
"วางปืนจับจอบ" ทำสวนผักหลังโรงพักให้รู้รักสามัคคี
"วางปืนจับจอบ" ทำสวนผักหลังโรงพัก ให้รู้รักสามัคคี โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
สังคมเมืองที่มีแต่ความวุ่นวายหลากหลายเรื่องราว จากเมืองสุขสงบ เคยมีพื้นที่สีเขียวมากมาย ถูกแทนที่ด้วยป่าปูน ซ้ายก็อาคาร ขวาก็ตึกสูงเสียดฟ้า ต่างคนต่างอยู่ ขาดการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งอย่างหลังนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาสังคมเมื่อเกิดเหตุ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” การขาดความร่วมมือแบบบูรณาการจึงทำให้งานของตำรวจเกิดประสิทธิผลแบบมีประสิทธิภาพได้ยาก เพราะตำรวจเข้าไม่ถึงชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านเองก็มีความรู้สึกไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ของตำรวจ
ด้วยเหตุนี้ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว จึงมีความคิดน้อมนำเอาคำสอนและวิถีพระราชาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเผยแพร่และใช้สร้างความสามัคคีแก่ สถานีตำรวจ ประชาชน ชุมชน โดยการริเริ่มทำโครงการศาสตร์พระราชา ตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่มาดำรงตำแหน่งผู้นำโรงพักคันนายาว ก่อนจะเปลี่ยนพื้นที่รกร้างหลังโรงพัก ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ เติมพื้นที่สีเขียวในโรงพักเมืองกรุง
พ.ต.อ.สิงห์ รับราชการตำรวจตั้งแต่ปี 2536 จบนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 30 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46 ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับสิงห์ในทุกวันนี้ เขาก็เป็นหนุ่มลูกทุ่งที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี อยู่ในครอบครัวที่ทำเกษตรกรรม ทำนาเป็น ปลูกผักได้ เมื่อมีเวลาว่างก็จะวางปืนแล้วจับจอบเสียมปลูกพืชผักสวนครัว โดยมีสโลแกนว่า “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก”
เขาขันอาสามาแก้ปัญหาในพื้นที่คันนายาว เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีคดีค้างอยู่กว่า 3,000 สำนวน ประกอบกับพื้นที่รับผิดชอบมีขนาดใหญ่ถึง 54 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ชานกรุง กลายเป็นแหล่งที่เครือข่ายค้ายาเสพติดมักจะนำของมาพักแล้วกระจายต่อ เขาจึงตั้งเป้าสร้างภาคีเครือข่ายภาคประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ตำรวจกับชาวบ้านเข้าถึงกันและกันก่อน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่แบบบูรณาการ เพราะเมื่อไหร่ที่ชาวบ้านไว้ใจและให้ความร่วมมือ ข้อมูล เบาะแสต่างๆ จะหลั่งไหลมาเอง
“ผมเป็นลูกชาวนา เป็นเกษตรกรโดยสายเลือด ตำรวจหลายๆ คนก็เป็นคนบ้านนอกเหมือนกับผม และคนบ้านนอกส่วนใหญ่ก็ทำเกษตรกรรม ผมตั้งใจนำศาสตร์พระราชามาบริหารจัดการโรงพัก ศาสตร์ของในหลวง ร.9 มีมากมาย แต่ผมเลือกเอา 5 ศาสตร์ที่ตัวเองถนัดและชื่นชอบมาใช้ คือ 1.เศรษฐกิจพอเพียง 2.สหกรณ์ 3.กีฬา 4.ดนตรี และ 5.จิตอาสา โดยทั้ง 5 อย่างดำเนินการภายใต้โครงการศาสตร์พระราชา ที่มีภาคประชาชนร่วมทุกอย่าง ผลที่ได้รับก็เป็นที่น่าพอใจ เพราะตำรวจเข้าถึงชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านก็เชื่อใจตำรวจมากขึ้น” พ.ต.อ.สิงห์ กล่าว
นายตำรวจนักพัฒนา อธิบายว่า ศาสตร์พระราชาด้านเศรษฐกิจพอเพียง ก็เพื่อให้ทุกคนได้รู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ไม่เป็นหนี้ จึงเป็นที่มาของการขอใช้พื้นที่เอกชน ซึ่งเจ้าของที่ปล่อยว่างรกร้างไว้เฉยๆ จึงมาปรับปรุงเป็นพื้นที่เพาะปลูกผักสวนครัว หรือ “สวนผักหลังโรงพัก” ให้ตำรวจแต่ละฝ่ายของโรงพักใช้เวลาว่างวางปืนมาจับจอบเสียมปลูกผัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผักสวนครัว
