คอลัมนิสต์

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

01 พ.ค. 2561

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected]

 

          ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2560 พบว่าในจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 37.7 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ หรือผู้ทำงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน 55.2% หรือ 20.8 ล้านคน ที่สำคัญพวกเขายังได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าแรงงานขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงาน ลักษณะงานเหมือนกับงานที่แรงงานในระบบได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศมากถึงปีละ 2 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนที่เหลือเป็นแรงงานในระบบ 44.8% หรือ 16.9 ล้านคน

          “สุจิน รุ่งสว่าง” ประธานสมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤาภาคมนี้ ในฐานะเป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของประเทศ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญไม่น้อยกว่าแรงงานในระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างแรงงานนอกระบบและในระบบ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการ การส่งเสริมทางอาชีพ

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

          โดยรัฐต้องประกาศใช้ ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ... ที่มีการจัดทำร่างขึ้นตั้งแต่ปี 2533 ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะจะช่วยคุ้มครองค่าตอบแทนแก่แรงงานที่จะมีสิทธิได้ค่าแรงขั้นต่ำตามรัฐประกาศ ขณะนี้แรงงานนอกระบบได้รับค่าจ้างในราคาที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งที่การทำงาน ลักษณะงานเหมือนกับงานที่แรงงานในระบบทำ รวมถึงยังช่วยคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน และสวัสดิการต่างๆ อีกด้วย

          รวมทั้งขอให้รัฐบริหารจัดการกองทุนการออมแห่งชาติ ดึงแรงงานนอกระบบเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และอีกประเด็นสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ พัฒนาสิทธิประกันสังคมให้เป็น 2 ช่องทางเหมือนเดิม โดยเน้นความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้สิทธิประโยชน์เท่าแรงงานในระบบ หรือเทียบเท่ามาตรา 39 โดยสมัครใจที่จะส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหลังผันตัวออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือมีเหตุให้ต้องหลุดออกจากงานเดิม แต่ยังต้องการคงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของประกันสังคมไว้ 


          ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ระบุว่า “ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน”

          “พิษากานต์ วารีขจรเกียรติ” ผู้แทนสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แรงงานนอกระบบที่ต้องดูแลหรือให้คำแนะนำเป็นพิเศษ 5 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกร แกะสลักหิน ตัดเย็บผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า เก็บและคัดแยกขยะ และขับแท็กซี่และรถโดยสาร สาธารณะ ก่อนจะขยายไปสู่ทุกกลุ่มอาชีพต่อไป ซึ่งร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ.... จะช่วยทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งในการบริหารจัดการ สถานะทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำให้แรงงานนอกระบบได้จริง เช่น ใช้ได้เฉพาะสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิ 30 บาท แต่ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะมีการเพิ่มในส่วนของการคัดกรอง และการมีส่วนร่วมในเครือข่ายต่างๆ

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

          สาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่าแรงงานนอกระบบถือเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของสังคมไทย เพราะมีแรงงานนอกระบบ ประมาณ 26 ล้านคน จากประชากรประมาณ 65 ล้านคน, กลุ่มวัยแรงงาน 14 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถชี้อนาคตของประเทศได้ ถ้ามีอำนาจ มีบทบาท มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ไม่สามารถรวมกลุ่มได้ เนื่องจากมีความกระจัดกระจายด้วยลักษณะของอาชีพแรงงานนอกระบบที่มีความหลากหลาย เช่น เกษตรกร คนขับแท็กซี่ แม่บ้าน เป็นต้น และเมื่อมีความกระจัดกระจาย แบ่งเป็นกลุ่มๆ ทำให้อำนาจการต่อรองมีน้อย และเกิดความไม่เป็นธรรมในหลายเรื่อง

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

 

          "ทุกคนในสังคมไทยต่างต้องการความเป็นธรรม ความยุติธรรม แรงงานนอกระบบก็เช่นเดียวกัน แต่การทำให้เกิดความเป็นธรรม ต้องแสวงหา ต้องสร้างการรวมกลุ่มที่เป็นรูปธรรม เพราะต่อให้มีกฎหมาย หรือนโยบายที่พยายามทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ เสรีภาพการรวมกลุ่ม ทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ดังนั้น เราต้องมองว่าสิ่งที่อยากได้ อยากเห็นเป็นอย่างไร ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันมีส่วนร่วม แสดงตัวแสดงตนให้ชัดเจนว่าแรงงานนอกระบบมีตัวตน" สาวิทย์กล่าว

