
ลุ้น ! ฟ้อง-ไม่ฟ้อง "พานทองแท้" คดีฟอกเงินกับ กระแส"ปรองดอง"
ออกอาการทะแม่งๆ!! ..หลังมีข้อคิดกระตุกพนักงานสอบสวนใน"คดีฟอกเงิน"ที่มี"พานทองแท้" กับพวกถูกกล่าวหา ว่าต้องไป"ศาลนักการเมือง" เพราะเป็นเรื่อง"การเมือง"
ออกอาการทะแม่งๆ!! ..หลังมีข้อคิดกระตุก พนักงานสอบสวน “คดีฟอกเงินจากการอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับ กลุ่มกฤษดามหานคร” ซึ่งคดีมีตัวละครระดับ“ บิ๊กเนม” ตกเป็นผู้ต้องหา นำหน้าโดยพานทองแท้ ชินวัตรลูกชายโทนของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ,นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ,นายวันชัย หงส์เหิน (สามีนางกาญจนาภา) และนางเกจินี จิปิภพ (มารดานางกาญจนาภา)
ว่าไปแล้ว... คดีนี้ หลังจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พ้นจากตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ก็เริ่มมีข่าวระแคะระคายมาตลอดว่า “ฝ่ายการเมือง”ประสงค์จะให้เพลามือ เพื่อสร้างความปรองดอง
จนกระทั่งในวงประชุมติดตามคดีที่อยู่ในความสนใจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาผู้ร่วมวงประชุมมีมากหน้าหลายตา หัวโต๊ะเป็น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม พร้อมทีมที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ทีมเยือน) ส่วนฝ่ายผู้ถูกติดตามงาน (ทีมเหย้า) ประกอบด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ รองอธิบดีดีเอสไอ และผู้อำนวยการสำนักคดีต่างๆ
เมื่อไล่เรียงมาถึงคดีฟอกเงิน ก็มีคำพูดโพล่งขึ้นมาในวงประชุม ลักษณะคล้ายเป็นการตั้งข้อสังเกต ถึงพนักงานสอบสวนว่า “คดีนี้ปลายทางต้องไปศาลนักการเมือง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “การเมือง” คนเป็นพนักงานสอบสวนย่อมรู้ดี ดังนั้นจึงไม่ควรดูแต่หลักฐานตรงหน้า”
แค่เริ่มต้นก็ไม่ค่อยจะตรงนัก!!เพราะหากคดีนี้อัยการสั่งฟ้อง ปลายทางของคดีฟอกเงินตามกฎหมายต้องไปสู้กันที่“ศาลอาญา” ไม่ใช่ “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”
เพราะแม้ว่า “คดีฟอกเงิน”เป็นผลพวงมาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกอดีตกรรมการผู้บริหารธนาคารกรุงไทย, อดีตเจ้าหน้าที่สินเชื่อ และกลุ่มผู้บริหารกฤษดามหานคร กราวรูด ในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร9,900 ล้านบาท
แต่เมื่ออัยการสูงสุด เคยสั่งไม่ฟ้อง นายพานทองแท้ กับพวกรวม 4 คน ในข้อหา“รับของโจร”ตามที่ คตส. ร้องขอ เนื่องจากเห็นว่า นายพานทองแท้กับพวกไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงไม่อาจฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร่วมกับจำเลยที่ถูกฟ้องในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร โดยต้องแยกฟ้องต่อศาลอาญาที่มีเขตอำนาจต่อไป แต่ข้อหารับของโจร อายุความ 10 ปี ถึงเวลานี้คดีจึงขาดอายุความไปแล้ว คงเหลือเพียงคดีฟอกเงิน อายุความ 15 ปี ซึ่งจะครบอายุความภายในปีนี้ (61)
ย้ำอีกครั้ง.. หากอัยการสั่งฟ้องคดีนายพานทองแท้กับพวกถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน คดีจะต้องขึ้นศาลอาญา ไม่ใช่ศาลฎีกานักการเมือง
โดยขณะนี้การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว รอเพียงการเข้าให้การของพยานปากสุดท้ายในวันที่ 10 เม.ย. นี้คือ อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนที่ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าถูกกลั่นแกล้งย้ายพ้นจากดีเอสไอ เพราะมีความเห็นทางคดีไม่สอดคล้อง
จากนั้นพนักงานสอบสวนจะต้องประชุมตรวจสอบเอกสารหลักฐานในสำนวนคดีทั้งหมด เพื่อทำความเห็นว่าจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีหรือไม่ โดยตีวงปิดจ๊อบภายในเดือนเม.ย. นี้
สำหรับคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับเครือกฤษดามหานคร ซึ่งมีเงิน2ก้อน เข้าไปแตะกับกลุ่มของนายพานทองแท้ วงเงิน10ล้านบาท ในทางคดี มีการชี้แจงมาโดยตลอดว่า เป็นเงินที่นายรัชดา กฤษดาธานนท์โอนมาเพื่อร่วมการลงทุนนำเข้ารถยนต์หรูเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่ภายหลังแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงยกเลิกโครงการโอนเงินคืนให้กับนายรัชดา ไปแล้ว
ส่วนวงเงิน26ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงไปยังนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร,วันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนาภา และเกจินี จิปิภพ แม่ของกาญจนาภา นั้น อ้างว่าเป็นการโอนเงินของนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปเพื่อลงทุนซื้อหุ้นแต่ไม่ได้ลงบัญชีกันเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อขายหุ้นได้มีกำไร ก็ได้ทยอยคืนเงินให้กับนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปแล้ว
ล่าสุด “พานทองแท้ ” ได้โพสต์ข้อความทางเพจของตนเอง ตั้งข้อสังเกตกรณี มีเช็ค2 ฉบับ ที่สั่งจ่ายเข้าบัญชี 2 คนดังระดับประเทศ ว่าเป็นเงินก้อนเดียวกัน เช็คชุดเดียวกัน และเลขที่เล่มเดียวกันกับที่สั่งจ่ายให้กับตน ดีเอสไอเอาเรื่องฟอกเงินกับตน แต่ 2 คนดัง กลับไม่มีความผิดใดๆ
รอลุ้น !! กันต่อไปว่า “คดีฟอกเงินกรุงไทย ”จะออก“หัว” หรือ“ก้อย”



