คอลัมนิสต์

"บิ๊กดีล" เพื่อดูด

"บิ๊กดีล" เพื่อดูด

27 เม.ย. 2561

"บิ๊กดีล" เพื่อดูด : คอลัมน์... ขยายปมร้อน  โดย... สำนักข่าวเนชั่น

 

          หลังจากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ควงเพื่อนเลิฟ “บิ๊กฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เดินทางไปตีกอล์ฟที่ สนามกอล์ฟนิกันติ ต.ธรรมศาลา อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า สนามนี้เป็นของ “ตระกูลสะสมทรัพย์” ซึ่งในพรรคเพื่อไทย เรียกติดปากกันว่า “บ้านใหญ่ภาคกลาง” 

          ตีกอล์ฟเสร็จก็ปรากฏภาพถ่ายออกมา ระหว่าง “บิ๊กตู่” “บิ๊กฉัตร” และ 4 พี่น้องสะสมทรัพย์ โดย “เผดิมชัย” พี่ชาย ออกมายืนยันว่า พี่น้องจะนัดพบปะพูดคุยธุรกิจของครอบครัวที่คลับเฮ้าส์ เป็นประจำสัปดาห์อยู่แล้ว และวันนั้นทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์มาตีกอล์ฟที่สนาม เราก็ต้องออกมาต้อนรับแขก คุยกันถึงเรื่องของสนามกอล์ฟ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมือง และไม่มีนัยทางการเมืองแต่อย่างไร 

          หลังจากนั้นข่าวกระแสการเริ่มดูดส.ส.ก็เริ่มหนาหูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย  จากเครือข่ายของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยในหลายพื้นที่ ท่าทีของบ้านใหญ่ภาคกลางเริ่มชัดมากขึ้นในวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยมีการจัดงานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรคและยืนยันสมาชิกภาพกับพรรค ซึ่งทุกคนก็มีการจับตามองว่า บ้านใหญ่ภาคกลางจะมาหรือไม่ แต่เมื่อจบงานก็ไม่เห็นเดินทางมาร่วมงาน 

          แม้จะได้รับคำยืนยันจากแกนนำว่า “ยังมีเวลาอีกเยอะ พวกท่านคงติดธุระ ก็ต้องให้ท่านได้ตัดสินใจก่อน และยังมีเวลาอีกเยอะ เพราะแม้ไม่มายืนยันสมาชิก ถ้าไม่มาภายใน 30 วันก็ขาดความเป็นสมาชิกไป แต่หลังจากนั้นก็สามารถมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ได้อยู่ดี”   

          แต่ท่าทีต่อมา ก็ดูขัดกับวันนั้น เพราะเมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา แกนนำพรรคเพื่อไทยชุดใหญ่ นำโดย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี “ภูมิธรรม เวชยชัย, วราเทพ รัตนากร, จาตุรนต์ ฉายแสง, ชูศักดิ์ ศิรินิล” พร้อมก๊วนกอล์ฟ ได้เดินทางไปซ้ำรอย “บิ๊กตู่” ตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟนิกันติเช่นกัน 

          หากครั้งนี้ท่าทีของ “สะสมทรัพย์” เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวันที่ทีม คสช. ไปเยือน เพราะครั้งนี้มีเพียง “อนุชา สะสมทรัพย์” น้องคนเล็กของตระกูลสะสมทรัพย์ มาต้อนรับ ทั้งๆ ที่มีข่าวออกมาก่อน

          ขณะที่ “อนุชา” ก็ยืนยันว่า วันที่นายสมชายพร้อมพวกมาไม่ได้ทราบล่วงหน้าอะไร ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าจะมีแขกวีไอพีมาตีกอล์ฟ เราก็มาต้อนรับเพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ส่วนพี่ชาย “เผดิมชัย” ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมด้วยเนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศ ด้าน “ไชยา” ก็ป่วย จึงมีเพียงตนเองมาต้อนรับกลุ่มแกนนำพรรคเพื่อไทย ภาพที่ออกมาจึงไม่ครบ 4 พี่น้องสะสมทรัพย์ 

