คอลัมนิสต์

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

03 เม.ย. 2561

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ?  : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย...  สำนักข่าวเนชั่น

 

          เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นวันที่คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 มีผลบังคับใช้กับพรรคการเมืองเก่า โดยใจความคำสั่งคล้ายเป็นการเริ่มปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ในอีกนัยหนึ่งพรรคการเมืองกลับมองว่านี่คือคำสั่ง “รีเซตสมาชิกพรรคกลายๆ”

          ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ระบุว่า พรรคเก่าต้องอัพเดทฐานสมาชิกพรรคภายใน 90 วันนับแต่กฎหมายใช้บังคับ แต่เมื่อมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับดังกล่าวกำหนดให้สมาชิกต้องยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคด้วยตัวเอง หากไม่ทำก็มีผลให้ไม่มีความเป็นสมาชิกพรรคอีกต่อไป และในข้อกำหนดของการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคนั้นต้องมีการเก็บค่าสมาชิกคนละไม่เกิน 100 บาท แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 50 บาท

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

 

          แน่นอนว่าหลายๆ พรรคมองว่า การทำเช่นนี้โดยเฉพาะการต้องยืนยันด้วยเป็นการ “รีเซตสมาชิกพรรค” เพราะเอาเข้าจริงการที่จะมีผู้ยืนยันกลับมายากมาก เพราะนอกจากจะเป็นภาระแก่คนเป็นสมาชิกพรรคในการทำหนังสือและยังมีเรื่องการจ่ายเงิน 

          แม้เหตุผลของหัวหน้า คสช. จะบอกว่าที่ทำเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างพรรคเก่าและพรรคใหม่ แต่ดูเหมือนว่าบรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองกลับไม่มองเช่นนั้น รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินที่มองว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้สมาชิกพรรคการเมือง จึงยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยด่วน

          ทั้งนี้พรรคที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะกระทบมากที่สุดคือ พรรคประชาธิปัตย์" ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกเดิม 2,895,805 ตัวเลขเกือบสามล้านคนต้องถือว่าเป็นตัวเลขมหาศาล มากที่สุดในสารบบพรรคการเมืองไทย ซึ่งทุกอย่างถือเป็นภาระอย่างมหาศาลไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรการ และภาระที่สำคัญที่สุดคือตัวเลขฐานสมาชิกพรรคที่อาจหายไป

          เรื่องนี้ “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการทำตามคำสั่งนี้พรรคจะใช้วิธีเชิญชวนให้อดีตส.ส.และสมาชิกพรรคการเมืองเข้ายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคได้ที่สำนักงานพรรคที่กทม. สำนักงานอดีตส.ส. และสำนักงานสาขาพรรคทั่วประเทศรวมมากกว่า 300 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

 

          “วันที่ 1 เมษายน พรรคเตรียมตั้งเต็นท์ที่พรรคไว้รองรับสมาชิกพรรคแล้ว โดยเฉพาะพวกอดีตส.ส. (ราว 160 คน) ต้องมายืนยันเป็นกลุ่มแรกๆ เลย ตอนนี้บรรยากาศก็คึกคัก เราเตรียมต้อนรับคนที่จะมา” องอาจกล่าว

          นอกจากการตั้งเต็นท์ ณ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค แล้ว ประชาธิปัตย์ยังจัดเจ้าหน้าที่เดินพบปะสมาชิกพรรคตามที่อยู่ที่เคยให้ไว้กับพรรคด้วย แต่ในส่วนนี้คงทำได้ไม่มากนักเพราะจะมีค่าใช้จ่ายสูง

          "กระบวนการตรงนี้ยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน รวมถึงใบยืนยันเพื่อให้เซ็นชื่อ ก็ยังสงสัยว่าจะต้องแบกเครื่องถ่ายสำเนาไปด้วยหรือเปล่า เพราะหลายคนคงไม่มีสำเนาเตรียมไว้ที่บ้าน เจ้าหน้าที่คงเก็บรวบรวมมาถ่ายแล้วนำไปให้เซ็นชื่อภายหลัง ตอนนี้แอพพลิเคชั่น ดี คอนเน็ค ที่เราคิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการยืนยันสมาชิกและการชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองก็ยังไม่ได้รับอนุมัติจากกต.ให้ดำเนินการ ตอนนี้คงต้องรับชำระด้วยเงินสดไปก่อน ผมสงสัยว่านี่เราอยู่ในยุคไทยแลนด์ 4.0 หรือ 0.4 กันแน่”

