คอลัมนิสต์

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

30 เม.ย. 2561

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ!! : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย...  ทีมข่าวอาชญากรรม

 

          หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาในแต่ละปีตำรวจไทยจะมีผลงานการจับกุม “อาชญากรข้ามชาติ” จากทุกมุมโลก บ้างเป็นบุคคล บ้างเป็นกลุ่มแก๊ง ล้วนเป็นผู้ต้องหาอุกฉกรรจ์ หรือไม่ก็บุคคลอันตรายที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายในทรัพย์สินของคนอื่น หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เหยื่อ” ผู้ต้องหาอาชญากรข้ามชาติหลายคนที่ถูกจับได้ก่อเหตุที่บ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง แล้วหนีมากบดานในไทย หาสาวไทยแต่งงานแล้วทำธุรกิจเพื่อฟอกตัวเองและเงินบาปไปในคราวเดียวกัน แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจ แล้วมาก่อเหตุที่ประเทศไทย ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ หนึ่งในจำนวนที่จับกุมบ่อยคือ “แก๊งเงินดำ”

    'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

 

      แก๊งเงินดำ หรือ “ขบวนการทำธนบัตรปลอม” เป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่อาละวาดหลอกลวงผู้คนทั้งไทยและคนต่างชาติในบ้านเราอยู่เนืองๆ กลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากแถบทวีปแอฟริกาใต้ เป็นแก๊งผิวสี โดยจะอาศัยอยู่ในย่าน ถนนสุขุมวิท ซอยนานา ซอยอ่อนนุช และ ย่านสำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ จะหลอกเหยื่อที่ หูเบา เชื่อคนง่าย มีความโลภ แล้วใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายว่าสามารถผลิตธนบัตร “ดอลลาร์สหรัฐ” ได้ จากน้ำยาชนิดพิเศษ เพื่อใช้ล้างเงินดอลลาร์สหรัฐที่เปื้อนหมึกดำให้กลายเป็นเงินหลักแสน หลักล้านดอนลาร์สหรัฐ จนมีหลายคนรู้ไม่เท่าทันเล่ห์ จึงหลงกลตกเป็นเหยื่อของแก๊งเหล่านี้

          อุปกรณ์ที่แก๊งเงินดำใช้นั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากการ “เล่นมายากล” ธรรมดาๆ เพื่อตบตาเหยื่อ ประกอบด้วย เครื่องสำหรับใช้ทำธนบัตร น้ำยาสีดำ แผ่นกระดาขาวตัดเท่ากับธนบัตร แผ่นกระดาษตัดมีลายธนบัตร ธนบัตรของจริง และธนบัตรปลอม  

 

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

 


          เมื่อถอดพฤติกรรมของแก๊งเงินดำจะมีสเต็ปหลักๆ คือ สเต็ปแรก ทำการติดต่อเหยื่อเพื่อเชื้อชวนทำธุรกิจต่างๆ เมื่อเจรจาสำเร็จก็จะหลอกเหยื่อให้ไปหาที่ห้องพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว เนื่องจากต้องการให้เหยื่อเห็นความน่าเชื่อถือว่าเป็นคนมีฐานะ ก่อนจะเริ่ม “ร่ายมนต์” สาธิตการทำธนบัตรให้ดู โดยนำแผ่นกระดาษสีขาวเท่ากับธนบัตรใส่ในเครื่องสำหรับใช้ทำธนบัตรทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นนำกระดาษสีขาวที่เป็นลายธนบัตรออกมาจากเครื่อง ซึ่งที่จริงแล้วเป็นกระดาษลายธนบัตรได้เตรียมไว้ในเครื่องอยู่แล้ว พอสังเกตเห็นว่าเหยื่อคล้อยตามอย่างเพลินตา ก็นำน้ำยาสีดำมาทาลงบนกระดาษลายธนบัตรแล้วเอาไปใส่ในเครื่องอีกครั้ง ครั้งนี้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที 

