห่งกลุ่มมัชฌิมา ไม่เคยสิ้นลายการเมือง
ส่วนที่ค่าย “เนวินบุรี” บุรีรัมย์-สุรินทร์ ปลายทางต่อไปของ ครม.สัญจร ช่วง 7-8 พฤษภาคมนี้ ต้องรอดูท่าทีของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าภูมิใจไทยจะว่ายังไง และคนใหญ่ตัวจริงของพรรค จะส่งซิกมาแบบไหน
เพราะทางหนึ่ง แม้ว่าสมศักดิ์จะให้สัมภาษณ์สื่อ DailySoccerThailand ว่าหลังชนะศึก ไม่ได้พูดคุยอะไรกับเนวินเลย
“พูดคุยกันในหลายเรื่องตามประสาคนสนิทสนมกัน แต่เราไม่คุยกันเรื่องเดียวคือการเมือง” ก่อนจะหัวเราะปิดท้าย
แต่ใครก็รู้ว่า ทั้งคู่จับเข่ากันคุยการเมืองกันเป็นระยะ ประสาคนเคยๆ งานแบะท่ารอบนี้จึงเป็นงานต่อรองเห็นๆ
วงในเม้าท์แซด ถึงแม้ลึกๆ อยากจะอิงแอบกับพรรคใหญ่ แต่สถานการณ์นี้ จะหักหาญน้ำใจใครก็ยาก ดีไม่ดีพลังดูดอาจเป็นพลังสลาย จนไม่เหลือพลังต่อรองอะไรเลย
เลยต้องรักษาฟอร์ม ขอเป็น “ตัวของตัวเอง” เพราะตอนนี้มีเรื่องใหญ่ คือคิวบุกเยือนพัทยา ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ เท่านี้ก็ลุ้นตัวโก่งแล้ว !