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 



          “องอาจ” บอกว่าพรรคไม่ได้ตั้งเป้าจะได้การยืนยันกลับมาเท่าไหร่ เพราะคาดเดายาก เนื่องจากจะมีคนที่ไม่สะดวก บางคนเสียชีวิตไปแล้ว บางคนก็อายุมาก บางคนก็ไปทำงาน โดยเฉพาะยังติดช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์อีก พอเปิดให้หาสมาชิกใหม่ได้เพิ่มในช่วงเดือนพฤษภาคมก็ค่อยว่ากัน 

          ขณะที่ พรรคเพื่อไทย" พรรคอันดับหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ในฐานข้อมูลนั้นกลับมีสมาชิกพรรคเพียง 134,786 คน อาจจะยุ่งยากน้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ แต่พวกเขาก็เห็นว่าเป็นปัญหาและเลือกใช้วิธีให้สมาชิกพรรคมายืนยันตัวตนที่พรรค และสำนักงานตัวแทนของพรรคในพื้นที่ต่างๆ  โดยเปิดที่ทำการพรรคตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 

          ทั้งนี้แกนนำเพื่อไทยยังได้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ผ่านโซเชียลมีเดียด้วย

          “ภูมิธรรม เวชยชัย” เลขาธิการพรรค ออกแถลงการณ์ระบุว่าข้อกำหนดดังกล่าวสร้างภาระและความยุ่งยากแก่สมาชิกพรรคการเมือง และเป็นที่คาดหมายว่าสมาชิกพรรคการเมืองเดิมจะขาดหาย พ้นสมาชิกภาพเป็นจำนวนมาก 

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

 

          ทั้งนี้เขาระบุด้วยว่าตามคำสั่งดังกล่าวและการยืนยันสมาชิกพรรคจะส่งผลต่อการดำเนินงานต่อๆ มาไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งสาขาพรรค การจัดทำไพรมารีโหวต โดยทั้งหมดมีความเกี่ยวเนื่องกัน  และเรียกร้องให้คสช. รีบปลดล็อกให้พรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยเร็ว  โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้พรรคได้เตรียมการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

          “เว้นเสียแต่รัฐบาล หรือผู้มีอำนาจในปัจจุบันจะมีเจตนาแอบแฝงเพื่อหวังสร้างความยุ่งยากให้พรรคการเมืองเดิม และหวังที่จะตระเตรียมสร้างเงื่อนไขให้ตนหรือพรรคพวกของตนได้รับประโยชน์จากความยุ่งยากดังกล่าว เพียงเพื่อต้องการที่จะหาโอกาสที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป”

          อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่ามีการประกาศว่าวันที่ 4 เมษายน พรรคจะจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรค  พร้อมเชิญชวนให้คนมาร่วม น่าสนว่าการกระทำครั้งนี้ถือเป็นอีเวนท์ใหญ่ทางการเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเพื่อไทย  รัฐบาลจะทำอย่างไรหากมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลั่งไหลมาที่พรรคเพื่อยืนยันสมาชิกและรดน้ำดำหัวไปพร้อมๆ กัน

          นี่อาจเป็นสิ่งที่ คสช.ยังคาดการณ์ไม่ถึงว่าจะส่งผลถึงขนาดนี้ 

          ส่วนพรรคกลางอย่าง “ชาติไทยพัฒนา” ที่มีสมาชิก 26,025 คนถือว่าไม่มาก  แต่ “วราวุธ ศิลปอาชา” ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และว่าที่หัวหน้าพรรคระบุว่า ของเขาแม้คนไม่มากแต่ก็ใช้เงินถึง 500,000 บาทในการทำงานครั้งนี้ เพราะต้องใช้ทั้งคนเดินตามบ้านและระบบไปรษณีย์ตอบกลับ

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

 

 