          ระหว่างรอเสกกระดาษให้กลายเป็นเงินออกมาจากเครื่อง แก๊งพวกนี้ก็จะเดินเครื่องต้มตุ๋นต่อ ด้วยการชวนพูดคุยเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อดึงความสนใจและสายตาของเหยื่อไปจากเครื่องทำธนบัตรที่ “อุปโลกน์” ขึ้นมานี้ จากนั้นก็นำธนบัตรจริงที่ทาเคลือบด้วยนำยาสีดำซึ่งได้เตรียมเอาไว้แล้วก่อนหน้าออกมาจากเครื่อง แล้วก็นำน้ำยาที่เตรียมไว้มาล้างสีดำออก และความ ว้าว!! ก็บังเกิด เพราะเหยื่อจะเห็นว่ากระดาษสีขาวกลายเป็นธนบัตรจริง พอเหยื่อเชื่ออย่างสนิทใจก็ต่อด้วยการเสนอทำธุรกิจแลกเปลี่ยน แยบยลและชักจูงใจด้วยอัตราซื้อขาย โดยนำเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ มาซื้อธนบัตรจากน้ำยาวิเศษได้ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีกำไรเห็นๆ และธนบัตรที่ให้เหยื่อไปก็เป็นธนบัตรของจริง เป็นการยอมขาดทุนนิดหน่อยในตอนแรก เนื่องจากต้อง “ขุดบ่อล่อปลา(ใหญ่)” ให้เหยื่อตายใจแบบสุดๆ

 

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

 

          สเต็ปที่สอง จะติดต่อให้เหยื่อนำเงินประมาณ 500-2,000 ดอลลาร์สหรัฐมาให้ เพื่อให้เหยื่อเห็นว่าไม่ได้ถูกหลอกเพราะเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก ส่วน สเต็ปที่สาม หรือ “ปิดจ๊อบ” แก๊งเงินดำจะนัดเหยื่อพุดคุยออกอุบายว่ามีปัญหาเรื่องน้ำยาหมดจะต้องนำเงินไปซื้อน้ำยาประมาณ 1,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นก็จะล่อหลอกต่อไปเรื่อยๆ ถึงขั้นสูญเงินหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ หรือบางรายอาจรวบรัดจัดการในตูมเดียว ด้วยการเสนอขายน้ำยาพิเศษที่ว่านี้ อาทิ ใช้เงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการเปลี่ยนเป็นเงินถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ทันทีที่เหยื่อเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก แก๊งนี้ก็จะไหวตัวก็จะรีบเดินทางหนีออกนอกประเทศ ที่สำคัญหลายแก๊งมีคนไทยเอี่ยวด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงไทย เรียกว่า “นางนกต่อ” ก็ไม่แปลกอะไร ต่างชาติที่โดนต้มก็จะสูญเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่วนคนไทยที่ถูกตุ๋นก็จะสูญเงินบาท ฉะนั้นลองคำนวณดูว่าถ้าเป็นเงินไทยจะจำนวนเท่าไหร่กันที่ต้องสูญให้แก๊งมิจฉาชีพนี้ แต่ที่แน่ๆ จากข่าวที่ปรากฏมาตลอดก่อนหน้านี้มีหลักหลายแสนจนถึงหลักหลายล้านบาทกันเลยทีเดียว

          จะว่าไปแล้วสำหรับแก๊งเงินดำได้หายเงียบไปพักใหญ่ แต่ก็มาปรากฏในสื่อเมืองไทยอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้แถลงผลจับกุม นายปิแอร์ อเล็น กันจุย และ นายจีน โรเบิร์ต คองเน ทั้งคู่เป็นชาวแคเมอรูน เนื่องจากตารวจ กก.1 บก.ป. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายชาวโอมาน ว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งเงินดำ เหตุเกิดเมื่อประมาณปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยถูกเพื่อนชาวโอมานที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำธุรกิจซื้อขายทองราคาถูกกับชาวแคมเมอรูนจำนวน 3 คน ซึ่งตกลงซื้อทองกันที่น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ราคาประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาผู้เสียหายมาทราบว่าเป็นทองปลอม แต่เมื่อถึงขั้นตอนซื้อขายกลุ่มผู้ต้องหาได้แจ้งว่าต้องการจะขายทองที่ 15 กิโลกรัม ในราคาเพียง 12 ล้านบาทเท่านั้น แต่ผู้เสียหายเตรียมเงินมาไม่พอสำหรับการซื้อขายทองจำนวนดังกล่าว