          ไม่แปลกที่คนจะมองเป็นนัยทางการเมือง

          นอกจากนี้ยังต้องตีความและตั้งคำถามว่า ทำไมหลายกลุ่มต้องเดินทางไปบ้านใหญ่ภาคกลาง 

          ทั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์หลักการ “ดูด” ว่า การจะดูดส.ส.หรือดึงนักการเมืองมาร่วมนั้น อันดับแรกคือ ต้องดึงตัวที่สามารถยืนด้วยตัวเองในพื้นที่ได้ เรียกง่ายๆ ว่า ไม่ว่าคนนั้นจะลงสมัครในนามของพรรคการเมืองใด ก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาอยู่ดี ไม่ต้องอาศัยคะแนนพรรคหรือฐานเสียงของพรรค และยิ่งหากเก็บเล็กผสมน้อยตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยได้มากเท่าไหร่ ยิ่งต้องทำ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพียง 1 คะแนน อาจจะมีค่ามากมายก็ได้ 

          หากมองอีกว่า ส.ส.ใน จ.นครปฐม มีเพียง 5 คน แต่ต้องไม่ลืมว่า ถ้าคำนวณตัวเลขรัฐมนตรีแบบเก่า ส.ส. 5 คนมีสิทธิได้เก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตัว หากมีการต่อรองแลกเปลี่ยน ตอบแทน ถ้าดึงกลุ่มสะสมทรัพย์ไปอยู่ด้วยได้จริงๆ คงไม่เพียง จ.นครปฐม แน่นอน ยังมีจังหวัดอื่นในภาคกลางอีกที่มีแนวโน้มไปด้วย ไม่งั้นคงไม่ถูกขนานนามว่า “บ้านใหญ่ภาคกลาง” 

          หากคิดต่อไปอีกว่า แต่ตระกูลสะสมทรัพย์ก็มีความสนิทสนมกับ “นายใหญ่” และอยู่ด้วยกันมายาวนานเกือบทุกครั้งที่ได้เป็นรัฐบาลก็มีชื่อคนในตระกูลสะสมทรัพย์ ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ๆ ทั้งนั้น จะแยกตัวออกไปจริงหรือ ต้องไม่ลืมว่าคำว่า “นักการเมือง” ไม่มีคำว่ามิตรแท้และศัตรูถาวร หากจะมองถึงเรื่องคำว่าสนิทสนมกับนายใหญ่ ในอดีตก็มีภาพปรากฏให้เห็นมาแล้ว หากคำว่าสนิทสนมนายใหญ่คงไม่มีใครเกิน “เนวิน ชิดชอบ” ก็พลิกขั้วมาแล้วเรื่องนี้จึงตัดไปได้เลย 

          ขณะที่ ตระกูล “สะสมทรัพย์” เอง ก็ทำธุรกิจมากมายหลายอย่าง ทั้งร่วมกับเอกชนและร่วมกับภาครัฐ เรื่องเหล่านี้ก็ล้วนแล้วต้องมี ต้องใช้ คอนเนกชั่น ทั้งนั้น ซึ่งหากมีข้อเสนอดี มีดีลดีๆ เพื่อมาให้เป็นตัวเลือกในหลายๆ ด้าน คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะมีใครปันใจ เพราะในการเปลี่ยนขั้วการเมืองที่ผ่านมา ก็มักจะมีดีลดีๆ มาจากฝ่ายกุมอำนาจเสมอ 

          ครั้งนี้ก็ต้องมาจับตาดูกันว่าแต่ละกลุ่มที่มีโอกาสได้รับดีล จะปันใจไปมากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่า ครั้งนี้ต้องเรียกว่า “บิ๊กดีล” แน่นอน เพราะฝ่ายกุมอำนาจอยู่ เขาอยากจะอยู่ยาวๆ...