คอลัมนิสต์

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน

02 เม.ย. 2561

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  บายไลน์ / ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

          “ถ้าปล่อยผม อยากได้อะไรจะหามาให้”

          ประโยคนี้ได้รับการยืนยันเป็นหลักฐานสำคัญ ทำให้ข้อหาคดีเสี่ยล่าเสือดำเพิ่มจากโทษล่าสัตว์สงวนเป็น “โทษติดสินบนเจ้าหน้าที่” แต่ข้อหาที่ทีมทนายความของ “กลุ่มเสี่ยเปรมชัย” หวาดหวั่นที่สุดคือ ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพราะโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท...ขณะที่ข้อหาอื่นๆ จำคุกแค่ 4-5 ปีเท่านั้น

          ผ่านไปแล้วกว่า 50 วัน นับจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์ "เปรมชัย กรรณสูต" ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ และพวกอีก 3 คน “ยงค์ โดดเครือ” “นที เรียมแสน” และ “ธานี ทุมมาศ” ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันล่าสัตว์สงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก...

 

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน


          กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประเมินค่าเสียหายที่จะดำเนินคดีทางแพ่งไว้ประมาณ 12,750,000 บาท โดยคำนวณมูลค่า “เสือดำ” จากโครงการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติ 12 ล้านบาท หมูป่าและไก่ฟ้าหลังเทาประมาณ 7.5 แสนบาท

          การชดใช้แค่ “เงิน 12 ล้าน” ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะภาพหนังเสือดำถูกแล่ เนื้อถูกสับเป็นกองโตในหม้อต้มซุป สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยและคนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายคนรักสัตว์ที่ร่วมกันป่าวประกาศ “ไม่ยอมให้ฆาตกรลอยนวล เสือดำต้องไม่ตายฟรี” ...

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 นายเปรมชัยและพวก เข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิเป็นครั้งแรก ตามกำหนดครบรอบฝากขังครั้งที่ 4 สำหรับข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้ 9 ข้อนั้น เจ้าหน้าที่กระซิบผู้สื่อข่าวว่าอาจเพิ่มกลายเป็น 11 ข้อได้ เพราะตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มอีก 3 ข้อกล่าวหา นั่นคือ

          1.ข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน หรืองาช้าง จำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท
          2.ความผิดมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน จำคุก 10 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท
          3.คดีพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

          ย้อนไปวันที่ 13 มีนาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ แจ้งไว้ทั้งสิ้น โดย “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ที่ตามเกาะติดคดีนี้อย่างใกล้ชิด เผยข้อมูลสำนวนการสอบสวนว่าอาจมีไม่ต่ำกว่า 800 หน้า

          คดีนี้หลายฝ่ายหวั่นใจว่า เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ การสืบพยานหลักฐานเพื่อส่งให้ศาลหรือ “ผู้พิพากษา” ตัดสินตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมนั้น ใช้กลยุทธ์ทำให้ยืดเยื้อ สุดท้ายคนไทยค่อยๆ ลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับ “น้องเสือดำ”

 

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน

 

          แต่บางฝ่ายมองว่า คดีนี้ไม่ว่าศาลยุติธรรมจะขึ้นบัลลังก์ตัดสินพิพากษาลงโทษ ปรับเงินหรือรอลงอาญาสำหรับโทษจำคุกก็ตาม แต่ในวันนี้ “ผู้พิพากษาภาคพลเมือง” ทั้งชาวไทยและชาวโลกช่วยรวมพลังกันขึ้นบัลลังก์ตัดสินพิพากษา “เสี่ยล่าเสือ” ไปเรียบร้อยแล้ว จากพยานหลักฐานแวดล้อมที่ชัดเจน ทั้ง คลิปลับ ภาพถ่าย ซากหนังเสือดำ กระดูกกับเนื้อที่ถูกแล่สับกองโต หม้อต้มซุป ซากไก่ฟ้าหลังเทา ถุงเกลือ อุปกรณ์ทำอาหาร ฯลฯ

          เครือข่ายนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า รวมถึงพลเมืองจิตอาสา จากหลายภาคส่วนจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อตอกย้ำ “คำพิพากษาภาคพลเมือง” ว่า คนไทยไม่ยอมให้น้องเสือดำตายฟรี เป็นเสียงเรียกร้องความยุติธรรมที่ดังกึกก้อง "สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม! กรรมตามคนทำ!"

          ตัวแทนเครือข่ายนักอนุรักษ์ฯ ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาได้นำรายชื่อประชาชนจำนวน 1.4 แสนคน ที่ร่วมกันลงนาม “สนับสนุนการดำเนินคดีกับผู้ล่าสัตว์ในเขตอุทยานให้โปร่งใสเป็นธรรม และผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าให้เข้มแข็ง” ในเว็บไซต์รณรงค์ change.org ส่งมอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา

          พลังเสียงจากภาคพลเมืองหลักแสนคน ที่มาร่วมลงชื่อเหมือนคำยืนยันร่วมกันว่า พวกเราจะไม่ปล่อยให้คดีนี้เงียบหาย...

          ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” สัมภาษณ์เจาะลึกผู้มาร่วมกิจกรรมของ “กลุ่มT Challa คนพันธุ์เสือดำ” บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ย่านสยามแสควร์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่รู้สึกกังวลใจคล้ายๆ กันว่า คดีนี้ผู้ต้องหาอาจลอยนวล แม้ว่าสังคมจะพิพากษาตัดสินว่ามีความผิดชัวร์ๆ...

          “น้องกัน” วัยรุ่นหนุ่มน้อยสละเวลาเที่ยวเล่นวันอาทิตย์ มาร่วมกิจกรรมกลุ่ม T Challa พร้อมเปิดใจว่า ไม่อยากให้คนไทยลืม ใครที่สนใจคดีนี้ต้องช่วยกันออกมาสร้างกระแสอะไรบางอย่าง เพราะการทำร้ายสัตว์สงวนในพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวกฎหมาย

 

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน

 

          “เขาบอกว่าไม่ผิด ไม่ยอมรับ ทั้งที่พยานหลักฐานมัดแน่น มีคนถือปืนเข้าไปในป่า มีซากสัตว์สงวนตาย แต่ดูเหมือนหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานกำลังต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว บทลงโทษทางกฎหมายก็มี เขาบอกว่าไม่ได้ฆ่า แล้วอุปกรณ์เหล่านี้คืออะไร พวกเราต้องไม่ยอมปล่อยผ่าน ไม่ยอมให้คนเข้าป่าไปทำแบบนี้ได้อีก”

          ในงานกิจกรรมที่ผ่านมานั้น ผู้ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าไปร่วมถ่ายรูปเซลฟี่มากที่สุดคือ “เสือที” ผู้ลงทุนใส่หน้ากากเสือท่ามกลางอากาศร้อนระอุ

          “เสือที” เปิดเผยความในใจว่า เสือดำเป็นสัตว์สปีชีส์สำคัญในจำนวนสัตว์ป่าทั้งหมด เพราะเขาเหมือนผู้นำดูแลปกป้องสัตว์อื่นๆ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำไมหลายคนยอมรับไม่ได้ ต้องออกมาเรียกร้องให้สังคมช่วยกันจัดการให้ผู้ร้ายในคดีนี้ถูกลงโทษขั้นสูงสุด

          “ป้าอ๊อด” ตัวแทนกลุ่มผลิตเสื้อยืดรณรงค์จำหน่ายราคาตัวละ 300 บาท โดยใช้รูปสัญลักษณ์ใบหน้าเสือดำพร้อมข้อความว่า “ทำไม ฆ่าฉัน” ... ป้าอ๊อดเล่าว่า ตัวเองเป็นกลุ่มจิตอาสาอิสระ รู้สึกทนไม่ได้ที่เห็นเสือดำสัตว์สงวนระดับโลกถูกยิงตาย ถูกแล่หนัง หั่นเนื้อต้มซุปกิน ยิ่งไปกว่านั้นคือเสือดำมีความสำคัญในการรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหาร เช่น เสือกินสัตว์ตัวเล็กที่ไปกินพืชหรือพันธุ์พืชต่างๆ เมื่อไม่มีเสือ สัตว์เหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายพืชถูกกินเสียหายหมด สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในป่ามีผลต่อห่วงโซ่อาหารของมนุษย์

 

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน

 

          “พวกเขาทำแค่เพื่อสนองกิเลสตัวเอง อยากให้ลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด หลายคนบอกว่าคดีนี้เสี่ยเปรมชัยกับพรรคพวกอาจรอด เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่เราไม่กลัว เพราะตอนนี้สังคมช่วยกันตัดสินหรือพิพากษาลงโทษไปแล้ว พวกเขายังไงๆ ก็ใช้ชีวิตไม่ปกติสุขเหมือนเดิมแน่นอน” ป้าอ๊อดกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

          ไม่ว่าคดีนี้จะยืดเยื้ออีกยาวนานกี่เดือน กี่ปี ขอให้สังคมไทยวางใจได้ เพราะมีกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ “ผู้พิพากษาภาคพลเมือง” ช่วยกันเคลื่อนไหวให้คำตัดสินของพวกเขาเป็นจริง

          “ขอให้ชีวิตไม่ปกติสุข” เป็นเสมือนคำพิพากษาภาคพลเมือง เป็นคำตัดสินลงโทษผู้เกี่ยวข้องในการล่าหรือฆ่าน้องเสือดำหรือสัตว์ป่าผิดกฎหมายตัวอื่นๆ ...

 

"คำพิพากษาภาคพลเมือง"...ชดใช้เสือดำ 12 ล้าน


 

          ฆ่าฉัน...ทำไม !
          เสือดำตัวนี้ ราคาเท่าไร?

          “น้องเสือดำ” ตัวที่เป็นคดีกับกลุ่มเสี่ยเปรมชัยนั้น กรมอุทยานฯ ระบุรายละเอียดว่า อายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อยของเสือดำอินโดจีน (Indochinese Leopard) ชื่อวิทยาศาสตร์ PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ มีสถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 12 ล้านบาท