คอลัมนิสต์

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

10 เม.ย. 2561

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน...ผลงานรัฐบาลปราบโกง? : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน 


 

          “ตู้กรองน้ำเครื่องนี้สามารถนำน้ำหลากหลายชนิดมาผลิตเป็นน้ำดื่ม เช่น น้ำบาดาล น้ำจากห้วย หนอง คลอง บึง ที่ไม่ใช่น้ำประปาในเมือง เป็นน้ำดิบที่มาจากแหล่งธรรมชาติ ตู้กรองน้ำมีระบบทำงานแบบอัตโนมัติทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ตู้กดน้ำดื่ม แต่เป็นการนำโรงงานผลิตน้ำมาไว้ในตู้นี้เลย พร้อมกับนำนวัตกรรมด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาประกอบใช้ คล้ายกับโรงงานที่ผลิตน้ำให้แก่ชุมชน รวมถึงมีการซ่อมบำรุงตัวเครื่องได้เอง เป็นระบบอัจฉริยะด้วย” 

          นี่คือคำอธิบายจาก ภูมิพัฒน์ บุญช่วย กรรมการบริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารบริษัทผลิตตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดซื้อไปติดตั้งใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว 93 ตู้ ใช้งบประมาณไปมากกว่า 51 ล้านบาท 

 

 

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

 

 

 

          ตู้กรองน้ำฯ ลอตนี้ถูกสื่อมวลชนขนานนามว่า "ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน" เพราะมีราคาต่อตู้สูงถึง 549,000 บาท ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะเงินก้อนนี้ หากนำไปสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ตามโครงการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. จะสร้างได้ถึง 27 หลัง แต่ซื้อตู้กรองน้ำฯ ไปติดได้แค่ตู้เดียว 

          ในมุมมองของบริษัทผู้ผลิต เห็นว่าการเปรียบเทียบการใช้งบประมาณในลักษณะนี้ ไม่เป็นธรรมสำหรับเขา และราคาตู้กรองน้ำตู้ละ 549,000 บาท ก็รวมหมดทั้งค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าอบรมการใช้งาน ค่าดูแลรักษาและซ่อมบำรุงตามระยะเวลาประกัน ซึ่งราคานี้ก็ลดลงจากราคาจริงที่ตั้งไว้ 610,000 บาท และที่สำคัญยังเป็นการไปติดตั้งในพื้นที่ความมั่นคงอย่างชายแดนใต้ ซึ่งเป็น "พื้นที่อันตราย" มีปัญหาความไม่สงบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 

          “ทางบริษัทได้ศึกษาและพัฒนาระบบการทำงานของเครื่องกรองน้ำระบบนี้มามากกว่า 2 ปี และเห็นว่าการพิจารณากำหนดราคาขายไว้ที่ 610,000 บาท โดยได้นำเสนอผลงานกับหลายหน่วยงาน แต่เมื่อนำมาเสนอให้แก่ ศอ.บต. จนนำมาสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ได้มีการต่อรองราคาเพื่อให้ทางราชการเกิดความประหยัด คุ้มค่าและกระจายไปสู่พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ซึ่ง ศอ.บต.ได้เห็นความสำคัญและขอให้ทางบริษัทลดราคาลงให้มากที่สุดเพื่อผลให้เกิดความประหยัดต่อการใช้งบประมาณ โดยอยู่ที่ราคา 549,000 บาท” 

 

 

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

 

 

          จะว่าไปตั้งแต่มีข่าว "ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน" มาประมาณ 2 สัปดาห์ เสียงวิจารณ์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บริษัทผู้ผลิตมากมายนัก แต่ "จำเลย" ดูจะเป็น ศอ.บต.มากกว่า เพราะใช้การจัดซื้อด้วย "วิธีพิเศษ" โดยไม่มีการประกวดราคา ซ้ำยังแตกสัญญาออกเป็น 2 สัญญา เพื่อให้แต่ละสัญญามีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะ "หัวหน้าส่วนราชการ" มีอำนาจอนุมัติจัดซื้อด้วย "วิธีพิเศษ" ได้ทันที 

          แต่หลักเกณฑ์การจัดซื้อด้วย "วิธีพิเศษ" ไม่ได้มีเงื่อนไขแค่เพดานของงบประมาณ ทว่ายังมีเงื่อนไขสำคัญอื่นๆ อีก เช่น ความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งไม่ใช่แค่จำเป็นเร่งด่วนธรรมดา แต่ต้องอยู่ในระดับที่ว่า หากล่าช้าไปจะทำให้ราชการได้รับความเสียหายด้วย ทั้งหมดเขียนไว้ชัดเจนในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ แต่คำถามคือ โครงการตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ มีความจำเป็นเร่งด่วนตรงไหน เพราะพื้นที่ชายแดนใต้ก็ฝนชุก และไม่ได้ขาดแคลนน้ำดื่ม