          สำหรับยอดที่เขาเชื่อว่าจะมีผูู้ยืนยันกลับมานั้นอยู่ที่ 20% ของยอดเดิมเท่านั้น

          “ส่วนตัวผมตั้งเป้ามาต้องให้ได้ยอดสมาชิกให้ได้ 5,000 คน โดยใช้ 2 รูปแบบ คือ ให้หัวคะแนนในพื้นที่เคาะประตูบ้านที่เป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้เขากรอกเอกสารยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ที่ต้องระบุชัดเจนว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และชำระค่าบำรุงพรรคคนละ 100 บาท โดยตั้งเป้าอย่างพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่มีสมาชิกทั้งหมด 4,000 คนต้องยืนยันให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จังหวัดที่มีสาขาพรรคทั้ง 4 สาขาตามภาคที่กฎหมายกำหนดต้องทำให้ครบ 500 คน”

          ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะใช้วิธีส่งจดหมายผ่านระบบตอบรับที่ต้องลงทะเบียนเพื่อป้องกันการสูญหาย ซึ่งเราคิดว่าขั้นตอนนี้จะมีสิ่งที่ยุ่งยาก คือให้คนที่ยืนยันชำระค่าบำรุงพรรคผ่านระบบการโอนเงิน หรือชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ แต่ด้วยฐานสมาชิกที่เป็นคนต่างจังหวัด อาจติดปัญหาเรื่องการเดินทางไปธนาคารเพื่อโอนเงิน หรือบางคนไม่มีสมาร์ทโฟนที่จะโอนเงินตามระบบพร้อมเพย์

          “และแม้ขั้นตอนนั้นทำได้ จะติดปัญหาอีก คือ การส่งหลักฐานการชำระเงินและออกใบเสร็จของพรรคไปยังผู้ที่ชำระค่าบำรุงพรรค คิดง่ายๆ หากให้สมาชิกพรรคจ่ายเงิน 100 บาท เมื่อหักค่าบริหารจัดการแล้ว พรรคอาจได้รับเงินจริงเพียง 5-20 บาทต่อคนเท่านั้น”

 

เคาะระฆัง.."เช็กยอด" หรือ "รีเซต" สมาชิกพรรค ? 

 

          นอกจากนั้นระบบที่กฎหมายกำหนดให้สมาชิกต้องชำระค่าบำรุงพรรค เขาขอท้วงติงว่าเป็นระบบที่คนเขียนไม่เข้าใจเนื้อหาที่แท้จริง แม้เขาตั้งใจว่าอยากให้สมาชิกพรรคมีสิทธิ์มีเสียงต่อพรรค แต่ขั้นตอนที่ต้องชี้แจงว่าจากเดิมที่เขาไม่ต้องชำระค่าบำรุงพรรค ไปชำระค่าบำรุงพรรค จะมีคำถามกลับว่าจ่ายเงินแล้วจะได้ประโยชน์อะไรตอบแทนบ้าง และยิ่งเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เงิน 100 บาทมีคุณค่ามาก เขาอาจจะไม่ยอมจ่ายได้

          “ระบบที่คนร่างกฎหมายคิดขึ้นมานั้น ผมตอบไม่ถูกว่าเขาต้องการอะไร หากคิดว่าอยากจะเซตซีโร่ สมาชิกพรรค หรือคนของพรรคย้ายไปสังกัดพรรคอื่นได้ง่าย แต่เป็นเพียงคนแค่กลุ่มก้อนเดียว แต่กลับสร้างความยุ่งยากและสร้างปัญหาในทางปฏิบัติค่อนข้างมาก แต่เมื่อกฎหมายออกมาแล้ว แม้จะมีปัญหามากแค่ไหน ฐานะนักการเมืองเมื่อถึงเวลาต้องลุยและเดินหน้าลูกเดียว เพราะหมดเวลาหาเหตุผลหรือตั้งคำถามกับระบบที่ออกมา”

          นี่คือความเห็นของพรรคการเมืองที่ต้องมาเป็นผู้ปฏิบัติ ที่เอาเข้าจริงแล้วไม่มีใครที่ไม่มีปัญหากับระบบนี้  แต่เมื่อเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่มีผลบังคับทางกฎหมายก็ต้องทำ  จากนี้ก็ต้องลุ้นว่า “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะเห็นว่าอย่างไร และที่สุดแล้วแต่ละพรรคจะเหลือสมาชิกอยู่เท่าไหร่  และที่สำคัญนักการเมืองเก่าของพรรค “ใครจะอยู่ใครจะไป” 30 วันรู้กัน