
บริจาค..ไม่แลกที่นั่งเด็กปีแรกรับม.1 จำกัด 40 คนต่อห้อง
บริจาค..ไม่แลกที่นั่งเด็กปีแรกรับม.1 จำกัด 40 คนต่อห้อง : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน โดย... ทีมข่าวคุณภาพชีวิต [email protected]
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพ่อแม่ทุกคนต่างอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้อัตราการแข่งขันสอบเข้าทุกช่วงชั้นไม่ว่าจะเป็นม.1, ม.4 หรือเข้ามหาวิทยาลัยสูงขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียน มหาวิทยาลัยดี เด่น ดัง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดให้นักเรียนที่สอบเข้า ม.1 ห้องเรียนทั่วไปในโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงและโรงเรียนทั่วไปสอบคัดเลือกพร้อมกันทั่วประเทศ โดยจะประกาศผลและรายงานตัวพร้อมกันในวันที่ 4 เมษายน 2561 ส่วนเงื่อนไขพิเศษประกาศผลและรายงานตัว 4 เมษายน ขณะที่จับสลากประกาศผลและรายงานตัว 5 เมษายน โดยชั้นม.1 มอบตัวพร้อมกัน 7 เมษายน หากนักเรียนยังไม่มีที่เรียนสามารถยื่นความจำนงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จัดหาที่เรียนภายในวันที่ 9-11 เมษายน ประกาศผลและรายงานตัว 18 เมษายน
การรับนักเรียนในปีนี้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีเรื่องการรับฝากเด็ก และแป๊ะเจี๊ยะ โดยนักเรียนชั้นม.1 กำหนดรับนักเรียน 40 คน และการรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และม.4 ปีการศึกษา 2561 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำชับไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศดำเนินการรับนักเรียนให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีการประกาศรายชื่อเด็กที่สอบผ่านโดยเรียงลำดับทั้งตัวจริงและสำรองอย่างชัดเจน
ส่วนต่อห้องม.4 สามารถเสนอขยายจำนวนนักเรียนต่อห้อง หรือขอเพิ่มห้องเรียนได้ โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาและเขตพื้นที่ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 1 และสพม. 2 กทม. รายงานว่ามี 20 โรงเรียนที่ขยายจำนวนนักเรียนต่อห้องเฉลี่ยอยู่ที่ห้องละ 43-45 คน สพฐ.ได้กำชับไปแล้วว่าจะต้องไม่เกิน 50 คนต่อห้อง
ส่วนการสอบเข้าชั้นม.4 สพฐ.กำหนดให้สอบคัดเลือกและใช้คะแนนโอเน็ต 1 เมษายน ประกาศผลและรายงานตัว 5 เมษายน กรณีเงื่อนไขพิเศษประกาศผลและรายงาน 5 เมษายน ทั้งนี้ ม.4 มอบตัวพร้อมกัน 8 เมษายน
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าการรับนักเรียนปีนี้จะเข้มงวดเรื่องความโปร่งใส การรับฝากเด็ก และแป๊ะเจี๊ยะ โดยร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สุ่มตรวจสอบในโรงเรียนต่างๆ เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะ การประกาศรายชื่อเด็กที่สอบผ่านโดยเรียงลำดับทั้งตัวจริงและสำรองอย่างชัดเจน
ทั้งนี้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงในกรุงเทพมหานคร จำนวน 58 โรง แผนรับม.1 จำนวน 26,782 คน แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพฯ มีโรงเรียน 27 โรง แผนรับม.1 จำนวน 11, 878 คน สังกัด สพม.2 กทม.มีโรงเรียน 31 โรง แผนรับนักเรียนม.1 จำนวน 14,904 คน ถ้าคิดรวมทั้งประเทศแล้วจะมีโรงเรียนแข่งขันสูงประมาณ 283 โรงเรียนเลยทีเดียว
สำหรับ 10 อันดับโรงเรียน กทม.รับเด็กม.1 มากที่สุด ร.ร.มัธยมวัดสิงห์รับ 612 คน, ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รับ 624 คน ร.ร.หอวัง รับ 592 คน, ร.ร.บางกะปิ รับ 588 คน, ร.ร.ดอนเมืองทหารอากาศบำรุง รับ 586 คน, ร.ร.วัดราชโอรส รับ 560 คน ร.ร.ศึกษานารี รับ 542 คน, ร.ร.โยธินบูรณะ รับ 537 คน, ร.ร.มัธยมวัดหนองแขม รับ 522 คน, ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน รับ 522 คน และร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี รับ 505 คน
“ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง “หลักการและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ” ข้อ 7 เกี่ยวกับการรับนักเรียนของผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงเรียนอย่างต่อเนื่องนั้นบางทีทำให้มีช่องทางที่เอื้อต่อการเข้าเรียนได้โดยวิธีพิเศษ
ว่ากันว่าการรับเด็กโดยวิธีพิเศษนั้นให้สังเกตที่การประกาศผลการสอบคัดเลือกพร้อมกับตัวสำรองไว้สูงอย่างผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนที่มีรายชื่อสำรองก็จะได้เข้าเรียนในห้องเรียนที่มีการขอขยายห้องเรียนเพิ่มนั่นเอง โดยผู้ปกครองจะบริจาคผ่านสมาคมครูและผู้ปกครอง หรือบริจาคให้โรงเรียนโดยตรง
เพื่อทำให้โปร่งใส “ศ.ดร.สมพงษ์" เสนอว่า การแก้ปัญหาระยะยาว ควรให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล บริหารจัดการด้วยตัวเอง แต่ต้องมีบัญชีรายรับรายจ่ายที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ หรืออีกทางหนึ่งคือ ทุกโรงเรียนต้องประกาศรายชื่อของนักเรียนทุกคนก่อนสอบ หลังสอบเสร็จและมีรายละเอียดคะแนนสอบตามมาด้วย ประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้ทั้งหมดและที่สำรอง รวมทั้งคะแนนที่ได้ของแต่ละคน และขั้นสุดท้ายประกาศรายชื่อเด็กที่เข้าเรียนจริงในแต่ละชั้นปีของแต่ละโรงเรียนพร้อมกับประกาศแนวทางรับเด็กโควตา” หรือ “ผู้อุปการคุณ” อย่างชัดเจนให้สาธารณะรับรู้ในวงกว้าง
ทั้งนี้วิธีการรับนักเรียน ม.1 จะใช้วิธีการสอบคัดเลือกในสัดส่วน 60:40 หรือจับสลากร่วมด้วยขณะที่เด็กบางกลุ่มยังสามารถเข้าเรียนต่อได้อีก 2 วิธีการ คือ การรับนักเรียนความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ และการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ อาทิ นักเรียนสอบได้คะแนน เท่ากันในลำดับสุดท้าย, มีข้อตกลงในการจัดตั้ง
ซึ่งปี 2560 เป็นปีแรกที่มี “คลิปรับแป๊ะเจี้ยแลกที่นั่งในโรงเรียนดัง” ว่อนโลกโชเชียล และขณะนี้ผลการสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย “วิโรฒ สำรวล” เสร็จเรียบร้อยแล้วรอให้ กศจ.ประชุมมีมติพิจารณาโทษวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม แต่ “นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” รมว.ศธ.จะคุยกับสพฐ. ในฐานะต้นสังกัดพิจารณาทำตามมาตรการคสช.ที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ว่ากันว่าความหมายจริงๆ ของ “แป๊ะเจี๊ยะ” หรือ “เงินกินเปล่า” นั้นใช้ในกรณีที่ยินยอมที่จะจ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ต้องการได้มาโดยสิทธิพิเศษมีมามากกว่า 50 ปี ระบบนี้ยังคงเกิดขึ้นจากช่องว่างของประกาศเงื่อนไขรับนักเรียนได้นั่นเอง ต้องรอดูว่าปีนี้จะมี "คลิปรับแป๊ะเจี้ยแลกที่นั่งในโรงเรียนดัง” ว่อนโลกโชเชียลอีกหรือไม่
แนวปฏิบัติการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือ
1.นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกเท่ากันในลำดับสุดท้าย
2.นักเรียนที่อยู่ในความอนุเคราะห์ของผู้บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งโรงเรียน
3.เด็กยากไร้ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กพิการ
4.บุตรผู้เสียสละเพื่อชาติ หรือประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ดูแลพิเศษ
5.นักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจ หรือโรงเรียนคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย
6.รับนักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่พัฒนา



