คอลัมนิสต์

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

30 มี.ค. 2561

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์ : รายงาน โดย...จักรวาล ส่าเหล่ทู

 

          เรียกว่าลุ้นระทึกรายวันถ้าต้องใช้รถไฟฟ้า “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “แอร์พอร์ตลิงก์” นั่นก็เพราะรถไฟฟ้าสายนี้ประสบปัญหาขัดข้องบ่อย จนผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก บางวันหนักถึงขั้นสั่งจำกัดจำนวนผู้โดยสารบนชานชาลา โดยให้ต่อคิวค้างไว้ที่บริเวณช่องจำหน่ายตั๋ว ส่วนชาวต่างชาติและผู้ที่ต้องการใช้บริการสนามบินต่างก็ไปไม่ทันไปตามๆ กัน

          นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา 23 มีนาคม ช่วงค่ำก็เกิดเหตุการณ์รถขัดข้อง จนผู้โดยสารตกค้างจำนวนมากทุกสถานี เช่น สถานีพญาไท ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ผู้โดยสารตกค้างบนชานชาลาจนทะลักล้นมาถึงบริเวณสถานีบีทีเอส มิต้องพูดถึงสถานีอื่นที่สาหัสสากรรจ์จนหลายคนหนีไปใช้บริการขนส่งสาธารณะแบบอื่น

 

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

 

          ต่อมาไม่ทันลืม เช้าวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม เกิดเหตุขัดข้องอีกครั้ง ในช่วงเวลาเร่งด่วน สภาพผู้โดยสารตกค้างมีแบบเดิมๆ และซ้ำเข้าไปอีกในวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเสียในช่วงเย็น คราวนี้ถึงขั้นทั้งไฟ ทั้งแอร์ดับกลางทางในขณะที่มีผู้โดยสารค้างเติ่งอยู่ข้างใน จนในที่สุดขบวนที่เสียต้องจอดค้างที่พญาไท ยิ่งทำให้รถไฟที่วิ่งจำนวนน้อยอยู่แล้วน้อยลงไปอีก

          สภาพเช่นนี้ ผู้โดยสารหลายคนเอือมระอา คำถามคือว่า เกิดอะไรขึ้นกับ “แอร์พอร์ตลิงก์”  

          จากข้อมูลพบว่ารถไฟฟ้าสายนี้ ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริหารงานโดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งมีรถวิ่งอยู่ 9 ขบวน ตลอดระยะทาง 28 กม. 8 สถานี โดยแบ่งเป็น สายด่วน Express Line วิ่งตรงจากสถานีพญาไท สนามบินสุวรรณภูมิ มีอยู่ 4 ขบวนด้วยกัน ส่วนสายธรรมดาจอดทุกสถานี City Line มีอยู่ 5 ขบวน แต่ด้วยความที่คนใช้บริการสายด่วนยิงตรงไปสนามบินมีน้อย ก็เลยรวบให้ทุกขบวนวิ่งเส้นปกติ แต่ทว่าก่อนนี้ก็เหลือที่วิ่งได้เพียง 6 ขบวน โดยให้บริการได้ทุก 10 นาที และจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ที่น้อยแล้ว ยิ่งน้อยไปอีก โดยเหลือเพียง 5 ขบวน และให้บริการได้ทุกๆ 12 นาที  

 

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

 

          เรื่องรถไฟฟ้า ต้องไปคุยกับเขาคนนี้ “สามารถ ราชพลสิทธิ์” อดีตรองผู้ว่าราชการ กทม. ซึ่งติดตามปัญหาการให้บริการของแอร์พอร์ตลิงก์ ระบุว่า "ปัญหาจริงๆ อยู่ที่การบริหารของ “รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.”

          “เรื่องปัญหาทั้งหมดผมเตือนมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่แนะให้การซ่อมบำรุงใหญ่ (Overhaul) รถไฟฟ้าแต่ละขบวน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องทำสำหรับรถไฟฟ้าที่วิ่งเกิน 1.2 ล้านกม. รวมการเจียรรางอยู่สม่ำเสมอด้วย ซึ่งระหว่างที่เตือนนั้น รถไฟฟ้าก็มีเสียให้เห็นเป็นระยะๆ” ดร.สามารถ ระบุ 

          โดยเขาชี้ให้เห็นว่า แม้ที่ผ่านมา บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จะมีการซ่อมบำรุงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำแบบครั้งใหญ่ทั้งหมด โดยทำประปราย

 

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์



          เขายังเล่าต่อไปว่า จริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้อยู่ที่การบริหารงานของ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ในเรื่องการสำรองอะไหล่เอาไว้ใช้ซ่อม จะโทษไม่ได้ว่าติดขัดเรื่องการดำเนินการที่ล่าช้า ซึ่งก็ถือเป็นปัญหาด้านการบริหาร จริงๆ แล้วที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการบริหารไปเยอะเหมือนกัน แต่ทว่าปัญหายังคงอยู่ เสียครั้งหนึ่งก็สั่งอะไหล่มาครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ใช้เวลานาน ดูอย่างการดำเนินการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ที่มีปัญหาน้อยเรื่องรถไฟฟ้าเสีย นั่นก็เพราะว่า เขาจัดเตรียมอะไหล่สำรองไว้พร้อม 