          ปัจจุบัน ศอ.บต.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการจัดซื้อและติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นมาแล้ว มี อิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.เป็นประธานกรรมการ โจทย์ข้อยากของการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายในการจัดซื้อด้วย "วิธีพิเศษ" หรือความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะมีรายงานผลการศึกษาของนักวิชาการในพื้นที่ชายแดนใต้สรุปเอาไว้อย่างชัดเจนว่าโครงการนี้มีความเสี่ยงเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล 

 

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

 

          ทว่า งานยากที่สุดของคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็คือ หลักฐานที่ชี้ชัดว่าแท้ที่จริงแล้ว โครงการนี้ได้รับอนุมัติในหลักการจาก "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเห็นชอบในหนังสือขอโยกงบประมาณจากโครงการอื่นไปใช้ในการจัดซื้อตู้กรองน้ำ โดยเน้นย้ำว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งส่อนัยว่าเตรียม "จัดซื้อวิธีพิเศษ" ด้วย 

          แม้ล่าสุดเจ้าตัวจะออกมายืนยันว่า หนังสือที่ตัวเองเซ็นอนุมัติ เป็นการเห็นชอบให้ “โอนงบประมาณ” เท่านั้น ไม่ใช่เห็นชอบในกระบวนการ “จัดซื้อ” แต่คำถามที่ยังคาใจสังคมก็คือ เนื้อหาของเอกสารระบุชัดว่า จะโอนงบเหลือจ่ายไปจัดซื้อ “ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์” ในราคาตู้ละ 549,000 บาท ติดตั้งทั้งหมด 93 จุด ใช้งบกว่า 51 ล้านบาท เมื่อเอกสารระบุชัดขนาดนี้ แล้วความหมายของการ “ลงนามอนุมัติ” จะต่างกันตรงไหน ระหว่างให้โอนงบประมาณ กับการจัดซื้อ 

 

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

 

          ส่วนข้ออ้างของ พล.อ.ประวิตร ที่ว่า ศอ.บต.จัดซื้อในราคาถูกกว่าปกตินั้น จริงๆ แล้วเป็นเพราะ ศอ.บต.จัดซื้อในปริมาณมาก คือเกือบ 100 ตู้หรือไม่ ราคาขายจึงลดลงได้ ตามหลักการสั่งซื้อสินค้าลอตใหญ่ตามปกติ 

          ขณะที่ผู้บริหาร ศอ.บต.เองก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่โต อ้างทั้งความคุ้มค่า และการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ที่ให้จัดซื้อ “วิธีพิเศษ” ได้ แต่มาตราที่นำมาอ้าง กลับกลายเป็นเรื่องการว่าจ้าง “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ” ในการดำเนินโครงการ หาใช่การตอบเงื่อนไขเรื่อง “ความจำเป็นเร่งด่วน” ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์สำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างด้วย “วิธีพิเศษ” ไม่

          ที่สำคัญ ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้บริหาร ศอ.บต. ล้วนเกิดขึ้นในช่วงที่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงยังดำเนินอยู่ โดยคณะกรรมการที่มี “ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.” เป็นประธาน 

 

ส่อมวยล้มซ้ำรอยนาฬิกาหรู!ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน

 

          เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกันเช่นนี้ โอกาสที่กระบวนการตรวจสอบโครงการ "ตู้กรองน้ำ" จะจบลงเหมือน "แหวนเพชรแทงตา นาฬิกาสุดหรู" ก็คงมีสูงอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่โครงการพัฒนาอื่นๆ ของ ศอ.บต.ที่เคยถูกตรวจสอบมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 โครงการยักษ์ ถึงจะพบความไร้ประสิทธิภาพและความไม่โปร่งใส แต่สุดท้าย...ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่

          ตู้กรองน้ำครึ่งล้านก็เช่นกัน !

“ประวิตร” ปัดอนุมัติจัดซื้อ “ตู้กรองน้ำ”ศอ.บต.ยันครึ่งล้านสุดคุ้ม-ศักยภาพระดับโรงงาน

         พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ซึ่งกำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวช่วงเช้าวานนี้ (9 เม.ย.) ถึงการสอบสวนโครงการจัดซื้อ “ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์” ของ ศอ.บต. ซึ่งมีราคาสูงถึงตู้ละ 549,000 บาท และมีเอกสารที่ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร ว่าเป็นผู้อนุมัติให้จัดซื้อ

         พล.อ.ประวิตร ชี้แจงประเด็นนี้ว่า เป็นการเซ็นอนุมัติเรื่องงบประมาณเหลือจ่าย โดยทาง ศอ.บต.ขอนำงบประมาณไปซื้อ ซึ่งตนไม่ได้เซ็นในส่วนการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะส่วนนั้นเป็นหน้าที่ของ ศอ.บต. ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน และขณะนี้ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเข้ามา

         ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะกำชับอะไรเป็นพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่มีประเด็นอะไร และเท่าที่ฟังคำชี้แจงจาก ศอ.บต. เบื้องต้นเป็นการซื้อตู้กรองน้ำในราคาถูกกว่าปกติ แต่ก็ได้สั่งให้รายงานผลการตรวจสอบเข้ามาอย่างละเอียด

         ก่อนหน้านี้ มีการเปิดข้อมูลเอกสาร เป็นหนังสือลงเลขรับของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ศอ.บต.ทำถึง พล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ศอ.บต. เรื่อง “ขออนุมัติปรับแผนและโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2560” ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559

         สาระสำคัญของหนังสือฉบับนี้ก็คือ ศอ.บต.ขออนุมัติโอนงบประมาณปี 60 ที่เหลือจ่ายจากโครงการจ้างจัดทำระบบฐานข้อมูล หรือ “ดาต้า เซ็นเตอร์” จำนวน 81.6 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการเร่งด่วน 4 โครงการซึ่ง ศอ.บต.ไม่ได้ตั้งงบเอาไว้ โดย 1 ใน 4 โครงการ คือ โครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 93 จุด ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณ 51 ล้านบาทเศษ โดย ศอ.บต.อ้างว่าเป็นโครงการ “จำเป็นเร่งด่วน” ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ปรากฏว่าตอนท้ายเอกสาร มีลายเซ็น พล.อ.ประวิตร ลงนามอนุมัติ

         วันเดียวกันนี้ นอกจาก พล.อ.ประวิตร จะออกมาชี้แจงแล้ว ปรากฏว่าผู้บริหาร ศอ.บต. นำโดย ศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. ยังตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ที่สำนักงาน ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา ด้วย โดยยืนยันว่า ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ศักยภาพการผลิตน้ำเทียบเท่า “โรงงานกรองน้ำในหมู่บ้าน” ฉะนั้นจึงถือว่าคุ้มค่า เพราะทำให้ประชาชนในชุมชนประหยัดเงินค่าน้ำดื่มได้ถึง 6 หมื่นบาทต่อเดือน และการจัดซื้อด้วย “วิธีพิเศษ” ก็เป็นการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ

         “เราได้ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของประชาชนที่ต้องการใช้น้ำสะอาดและมีคุณภาพ ซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ต้องการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ให้แก่ประชาชน ที่ผ่านมาคนที่มีฐานะหน่อยก็จะไปซื้อตู้กรองน้ำเล็กๆ มาใช้ ประชาชนที่มีฐานะรองลงมาก็ซื้อน้ำขวดมาดื่ม แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเป็นน้ำมีคุณภาพ ศอ.บต.เล็งเห็นตรงนี้ จึงติดตั้งตู้กรองน้ำระบบโซลาร์เซลล์ เหมือนเป็นโรงงานกรองน้ำในหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนมีน้ำดื่มคุณภาพและคุ้มค่า”

         “เราซื้อตู้กรองน้ำ 1 เครื่อง 5 แสนกว่าบาท แต่ผลิตน้ำได้วันละ 4,000 กว่าลิตร ถ้าคิดเทียบกับการซื้อน้ำ เอาแค่ลิตรละ 50 สตางค์ก็พอ ก็จะเท่ากับประชาชนต้องจ่ายวันละ 2,000 บาท เดือนหนึ่งก็ 60,000 บาท แต่นี่เราบริการให้ฟรี ฉะนั้นประชาชนจึงประหยัดและคุ้มทุนมากที่ ศอ.บต.ติดตั้งตู้กรองน้ำโซลาร์เซลล์ให้ในชุมชน”

         สำหรับประเด็นการจัดซื้อ “วิธีพิเศษ” เป็นการชี้แจงของ พิทยา รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต.

          “เราติดตั้ง 93 จุดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้การจัดซื้อวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกฯ ข้อที่ 24 (1) และเพื่อความโปร่งใส เราได้เชิญผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 รายเพื่อมายืนยันความพร้อมของการผลิตน้ำดื่ม แต่สุดท้ายเราเลือกบริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด เพราะใช้เทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับประเทศมาแล้ว ตู้กรองน้ำนี้ให้ความสุขแก่ประชาชนผ่านการมีสุขภาพดี ความคุ้มค่าต้องมองที่ราคาและประโยชน์ ไม่ใช่ความรู้สึก เราจะมองที่ราคาอย่างเดียวก็ไม่เป็นธรรม” นายพิทยา กล่าว

         นี่คือคำชี้แจงเกี่ยวกับ “โครงการตู้กรองน้ำครึ่งล้าน” จากผู้รับผิดชอบทั้งระดับรัฐบาลและระดับพื้นที่ !