          สิทธิตามประกันสังคมของแรงงานไทย
          มาตรา 33 บุคคลที่จะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรานี้ได้ “ต้องมีนายจ้าง” โดยที่การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนจะมาจาก 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ลูกจ้างออกเอง (โดยนายจ้างจะหักเงินจากค่าจ้าง) ส่วนที่ 2 นายจ้างสมทบหนึ่งส่วน ส่วนที่ 3 รัฐบาลสมทบให้ โดยผู้ประกันตนตามมาตรานี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี

          1.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ - ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ รวมถึงการทำฟัน การบำบัดไต ยาต้านไวรัสเอดส์ การรักษาโรคมะเร็ง 10 ชนิด ตามหลักเกณฑ์ที่ประกันสังคมกำหนด นอกจากนั้น สามารถขอรับเงินทดแทนเนื่องจากการขาดรายได้อีกในกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้ระหว่างที่หยุดงานเพื่อรักษาพยาบาล โดยประกันสังคมจะจ่ายให้ร้อยละ 50 ของเงินเดือน (ถึงจะมีสิทธิ แต่ถ้าเลือกได้ ขอไม่ใช้ดีกว่า)

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

          2.กรณีคลอดบุตร - สามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์ในการคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 13,000 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน และสามารถได้รับเงินจากการที่ต้องขาดรายได้เพราะคลอดบุตรอีก ร้อยละ 50 ของเงินเดือน เป็นเวลา 90 วัน (สิทธิเรื่องการคลอดลูกนี้ผู้ชายคงหมดสิทธิใช้ นอกจากมีภรรยาเท่านั้น)

          3.กรณีทุพพลภาพ (ไม่ใช่กรณีเนื่องจากการทำงาน) สามารถเบิกค่าบริการทางแพทย์ได้ ค่าพาหนะรับส่งไปโรงพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้เนื่องจากทุพพลภาพ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือน ตลอดชีวิต

          4.กรณีเสียชีวิต (ไม่ใช่กรณีเนื่องจากการทำงาน) - หากผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพสามารถเบิกค่าทำศพได้ 40,000 บาท โดยทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์อีกจำนวนหนึ่ง โดยคิดจากเงินเดือนเฉลี่ยตั้งแต่ หนึ่งเดือนครึ่ง ถึงห้าเดือน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งจ่ายเงินสมทบ (สิทธินี้คงไม่ได้ใช้เอง)

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

          5.กรณีสงเคราะห์บุตร - ผู้ประกันตนมีสิทธิได้เงินสงเคราะห์บุตร เหมาจ่ายเดือนละ 400 บาทต่อคน จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน โดยจะจ่ายให้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ แต่ถ้าเป็นฝ่ายชายขอใช้สิทธิ จะต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชาย

          6.กรณีชราภาพ - ผู้ประกันตนเมื่อมีอายุ 55 ปี มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ แล้วแต่เงื่อนไข ถ้าเป็นบำเหน็จจะได้เงินเป็นก้อนโดยมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายไป ส่วนบำนาญจะได้บำนาญเป็นเดือน จำนวนอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (เอาเงินเดือน 60 เดือนย้อนหลังมาบวกกันหารด้วย 60 แล้วนำมาหาร้อยละ 20 ถ้าเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท ก็จะได้บำนาญเดือนละ 2,000)

 

แรงงานนอกระบบ20.8ล้าน ค่าตอบแทนต่ำ-ไร้หลักประกัน

 

          7.กรณีว่างงาน - ไม่ว่าผู้ประกันตนจะถูกเลิกจ้าง สิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือลาออกเอง จะได้รับเงินค่าทดแทนระหว่างการว่างงาน ร้อยละ 30 หรือ 50 แล้วแต่กรณี

          มาตรา 39 สิทธิเหมือนมาตรา 33 ทุกประการ เว้นแต่กรณีว่างงาน เนื่องจากผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน แต่ภายหลังอาจออกจากงานหรือถูกเลิกจ้าง แต่ยังประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อโดยจ่ายเงินสมทบเอง