คอลัมนิสต์

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

12 เม.ย. 2561

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ" : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน โดย...  ชุลีพร อ่ามเนตร  [email protected] 

          นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล อินเดีย-เนปาล เยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ ลุมพินี-สถานที่ประสูติ, พุทธคยา–ตรัสรู้, สารนาถ-ปฐมเทศนา และกุสินารา–ปรินิพพาน อีกหนึ่งกิจกรรมที่กองทุนส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 เพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุสงฆ์ และพุทธบริษัทไปประกอบศาสนกิจ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้มีคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          โดยปี 2561 นี้ ได้อาราธนาพระสงฆ์จากเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับกรมการศาสนา พุทธศาสนิกชน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ผู้แทนองค์กรเครือข่ายที่ปฏิบัติงานในกิจกรรมของกรมการศาสนา รวมทั้งหมด 270 รูป/คน ซึ่งเดินทาง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 15-22 มีนาคม 135 รูป/คน และครั้งที่ 2 วันที่ 22-29 มีนาคม 135 รูป/คน

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

          “พระมหาเจดีย์พุทธคยา(ตรัสรู้) พุทธคยา” เป็นสถานที่แรกที่คณะผู้เดินทางได้ร่วมสวดมนต์ ไหว้พระพุทธเมตตา และปฏิบัติสมาธิ ก่อนที่จะเดินทางไปราชคฤห์ในวันที่สอง เพื่อขึ้นเขาคิชฌกูฏ นมัสการพระคันธกุฎี (กุฏิพระพุทธองค์) ไหว้พระสวดมนต์ ณ วัดเวฬุวนาราม วัดแห่งแรกของโลก

 

          นมัสการหลวงพ่อพุทธองค์ดำ ต่อด้วยเดินทางไปยังเวสาลี ในวันที่สาม เพื่อนมัสการพระสถูปเจดีย์สถานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากกุสินารา และชมเสาอโศก ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ที่สุดในประเทศอินเดีย

          สุนันทา มิตรงาม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าคณะเดินทางฯกล่าวว่า โครงการนี้กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการมาหลายปี เพื่อให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้มากราบสักการะ ณ สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า และเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

          เมื่อได้มาเห็นสถานที่จริงทำให้น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ยิ่งได้รับฟังคำบรรยายจากพระครูนิโครธบุญญากร (มหาน้อย) พระธรรมวิทยากรก็ยิ่งซาบซึ้งมากขึ้น การมาเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทำให้ได้คิดได้รับอะไรหลายอย่างมากมาย ทำให้เข้าใจชีวิต เข้าใจผู้คน เข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น

           “หน่วยงานที่มาร่วม ล้วนเป็นเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับกรมการศาสนา ไม่ว่าจะเป็นท่าอากาศยาน กองทัพบก เครือข่ายพระสงฆ์ ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยทุกคนล้วนซาบซึ้งและปีติยินดีที่ได้มาร่วมโครงการนี้ อยากให้เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะพระสงฆ์ การให้ครูพระที่สอนพระพุทธศาสนาโดยตรงมาร่วมทำให้ได้เห็นภาพ สัมผัสสถานที่ รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริง ได้นำองค์ความรู้ ไปเผยแพร่ถ่ายทอด สอนนักเรียนได้ดีมากยิ่งขึ้น ได้นำหลักคำสอน บริบทต่างๆ ไปสู่เยาวชนได้ดียิ่งขึ้น" สุนันทา กล่าว

 

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"
         

          พระทองล้อม สุเมโร วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่ ที่มาเยือนสังเวชนียสถานเป็นครั้งที่ 2  เล่าว่า ได้สัมผัสพระพุทธคุณอย่างลึกซึ้ง เพราะกรมการศาสนาที่ได้เตรียมกิจกรรม การเดินทาง สถานที่พัก การดูแลต่างๆ โดยเฉพาะพระวิทยากร ทำให้พระสงฆ์ที่ร่วมเดินทางกับคณะแสวงบุญได้เข้าใจ รู้ลึกเรื่องพระพุทธศาสนา และสามารถนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่ได้ โดยส่วนตัวนำองค์ความรู้ หลักคำสอน ประวัติต่างๆ ต่อยอดปลูกศรัทธาแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนชาวพุทธทุกคนที่ยังไม่มีโอกาสได้มาสัมผัสดินแดนพระพุทธคุณแห่งนี้ อยากให้ชาวพุทธมาสักการะสักครั้งในชีวิต ได้รับทราบและเห็นว่าสิ่งที่ทุกคนเรียนมา พุทธประวัติ สถานที่ เรื่องเล่าต่างๆ ล้วนมีอยู่จริงไม่ได้มีเพียงในตำราอย่างเดียว

