คอลัมนิสต์

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

05 เม.ย. 2561

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน โดย... ศูน์ข่าวภาคอีสาน


 

          “หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและโรงงานน้ำตาลจะเกิดผลกระทบต่อการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากลำน้ำเซบาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับทำการเกษตรของชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์”
 

          เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จัดเวทีเสวนา “ปลาแดกแลกข้าว จากน้ำชี...สู่ลำเซบาย” มีชาวบ้าน นักอนุรักษ์ และผู้นำท้องถิ่น มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดและนำเสนอมุมมองกันอุ่นหนาฝาคั่ง

 

 

          วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อให้พี่น้องในพื้นที่ลุ่มน้ำชีและลำเซบายได้บอกเล่าถึงสถานการณ์ปัญหาในระดับพื้นที่และระดับนโยบายร่วมกัน แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้มีความน่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรระหว่างชาวบ้านบริเวณลำน้ำเซบาย ที่มีผลผลิตหลักคือข้าวอินทรีย์และปลาร้าซึ่งเป็นผลผลิตหลักจากลำน้ำชี ซึ่งชาวบ้านที่นั่นเรียกว่าเวทีวัฒนธรรม นั่งโสเหล่ “ปลาแดกแลกข้าว จากน้ำชี...สู่ลำเซบาย”

 

 

 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

 

 

 

 

          สิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง บอกเล่าเรื่องราวอันเป็นที่มาของวิถีที่ดำรงอยู่ของชาวบ้านสองลุ่มน้ำอย่างน่าติดตาม ว่าลุ่มน้ำชีเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนร้อยเอ็ดและเขื่อนยโสธร–พนมไพร ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ตามฤดูกาล เพราะมีน้ำท่วมขังนาข้าวเป็นระยะเวลาหลายเดือน ชาวบ้านต้องดิ้นรนเพื่อยังชีพโดยการหาปลา และนำปลาที่ได้มาถนอมอาหารเป็นปลาร้า
 

 

 

          ขณะที่พี่น้องชาวบ้านจากลำเซบาย ต.เชียงเพ็ง เป็นพื้นที่ที่กำลังจะเกิดโครงการพัฒนาจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ และโรงงานน้ำตาลทราย ขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน ที่กำลังจะมีแผนก่อสร้างที่ อ.น้ำปลีก จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร และต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 

 

 

          สิริศักดิ์ บอกว่าที่เซบายหากโครงการโรงไฟฟ้าและโรงน้ำตาลทรายมีการก่อสร้างจริงจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างหนัก เพราะจะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากลำน้ำเซบายซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับทำการเกษตรของชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์

 

 

 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

 

 

 

 

          อมรรัตน์ วิเศษหวาน ตัวแทนเครือข่ายคณะกรรมการลุ่มน้ำชี จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด และเขื่อนยโสธร-พนมไพร บอกว่า  สาเหตุที่พี่น้องนำปลาแดกมาแลกข้าววันนี้ก็เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องลุ่มน้ำชีและพี่น้องลำเซบาย เนื่องจากพี่น้องลุ่มน้ำชีไม่มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคเพราะได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐที่เข้ามาเมื่อประมาณปี 2532 คือการก่อสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำชี (ภายใต้โครงการโขงชีมูล)

 

 

          อมรรัตน์ บอกว่า หลังจากโครงการก่อสร้างเขื่อนเข้ามาชาวบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถปลูกข้าวได้ ขณะที่พืชผลการเกษตรอื่นๆ ก็ได้รับความเสียหายไปด้วย 

 

 

          “การสร้างเขื่อนทำให้น้ำท่วมนาข้าวของชาวบ้านเสียหายและเข้าท่วมติดต่อกันนานหลายปีส่งผลให้ระบบนิเวศและวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การมาร่วมงานในวันนี้จึงอยากมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพี่น้องเชียงเพ็งและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนที่ต่อสู้เรื่องระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติด้วยกัน”

 

 

          อมรรัตน์บอกด้วยว่า ปัจจุบันชาวบ้านลุ่มน้ำชีไม่มีข้าวจึงนำปลาแดกมาแลกข้าวไว้รับประทานในปีหน้า หากปีหน้าน้ำท่วมพื้นที่ปลูกข้าวจนไม่มีผลผลิตอีกก็จะนำปลาแดกมาแลกข้าวจากชาวบ้านเชียงเพ็งต่อไป 
“อยากให้พี่น้องกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานน้ำตาลเพื่อป้องทรัพยากรของชุมชนต่อไป หากมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นแล้วอาจจะสายเกินแก้”

 

 

 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

 

 

 

 

          ขณะที่ นิมิต หาระพันธ์ คณะกรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำชี จ.ยโสธร กล่าวถึงการปรับตัวต่อผลกระทบจากการสร้างเขื่อนว่า การก่อสร้างเขื่อนได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรในชุมชนเป็นอย่างมาก ทุกคนจึงต้องหาทางออกจากปัญหาน้ำท่วม โดยการหาปลา ทำวังปลา เพื่อเป็นการตุ้มโฮมพี่น้องที่ได้รับผลกระทบร่วมกันและเพื่อความอยู่รอดของชุมชนต่อไป

 

 

          ส่วน มะลิจิตร เอกตาแสง กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง บอกว่า พื้นที่ ต.เชียงเพ็ง มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรอย่างมาก ความอุดมสมบูรณ์นี้ทำให้ชาวบ้านได้พึ่งพาทรัพยากรในการดำรงชีวิตมาหลายชั่วอายุคน แต่ในวันนี้ชาวบ้านเริ่มมีความวิตกกังวลว่าในอนาคตหากมีโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานน้ำตาลเกิดขึ้น ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนจากการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากลำเซบายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    “เวทีเสวนาในครั้งนี้ฉันคาดหวังว่าพี่น้องทุกคนจะมีความตระหนักในการปกป้องทรัพยากรของชุมชน และรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนไว้ เราทุกคนที่ร่วมกันปกป้องชุมชนก็เพื่อไม่อยากให้โรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้น เพราะจะนำมาซึ่งการแย่งชิงทรัพยากรของชุมชน”

 

 

          หลังจบจากเวทีเสวนาก็มีกิจกรรมปลาแดกแลกข้าวระหว่างชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำเซบาย ต.เชียงเพ็ง และชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนกลาง ตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น 
 

 

 

 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี 

 

 

ปลาแดกแลกข้าว ปากท้องของคนลุ่มน้ำชี