คอลัมนิสต์

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"

02 เม.ย. 2561

เจาะลึก "ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง "เขียว"หรือนับวันรอ "เปลี่ยนสี"

 

          แปลกใจที่พรรคภูมิใจไทยจัดงานทำบุญพรรคภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 10 ในวันที่ 1 เมษายน 2561 เนื่องจากนับแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 9 มีกิจกรรมทำบุญพรรคในวันที่ 6 เมษายน ซึ่งตรงกับวันจักรี

          ตามขนบเดิม พลพรรคสีน้ำเงิน จะเริ่มจาก 4 เมษายน ยกขบวนไปอวยพรวันเกิด “ชัย ชิดชอบ” ที่โรงโม่หินศิลาชัย บุรีรัมย์ จากนั้นอีกสองวันก็ทำบุญพรรค หรือรอบนี้ถือฤกษ์งามยามดีอะไรสักอย่าง

          ท่ามกลางความขัดแย้งเก่าๆ ไม่สิ้นสุด พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนอยู่คนละขั้ว พรรคเบอร์สามอย่าง “พรรคภูมิใจไทย” กำลังปรับตัวไปตามสถานการณ์ ดูจากการเคลื่อนไหวของ “อนุทิน ชาญวีระกูล” หัวหน้าพรรค ก็พอจับอาการได้ว่า จะไม่ขอเล่นบทเก่า

 

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"


          วันก่อน ศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามนักข่าวว่า จะหนุนใครเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งใหม่

          “พรรคภูมิใจไทยจะเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ และไม่เสนอพล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย..” ศุภชัยตอบ และขยายความว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องทำภายหลังเลือกตั้งเสร็จ เพราะไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ฉะนั้นเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็แยกย้ายกลับไปเซฟเฮ้าส์หารือว่าจะจับคู่กันยังไง

          สอดรับกับคำให้สัมภาษณ์แกนนำค่ายสีน้ำเงินหลายคน ที่บอกว่า พรรคจะหนุนใครเป็นนายกฯ ขอดูผลคะแนนเลือกตั้งก่อน และการตัดสินใจของพรรคจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองในเวลานั้น 

          ตรวจแถวเลือดสีน้ำเงิน
          มาสำรวจดูความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย พรรคอันดับ 3 จากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ผลคะแนนรวมจากบัญชีรายชื่อ 1,281,577 คะแนน ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ส.ส.เขต 29 คน รวม 34 คน

          องคาพยพของภูมิใจไทย ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มนักเลือกตั้งสายเนวิน ที่ออกมาจากพรรคพลังประชาชน โดยกลุ่มนี้มีมากที่สุด และยังเหนียวแน่นอยู่กับพรรค

          2.กลุ่มบ้านริมน้ำ นำโดย สุชาติ ตันเจริญ พร้อมพิเชษฐ์ ตันเจริญ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา และสองอดีต ส.ส.ยโสธร

          3.กลุ่มราชบุรี ที่มี 3 อดีต ส.ส.ราชบุรี ได้แก่ สรอรรถ กลิ่นประทุม, บุญลือ ประเสริฐโสภา และบุญดำรง ประเสริฐโสภา 

          4.กลุ่มสุโขทัยหรือมัชฌิมาเดิม ของสมศักดิ์ เทพสุทิน มีลูกทีมเป็นอดีตส.ส.ราชบุรี ชัยนาท และสุโขทัย โดยกลุ่มนี้ได้แยกตัวไปจากค่ายสีน้ำเงินแล้วตั้งแต่ปี 2557

 

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"

 

          แม้จะสูญเสียกลุ่มสมศักดิ์ไป พรรคภูมิใจไทยอาจจะได้กลุ่มนราธิวาส นำโดย กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส มาแทน แต่ขณะนี้กลุ่มกูเซ็ง สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เข้าใจว่า แกนนำบุรีรัมย์กับสุพรรณบุรี คงเจรจากันไม่ยาก 

          ดังนั้นนักรัฐศาสตร์ชั้นเซียนจึงมองว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ ส.ส.มากถึง 80 คน ด้วย “ยุทธศาสตร์อันดับ 2” และพรรคภูมิใจไทยจะได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง “บัตรเดียว” พร้อมโกยแต้มอันดับ 2 เป็นกอบเป็นกำ เนืื่องจากผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย เป็นอดีต ส.ส. เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีบารมี มีฐานเสียงชัดเจน

          นอกจากนั้นเสี่ยหนูยังทำแนวร่วมข้ามพรรคกับ “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา โดยทั้งคู่จะไปไหนมาไหนด้วยกัน จึงไม่แปลกหากภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนาจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสนามเลือกตั้งหนหน้า

          สร้างภาพใหม่ “เสี่ยหนู”
          ในฤดูกาล 2554 ภูมิใจไทยไม่ได้โชว์หัวหน้าพรรคเป็นจุดขาย แต่เลือกตั้งครั้งใหม่นี้ กลยุทธ์การตลาดการเมืองเริ่มเห็นชัดขึ้น สังเกตได้จากการที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ออกเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อ และไปร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ่อยๆ

          ดูเหมือนว่าเสี่ยหนูจะมี “เอกชัย ไชยนุวัติ” นักวิชาการด้านกฎหมาย และ “จุลภาส (ทอม) เครือโสภณ” ดีลเมกเกอร์ธุรกิจการเมืองเป็นเพื่อนคู่คิด