          เช้าของวันที่สี่ คณะเดินทางสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาล ได้เดินทางจากกุสินารา สู่ลุมพินี (เนปาล) นมัสการสถานที่เสด็จปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน มีต้นสาละ หรือต้นรัง และนมัสการมหาปรินิพพานสถูป และมหาปรินิพพานวิหาร ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์เสด็จดับขันธปรินิพพานขนาดใหญ่ รวมถึงสักการะมกุฏพันธนเจดีย์ ต่อมาวันที่ห้า คณะได้เดินทางจากลุมพินี-โสเนาลี และสาวัตถี (อินเดีย) นมัสการสถานที่ประสูติขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เสาหินพระเจ้าอโศก และสระโบกขรณี โดยแต่ละวันจะมีไหว้พระ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ วันที่หก เดินทางจากสาวัตถีสู่พาราณสี นมัสการวัดเชตวันมหาวิหาร, เข้าสู่วันที่เจ็ด พาราณสี(ล่องเรือแม่น้ำคงคา)-สารนาถ-พาราณสี-พุทธคยา และตบท้ายเข้าสู่วันที่แปด กราบนมัสการพระพุทธเมตตา พระมหาเจดีย์พุทธคยา ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

          เขม สุขไกร ครูชำนาญการ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา แม้ไม่ได้สอนวิชาพระพุทธศาสนาโดยตรง แต่ได้ทำกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และศาสนาพุทธมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกนักเรียน นักศึกษาสวดมนต์ ปฏิบัติศาสนพิธี เข้าร่วมประกวดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณธรรมในตัวเด็ก รวมถึงได้นำกิจกรรมจากกรมการศาสนาไปเรียนรู้ ขยายผลต่อสู่เด็กๆ

          “การได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี และเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตที่ได้มายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ได้เรียนรู้สถานที่จริง โดยองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะนำไปขยายผล ถ่ายทอดให้เด็กได้รู้จักพระพุทธศาสนาแง่มุมอื่นๆ ซึ่งจากการได้มาเห็นสถานที่จริง ภาพต่างๆ จะนำไปเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน บทเรียน เพื่อนำหลักคำสอนไปเผยแพร่ได้ และหากเป็นไปได้ อยากให้มีการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน รวมถึงบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอนหลักธรรมคำสอนหรือพระพุทธศาสนาได้สัมผัสเรียนรู้จากสถานที่จริงๆ” เขม กล่าว

          ขณะที่ มนทิรา ฤกษ์ปิยะทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงบประมาณ การประปานครหลวง และ คนธรส โชติช่วงสถาพร เจ้าหน้าที่บริหารสินทรัพย์ หอภาพยนตร์ ที่มาอินเดียเป็นครั้งแรก บอกว่าถือเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ที่มาดินแดนแห่งนี้ เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตของศาสนิกชนก็ควรจะมาดินแดนที่พระพุทธองค์ได้มาประทับอยู่หลายที่ เพื่อศึกษาเรียนรู้จากสถานที่จริง และได้ช่วยจรรโลงพระพุทธคุณ โครงการนี้ดีมาก โดยเฉพาะได้รับความรู้จากพระวิทยากรยิ่งทำให้เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากขึ้น ทำให้ระลึกได้ว่าควรกระทำสิ่งที่ดีงาม เพื่อลูกหลานของเรา เพราะเด็กไทยมีพื้นฐานการเลี้ยงดูในครอบครัวทำให้มีจิตใจอ่อนโยน แต่เมื่อมีวัตถุนิยมเข้ามา การลงสู่ที่ต่ำได้ง่ายกว่าที่สูง และความดีต้องสร้าง การมาอินเดียทำให้เราได้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต และพึงกระทำดีต่อไป

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"

 

 สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล นมัสการ"ดินแดนพระพุทธคุณ"