ขณะเดียวกันก็ให้ประชาชนในพื้นที่มาร่วมกันปลูกด้วย และช่วยกันดูแล ประโยชน์นอกจากมีพืชผักปลอดสารพิษไว้กินเอง ด้วยการทำอาหารกลางวันทุกวันพุธ เพื่อแจกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในโรงพัก ประชาชนที่มาติดต่อราชการต่างๆ ก็ได้กินได้อิ่มด้วย ประชาชนในพื้นที่ก็มาเก็บไปกินได้ บางคนก็มาขอซื้อ บางคนเอาเมล็ดพันธุ์มาแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันการปลูกผักที่ว่านี้เป็นกิจกรรมที่ตำรวจทำร่วมกับประชาชน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันดี ใช้เวลาว่างผลัดกันมาดูแล ตำรวจเองก็ได้คลายเครียดจากงานด้วยการปลูกผัก เป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดความเครียด และให้รู้รักสามัคคี นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ของบรรดานักเรียน กศน.อีกด้วย
สำหรับศาสตร์พระราชาด้านสหกรณ์ เป็นการสอนเรื่องการเก็บออม สร้างกลุ่มเครือข่าย ช่วยกันออมเงินเพื่อนำมาปันผลรายได้และช่วยเหลือคนในชุมชน เป็นสหกรณ์ของโรงพักและประชาชนในพื้นที่คันนายาว สามารถกู้ยืมดอกเบี้ยถูก เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ เป็นการช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และเป็นการกำจัดอีกหนึ่งวงจรอาชญากรรมจากปัญหาหนี้สินไปในตัว
ส่วนศาสตร์พระราชาด้านการดนตรี มั่นใจว่าดนตรีเป็นศิลปะที่สำคัญ สามารถนำมาใช้ขัดเกลาจิตใจคนได้ เพิ่มทักษะเชาวน์ให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาส เปิดเวทีให้เยาวชนในพื้นที่ได้แสดงออก และในพื้นที่คันนายาวมีศิลปิน นักร้อง ผู้บริหารค่ายเพลงหลายแห่ง พร้อมให้การสนับสนุน ฝึกสอน จนนำไปสู่การให้โอกาสได้โชว์ฝีมือ อาจเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จในสิ่งที่เขาชอบในอนาคตได้
ศาสตร์พระราชาด้านการกีฬา แน่นอนว่าการออกกำลังกายเล่นกีฬาทำให้สุขภาพแข็งแรง สุขภาพจิตดี รู้ถึงน้ำใจนักกีฬา ตำรวจก็ได้ออกกำลังกาย เยาวชนในพื้นที่ก็ได้มีกิจกรรมทำ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก็จะช่วยตัดวงจรอาชญากรรมไปได้เยอะ ซึ่งมีการสนับสนุนพัฒนาตั้งทีมตั้งลีกให้ ไม่แน่อนาคต สโมสรดังๆ ในไทยลีก หรือทีมชาติอาจจะมีชื่อพวกเขาเหล่านั้น ส่วนศาสตร์พระราชาด้านจิตอาสา ก็จะมีโครงการตำรวจชุมชน หรือตำรวจบ้าน ที่มาช่วยงานตำรวจ โดยดึงภาคประชาชนมามีส่วนร่วม เราต้องคิดว่า ตำรวจคือประชาชน ประชาชนคือตำรวจ ทุกคนที่มาเป็นจิตอาสา เพราะเขาอาสาสมัครมา ดังนั้นอาสาสมัครถือเป็นบุคคล หรือหน่วยงานสำคัญที่ช่วยเหลือสังคมได้เป็นอย่างยิ่ง
“ศาสตร์ของพระราชาที่เลือกมาใช้นั้นเป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการอยู่กับธรรมชาติ ลดความแข็งกระด้าง ลดความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับตำรวจ ระลึกเสมอมาว่าเมื่อไหร่ที่เราได้ใจชาวบ้านแล้ว งานทุกอย่างก็ลุล่วง ประโยชน์คือความสงบเรียบร้อยของสังคม เมื่อตัดวงจรของการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ได้ คดีอาญาเรื่องลัก วิ่ง ชิง ปล้น ก็จะลดน้อยถอยลง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็จะเพิ่มขึ้น โรงพักไหนจะเอาไปทำตามหรือประยุกต์ใช้ก็ยินดีไม่มีหวง” ผู้กำกับโรงพักคันนายาว กล่าวย้ำ
การ “ไม่รู้จักพอ” อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคม ถ้าหากเราใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ พอใจในสิ่งที่มี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น นำหลักพอเพียงตามศาสตร์พระราชาของในหลวง ร.9 มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ชีวิตก็จะพบแต่ความสุข และถ้าทุกโรงพักมีสวนครัวพอเพียง ก็คงจะดีไม่น้อย ได้ประโยชน์หลายด้าน สานสัมพันธ์ตำรวจกับชุมชน ปลูกฝังความรักความสามัคคี แถมมีผักปลอดสารพิษไว้กินเพื่อสุขภาพอีกต่างหาก