          ต้องถือว่าตอนนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เข้าขั้นวิกฤติแล้ว เพราะไม่รู้ว่าขบวนที่เสีย จะซ่อมได้เมื่อไหร่ หรือจะมีการจัดซื้ออะไหล่ได้เร็วขนาดไหน

 

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

 

          “จริงๆ แล้ว ถ้าวิ่ง 9 ขบวนได้ ผมก็เห็นว่าเพียงพอต่อจำนวนสถานี และระยะทางแล้ว หรือถ้ามีผู้โดยสารมากจริงๆ ก็เพิ่มอีกขบวนก็ได้ แต่ถ้าเรื่องนี้ขาดการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ต่อให้ซื้อขบวนเพิ่มก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้ จริงๆ เรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องลงมาดูปัญหาด้วย แต่ถ้าไม่ได้เรื่องนี้ก็คงต้องให้นายกรัฐมนตรีมาดู เพราะว่าผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่ใคร หากแต่เป็นผู้โดยสาร” ดร.สามารถ กล่าวทิ้งท้าย

          ถ้าเราติดตามข่าวมาตลอดเราจะเห็นว่า ดร.สามารถ เคยแฉไว้ว่า ที่ผ่านมา รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ใช้วิธีการซ่อมรถไฟฟ้า ด้วยการเอาชิ้นส่วนของรถไฟฟ้าที่จอดเสีย ไปซ่อมอีกขบวนให้วิ่งได้ หรือวิธีการ “ยำอะไหล่” นั่นเอง รวมถึงไม่ค่อยมีการเจียรรางให้สม่ำเสมอ ปล่อยนอตยึดรางหลวม หรือหลุดออก เรียกได้ว่าเป็นที่น่าหวั่นใจพอควร สำหรับคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

          มาถึงจุดนี้ ผู้ใช้รถไฟฟ้าอาจเริ่มหวั่นใจแล้วว่า จะทำอย่างไรดี เพราะเราก็ไม่รู้ว่าปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ต่อให้ไปคอมเมนท์วิจารณ์ในเพจเฟซบุ๊กทางการของแอร์พอร์ตลิงก์ ก็มีแต่คำขอโทษจากแอดมินผู้ดูแลเพจ ซึ่งก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจกับผู้โดยสารได้ว่าปัญหาต่างๆ จะได้รับการแก้ไขเมื่อไหร่ แถมบางครั้งการแจ้งเตือนก็มีลักษณะความเป็นทางการ และมีความล่าช้าบ้าง ทำให้บางคนวางแผนเลี่ยงเดินทางไม่ทัน จ่ายค่าตั๋วไปแล้ว จะคืนค่าตั๋วบางเคสก็ใช้เวลาร่วม 30 นาที กลายเป็นว่าเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

 

ชีวิตไม่แน่นอน ของคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์

 

          แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเลย เพราะว่าตอนนี้ ในเฟซบุ๊กมีเพจ “วันนี้แอร์พอร์ตลิ้งค์เป็นอะไร” (@WhatsHappenARL) และเพจ “AirportLink ที่รัก” (@MyLoveARL) ชุมชนคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์ ช่วยกันแจ้งเตือนว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้ใช้รถไฟฟ้า ได้วางแผนการเดินทางถูก และรวดเร็ว บางเพจถึงขั้นมีสัญญาณแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ถึงสถานการณ์กันเลยทีเดียว ถ้าเลวร้ายถึงขั้นมีแฮชแท็กว่า #หนีไป ก็อาจะทำให้ผู้โดยสารบางคนตัดสินใจได้ว่า ควรเลี่ยง หรือทำอะไรต่อไป เพื่อไม่ต้องติดค้างบนสถานีนาน

          นี่คือปัญหาของ แอร์พอร์ตลิงก์ ที่ปรากฏให้เราเห็น ได้แต่หวังว่าจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ววัน เพื่อให้เป็นขนส่งหลักที่น่าเชื่อถือได้ 

          ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเผยว่าการซ่อมบำรุงใหญ่ตามตารางงานนั้น อะไหล่ที่สั่งจากนอกจะเข้ามาในช่วงเดือนเมษายน และจะซ่อมให้วิ่งได้ 7 ขบวนก่อนช่วงสงกรานต์นี้ แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ร้องเรียนด้วยว่าการซ่อมบำรุงใหญ่ทั้ง 9 ขบวน ในวงเงิน 262,440,000 บาท 

          เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ มีแววส่อทุจริต กลายเป็นปัญหาซ้อนทับเข้าไปอีก 

          ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ถ้ายังมีปัญหามากมายแบบนี้อยู่ คนที่รับกรรมเต็มๆ ไม่ใช่ใคร ก็ประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้านี่แหละ