
พันธมิตรฯ จุกอก!"สโรชา" สู้มะเร็ง อายัดบัญชี 13 แกนนำ
พันธมิตรฯ จุกอก!"สโรชา" สู้มะเร็ง อายัดบัญชี 13 แกนนำ
ต้องบอกว่าช็อก เมื่อผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี อย่าง สโรชา พรอุดมศักดิ์ ออกมาเปิดเผยต่อสังคมว่า ตนเองนั้นกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็ง
นอกจากจะถือว่าป่วยเป็นโรคที่ร้ายแรงแล้ว หากดูถึงอายุอานาม เธอก็เพิ่งจะมีอายุเพียง 41 ปีเท่านั้น !!
เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าตัว โดยโพสต์บอกเล่าทางเฟซบุ๊ก “สโรชา พรอุดมศักดิ์” ระบุเรื่องนี้ว่า ตนนั้นป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ขออนุญาตยังไม่ลงรายละเอียด
“ในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่แอ้มเงียบหายไป ก็เพื่อที่จะทำใจรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราสามคนพ่อแม่ลูกที่ต้องใช้เวลาพยายามที่จะเยียวยาจิตใจของซึ่งกันและกัน และตัดสินใจเรื่องการรักษาค่ะ”
“จนมาถึงตอนนี้แอ้มได้รับความเมตตาจากคุณหมอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ตรวจร่างกายอย่างละเอียดและแนะนำให้ผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออก”
“ฉะนั้นในวันที่ 3 เม.ย.นี้ แอ้มก็จะเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ค่ะ”
จากนั้นเธอได้กล่าวขอบคุณทุกความห่วงใย ความหวังดีและกำลังใจที่ทุกๆ ท่านส่งมาในคอมเมนท์ของเธอ
“แอ้มจะพยายาม “สู้” กับโรคนี้อย่างเต็มที่เพื่อที่จะได้มีโอกาสดูแลคุณพ่อคุณแม่ต่อไปอย่างดีที่สุดตามที่เคยตั้งใจไว้ และหากมีโอกาสก็จะพยายามทำตัวเป็นประโยชน์ให้สังคมได้บ้าง...ไม่มากก็น้อย...”
อย่างไรก็ดี หากเข้าไปติดตามอ่านโพสต์นี้ของสาวแอ้ม จะพบว่ามีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจกันล้นหลาม ตอกย้ำว่าเธอเป็นอีกคนหนึ่งที่คนไทยรู้จัก ติดตาม และให้ความนิยมชมชอบสุดๆ คนหนึ่ง
แม้ว่าเธอจะใช้ชีวิตโลดแล่นในเส้นทาง “คนข่าว” มานาน จากการที่เริ่มเป็นผู้ประกาศข่าวที่ช่อง 11 ก่อนไปร่วมงานกับเนชั่นทีวี และแชนแนลนิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์
แต่บทบาทที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้จักเธอก็คือ เป็นพิธีกรคู่กับ สนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อปี 2546
ภาพของนายใหญ่แห่งสื่อยักษ์ค่ายพระอาทิตย์ ที่ทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ข่าวสารทั้งเหตุบ้านการเมืองไทย กับสตรีสาวสวยที่คอยรับส่งกัน เป็นภาพที่ชาวบ้านร้านตลาดยุคนั้นชินตา และติดตามรับชมรายการนี้กันไม่แพ้รอชมละครหลังข่าว !!
แต่แน่นอนที่สุด อีกภาพหนึ่งของเธอที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือบทบาทที่แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เมื่อเธอต้องขึ้นเวที เคียงคู่เจ้านายคนเดิมนี้ ในรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร” หลังจากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ถูกถอดออกจากผังรายการของช่อง 9 ช่วงปี 2548
และแปรเปลี่ยนมาสู่สถานะของรายการที่มีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาลชนิดที่เข้มข้นหนักหน่วงมากขึ้น พร้อมๆ กับการก่อเกิดของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เพื่อล้มทักษิณ ชินวัตร โดยสนธินั่นเองที่เป็นแกนนำ !
