หลอนนะ..ออเจ้า! "อดีต" ไล่ล่า แกนนำ "อนาคตใหม่"
สิ่งที่อันตรายมากกว่านี้ของพรรคอนาคตใหม่คือ กองเชียร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะ "วิทยุใต้ดิน" ที่รวมตัวกันอยู่ในสหรัฐ, ยุโรป และลาว
ไม่ทันได้หาเสียง แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ก็เจอ “คนกันเอง” ลุกขึ้นมาทวงถามจุดยืนเสียแล้ว หลัง "ปิยบุตร แสงกนกกุล“ ชี้แจงกรณีที่นสนธิญา สวัสดี ยื่นเรื่องให้ประธาน กกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมือง พิจารณาว่า การขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้น ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยกล่าวอ้างถึงเขาและกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ปิยบุตร แจงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ”จะไม่นำเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเกี่ยวข้องกับพรรค และไม่นำไปผลักดันในพรรค"
พลันที่เรื่องนี้ขยายออกไป “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล”ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้โพสต์แสดงความเห็นผ่าน Somsak Jeamteerasakul ว่า “ถ้ามองในแง่ดีที่ควรจะเป็นว่า คนรุ่นใหม่ 4-500 คนที่ไปก่อตั้งพรรค เป็น “คนรุ่นใหม่” สมกับชื่อจริงๆ คงมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายกันเต็มที่กว้างขวางเพราะเป็นเรื่องสำคัญของอนาคต (ของ “คนรุ่นใหม่”)...”
แถมสมศักดิ์ยังย้ำ “ผมจึงเห็นว่า ประกาศเมื่อวานของ อ.ปิยบตร ไม่มีความจำเป็น” ก่อนหน้านี้ “สมศักดิ์” เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่พยายามออกความเห็นเรื่องพรรคอนาคตใหม่
ตามมาด้วยความเห็นของ “ปิยะรัฐ จงเทพ” นายกสมาคมเพื่อเพื่อน ที่ทำงานช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองโดยเฉพาะคดี 112 ให้สัมภาษณ์ Thai Voice ของ จอม เพชรประดับ ว่า รู้สึกผิดหวังพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถสลัดภาพและความคาดหวังที่ประชาชนต้องการให้แก้ไข ม.112 ไม่ได้
ประเด็นนี้ เป็นเรื่องอ่อนไหว “ปิยบุตร” ก็รู้ดี และมิอาจลบบทบาทเดิมคือ หนึ่งในนักวิชาการนิติราษฎร์ และคณะกรรมการรณรงค์แก้ไข ม.122 ออกไปได้
เท่าที่ส่องดูปฏิกิริยาจากบรรดาฝ่ายประชาธิปไตยปีกฮาร์ดคอร์ ตามแฟนเพจต่างๆ จะรู้สึกผิดหวัง ไม่พอใจต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปของปิยบุตร
ตรงข้ามกับกองเชียร์พรรคอนาคตใหม่ “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตย ที่ได้หยิบยกกรณีนักวิชาการรายหนึ่ง(ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ) พยายามเชิญชวนให้เขาไปพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์อย่างเปิดเผยเมืื่อปี 2551 โดยตัวเขาไม่เห็นด้วย จึงถูกด่าว่า ขี้ขลาดตาขาว
"ที่เล่ามานี้ไม่ได้มาบอกว่า ใครฉลาด ใครโง่ ใครกล้า ใครกลัว คนที่สู้แล้วตาย ติดคุก หลบหนีไปต่างประเทศนั้น กล้าและเสียสละ นักรบหลายคนสู้อย่างกล้าหาญ ชูธงสูงเด่น พุ่งไปในสนามรบ ตรงเข้าไปรับกระสุนปืน แล้วตายด้วยวีรภาพสูงส่ง คนที่ยังอยู่ย่อมไม่ลืม แต่การประณามคนที่ไม่ทำแบบเดียวกันว่า ขี้ขลาด โง่น่ะ มันใช่หรือ?"
สิ่งที่อันตรายมากกว่านี้ของพรรคอนาคตใหม่คือ กองเชียร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะ “วิทยุใต้ดิน” ที่รวมตัวกันอยู่ในสหรัฐ, ยุโรป และลาว
คนเหล่านี้ ล้วนส่งเสียงเชียร์พรรคของ “ปิยบุตร-ธนาธร” ทั้งนั้น พร้อมเรียกร้องให้คนที่อยู่ในประเทศสนับสนุนพรรคของคนรุ่นใหม่ และดูเหมือนว่า “แดงอิสระ” จะขานรับพรรคอนาคตใหม่
กลุ่มวิทยุใต้ดินค่ายไฟเย็นที่อยู่ในลาว ได้โฆษณาพรรคอนาคตใหม่ถี่กว่ากลุ่มอื่น ด้วยแกนนำไฟเย็น เป็นหนุ่มสาวที่ชื่นชอบสองหนุ่มผู้ก่อการพรรคสีส้ม แต่หารู้ไม่ว่า เสียงเชียร์จากฝั่งลาว อาจทำให้เส้นทางสู่รัฐสภาของพรรคอนาคตใหม่ไม่สดใส
ดูเหมือนว่าช่วง “เปลี่ยนผ่าน” จากชีวิตนักวิชาการมาสู่นักการเมืองของปิยบุตร อาจเปลี่ยนไม่สำเร็จ เพราะอดีตที่ตามมาหลอกหลอนจนขยับตัวยากยิ่ง