          จุดยืนของ “เอกชัย” ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เอา คสช. และล่าสุด เอกชัยให้ความเห็นเรื่อง “ยืมนาฬิกาเพื่อน” ก็บอกตรงๆ ว่า ยืมเพื่อนก็ผิดตามมาตรา 103 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"

 

          ส่วน “จุลภาส (ทอม) เครือโสภณ” ล้อบบี้ยิสต์การเมือง ได้นำ “เสี่ยหนู” ไปขึ้นเวทีเสวนาทางวิชาการอยู่เนืองๆ ขนาดงานที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เสี่ยหนูก็ได้ไปอวดความคิดความอ่านมาแล้ว

          แหล่งข่าวระบุว่า สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู “ทอม” ใกล้ชิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นอย่างมาก และทุกวันนี้ดีลเมกเกอร์รายนี้ยังไปมาหาสู่คุณหญิงหน่อย 

          อีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนไปของ “เสี่ยหนู” คือรายการ “Ringside การเมือง” ที่เผยแพร่ทางยูทูบ และเฟซบุ๊ก ดำเนินรายการโดย “ตาแป๋ว” ตรีณปางค์ มณีชาตรี พิธีกรทีวีขวัญใจคนเสื้อแดงนั้น ดูคล้ายกับว่า “เสี่ยหนู” เป็นแขกประจำรายการดังกล่าว

          การเปิดตัวของทอล์กการเมืองที่ดูใกล้ชิดเสี่ยหนู ทำให้หลายคนมองว่า “Ringside การเมือง” เป็นช่องทางการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ของหัวพรรคภูมิใจไทย และเมื่อ 1 มีนาคม อนุทินได้ออกรายการนี้ แจงว่า ภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคทหาร และชูบุรีรัมย์โมเดล ยกระดับประชาชน

          ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ภูมิใจไทย ลบภาพแบรนด์เดิมคือยืนเคียงข้าง ปชป.และกลุ่ม “บูรพาพยัคฆ์” โดยสร้างแบรนด์ใหม่ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหน พร้อมจะเป็นมิตรต่อทุกพรรค

          ขณะที่ในทางลึก “ผู้มีบารมีของพรรค” ยังแนบแน่นอยู่กับ “พี่ใหญ่” ค่ายบูรพาพยัคฆ์ และพร้อมสนับสนุน คสช.ในทุกกรณี

          วิบากรัฐสภาใหม่
          บนวิถีการเมืองของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังไปได้สวย แต่มหากาพย์การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 400,000 ตารางเมตร งบประมาณ 12,000 ล้านบาท ก็ผุดขึ้นมาหลอกหลอนทายาท “ซิโน-ไทยฯ”

          เมื่อ วิลาศ จันทร์พิทักษ์, วัชระ เพชรทอง สองอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินหน้าตรวจสอบกรณีทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

          ปมปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.งบประมาณระบบไอซีทีที่จากเดิมกำหนดไว้ 3,000 ล้านบาท แต่เพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท และ 2.การขอขยายระยะเวลาก่อสร้างที่ดูพิสดารที่สุดถึง 3 ครั้ง รวมประมาณ 1,400 วัน เป็นการขยายเวลาเกินกำหนดภายใน 900 วันตามเงื่อนไขสัญญา

 

เจาะลึก"ภูมิใจไทย"มั่นคงชักธง"เขียว"หรือนับวันรอ"เปลี่ยนสี"

 

          “อนุทิน” พยายามชี้แจงในหลายเวที กล่าวโดยสรุปว่า การก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซิโน-ไทยฯ ซึ่งเป็นกิจการของบิดา (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ซึ่งกำลังถูกพาดพิงว่ามีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลในการต่อสัญญาขยายเวลาการก่อสร้างให้แก่บริษัทซิโน-ไทยฯ จึงอยากขอชี้แจงว่า การขยายระยะเวลาก่อสร้างให้บริษัท ซิโน-ไทยฯ นั้น สาเหตุเกิดจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ซึ่งตามสัญญาต้องส่งมอบให้ในปี 2557 แต่ความจริงสภาส่งมอบพื้นที่ครบเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2559 ดังนั้นเงื่อนไขต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน เสร็จแน่นอน แต่ต้องนับแต่ส่งมอบพื้นที่ครบแล้ว

          อย่างไรก็ตามมหากาพย์อาคารรัฐสภาใหม่ยังไม่จบ เพราะฝ่ายตรวจสอบยันเดินหน้าจองกฐิน “ซิโน-ไทยฯ” ต่อไป จนกว่าได้คำตอบที่กระจ่างว่าใครถูก? ใครผิด? เชื่อว่าระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ประเด็นสร้างอาคารรัฐสภาจะถูกหยิบยกมาหาเสียง 

          จับอาการของแกนนำค่ายสีน้ำเงินในชั่วโมงนี้ ภูมิใจไทยมีความพร้อมทุกอย่าง และพร้อมไปถึงวันข้างหน้า หากสถานการณ์เรียกร้องให้พรรคต้องตัดสินใจเพื่อบ้านเมือง

          ฉากการเมืองเดิมๆ อาจกลับมา นั่นคือปฏิบัติการ “งูเห่า” ภาคสอง เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้