สาวแอ้ม สโรชา ก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน จนภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็นรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็พากันเจอคดีความต่างๆ นานา และภาพของสาวแอ้มก็ได้ชื่อว่าเป็น “ดอกไม้เหล็กแห่งพันธมิตรฯ” ไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ดี จะเรียกว่าเป็นช่วงตกมุมมืด ของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ดีหรือไม่ เพราะหันไปข้างบรรดา 13 แกนนำพันธมิตร วันนี้ก็ยังเจอเรื่องไม่สู้ดีเช่นกัน
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมบังคับคดี ได้ส่งเอกสารถึงทุกธนาคาร ให้ดำเนินการอายัดทุกบัญชีของทั้ง 13 คนแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, สนธิ ลิ้มทองกุล, พิภพ ธงไชย, สุริยะใส กตะศิลา, สมศักดิ์ โกศัยสุข, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, อมร อมรรัตนานนท์, นรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, สำราญ รอดเพชร, ศิริชัย ไม้งาม, มาลีรัตน์ แก้วก่า และ เทิดภูมิ ใจดี ซึ่งตกเป็นจำเลยร่วมกันในคดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย จากกรณีร่วมกันปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิเมื่อปี 2551 โดยต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2551
และเรื่องนี้ สุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทำใจไว้แล้ว แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตไว้มากมาย สุดท้ายสรุปว่า นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น !
“คำสั่งอายัดครั้งนี้ผมไม่มั่นใจว่า กรมบังคับคดี ตลอดทั้งการท่าอากาศยานฯ (ทอท.) ในฐานะโจทก์ ได้ปฏิบัติและยึดมั่นในกรอบกฎหมาย และดุลพินิจที่สุจริตไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ อยู่เบื้องหลัง และหรือมีใครหวังผลทางการเมืองจากเรื่องนี้หรือไม่”
“วิญญูชนลองไตร่ตรองดูครับ คดีนี้อายุความ 10 ปี แต่ดูเหมือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบและลุกลี้ลุกลน ผิดปกติ ขยันเกินเหตุ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา และอัยการเพิ่งทำหนังสือให้จำเลยทั้ง 13 คนทราบสถานะความเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมานี่เอง”
"แม้ท่านจะอ้างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ผมก็มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญปกป้องตัวเองเมื่อรู้สึกว่านี่คือการละเมิดสิทธิของผม ทั้งหมดของเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงศาลอาญาคดีทุจริตขึ้นมาทันที สำหรับผมเรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้นครับ"
ปฏิกิริยาจากคนเสื้อเหลืองต่อเรื่องการอายัดบัญชีธนาคารนั้น รู้สึกเจ็บปวดมาก อย่าง มาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร และแนวร่วมพันธมิตรฯ ที่ถูกอายัดบัญชีได้แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก Maleerat Kaewka ว่า “ทรรศนะส่วนตัวก็คิดกันว่าคดีการเมือง เราทำเพื่อบ้านเมือง ถ้าเราไม่ชุมนุมตอนนั้น วันนี้อาจดีกว่าหรือเลวกว่าทุกวันนี้ สุดจะคาดเดา แต่ถ้าถามว่า ย้อนเวลาได้ ทำไหม ต้องตอบว่าทำ แต่อาจป้องกันตัวเองได้ดีกว่านี้...ความรู้สึกเจ็บลึกในอก จุกในอกจริงๆ แต่ไม่อาจสยบข้าได้หรอก ต่อให้ไม่มีเงินกินข้าว เพื่อนมิตรเรายังมีข้าวให้กิน”
จากความเจ็บไข้ของ “แอ้ม สโรชา” มาจนถึงเรื่องอายัดบัญชี 13 แกนนำพันธมิตรฯ นับว่าเป็นเรื่อง “เจ็บลึก” และ “จุกในอก” ของคนเสื้อเหลือง ฤานี่คือชะตากรรม !