 

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

 

          ในเมื่อเงินไม่พอทองราคาถูกก็อยากได้เพื่อเก็งกำไรจึงทำให้ “เข้าทาง” แก๊งเงินดำกลุ่มนี้ โดยหลอกลวงผู้เสียหายว่าสามารถเพิ่มจานวนเงินจาก 4 ล้านบาท ให้เป็นเงินจำนวน 12 ล้านบาทได้ ก่อนจัดฉากเล่นมายากลผลิตเงินจากน้ำยาวิเศษตามแบบฉบับพฤติกรรมของแก๊งเงินดำข้างต้น แต่ครั้งนี้เปลี่ยนสกุลเงินจากดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงิน “เรียล” ของโอมาน และสุดท้ายผู้เสียหายก็ต้องสูญเงินไป 50,000 เรียล หรือเป็นเงินไทยจำนวน 4 ล้านบาท ส่วนเงินที่ผู้เสียหายนอนเฝ้านั้นเป็นเงินปลอม

          เกี่ยวกับเรื่องล่าสุดที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. บอกว่า หลังรับเรื่องจึงสืบสวนเพียง 1 วัน ทราบว่าผู้ร่วมขบวนการมีประมาณ 4 คน พร้อมทั้งออกหมายจับเอาไว้แล้วทั้งหมด ก่อนจะสามารถจับกุมได้ 2 คน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือหลบหนีไปต่างประเทศไปแล้ว และจากการตรวจสอบประวัติพบว่ากลุ่มคนร้ายดังมีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ฝากถึงประชาชนให้พึงตระหนักถึงพฤติกรรมของกลุ่มแก๊งลักษณะดังกล่าว เพราะการได้มาซึ่งผลกำไรที่มากเกินจริงมักจะเป็นการหลอกลวง โปรดอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

 

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ

 

          จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของแก๊งเงินดำในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ จากอดีตที่เงินดำเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มแก๊งจากคนผิวสี แต่ทุกวันนี้มีเงินดำสกุลต่างๆ ของชาติอื่นโผล่มา ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีเงินดำที่เป็นสกุลเงินไทยก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งเท่าที่เห็นไม่มีการเปลี่ยนของพฤติกรรมแก๊งเงินดำที่นำมาวางกลอุบายและเล่นมายากลหลอกให้เหยื่อตายใจว่าสามารถผลิตเงินได้ถือเป็น “มุกเก่า เล่ห์เดิม”

          แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีการจับกุมมาก เป็นข่าวครึกโครมบ่อย แต่ก็ยังมีคำถามว่าเพราะอะไรอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ถึงเข้ามาในไทยแล้วหลอกเหยื่อได้สำเร็จ? คำตอบที่ได้คงตรงความคิดของใครหลายคนและไม่มีอะไรสลับซับซ้อน นั่นคือเรื่อง “เงิน” เพราะนอกจากการ “เสียรู้ ไม่ทันเหลี่ยม” สาเหตุส่วนหนึ่งคือ “ความโลภ” จึงเป็นจุดอ่อนให้กลายเป็นเหยื่อได้ไม่ยากนัก ถ้าไม่เชื่อ ไม่โลภ ก็จะไม่เป็นเหยื่อ..!!

 

'แก๊งเงินดำ'มุกเก่าเล่ห์เดิม 'ไม่เชื่อ ไม่โลภ'=ไม่เป็นเหยื่อ