คอลัมนิสต์

"จิ้งหรีด"พันล้าน รัฐดันแมลงไทยโกอินเตอร์

"จิ้งหรีด"พันล้าน รัฐดันแมลงไทยโกอินเตอร์

29 มี.ค. 2561

แปลงใหญ่"จิ้งหรีด"พันล้าน  ตั้งเป้า2จังหวัดอีสานผลิตส่งตลาดอียู           

            กลายเป็นอาหารเลิศรสของประชากรโลกไปแล้วสำหรับแมลงพื้นบ้านอย่าง "จิ้งหรีด" ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) เตรียมพร้อมดันโกอินเตอร์ ตั้งเป้าขยายพื้นที่เลี้ยงในระบบแปลงใหญ่ในสองจังหวัดภาคอีสาน “กาฬสินธุ์และมหาสารคาม” หวังเพิ่มปริมาณการผลิตและแปรรูปเพื่อการส่งออกในตลาดอียู จีน และแคนาดา พร้อมดันยอดกว่า 1 พันล้านในปี 2561       

"จิ้งหรีด"พันล้าน รัฐดันแมลงไทยโกอินเตอร์

           เสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการมกอช. ยอมรับว่า ปัจจุบันจิ้งหรีดนับเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยและตลาดโลกในอนาคต ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับมาตรฐานเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรป(อียู) ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีความชำนาญในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในเชิงพาณิชย์ โดยมีฟาร์มจิ้งหรีดประมาณ 2 หมื่นแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จ.ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม 

"จิ้งหรีด"พันล้าน รัฐดันแมลงไทยโกอินเตอร์

            “พันธุ์จิ้งหรีดที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์บ้านสะดิ้ง และพันธุ์ทองคำ มีกำลังการผลิตสูงถึง 700 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าจิ้งหรีดสดมากกว่า 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตแมลงในไทยโดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด พร้อมทั้งโรงงานแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ สหภาพยุโรป(อียู) จีน สหรัฐอเมริกา และแคนาดา”

            เลขาธิการ มกอช. เผยต่อว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปหลายรายที่ให้ความสนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดทั้งแช่แข็งและแปรรูปจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการต้มบรรจุกระป๋องหรืออบและบดเป็นโปรตีนผงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหารเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากการบังคับใช้ระเบียบอาหารใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิต โรงงานแปรรูป ไปจนถึงอุตสาหกรรมส่งออกและนำเข้า เนื่องจากสินค้าที่มีศักยภาพหลายรายการจะต้องทำคำขอยื่นเปิดตลาด ทั้งการขึ้นทะเบียนในสถานะอาหารใหม่(Novel Food) หรือสถานะอาหารพื้นเมือง( Traditional Food) รวมทั้ง ต้องจัดทำเอกสารประกอบการยื่นคำขอเพื่อให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบของสำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป(European Food Safety Authority(EFSA) พิจารณาความปลอดภัยหรือหลักฐานการบริโภคก่อนการอนุญาตเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ 

            “กรณีของแมลง(จิ้งหรีด)จะถือเป็นอาหารใหม่ตามระเบียบของอียู ซึ่งที่ผ่านมามกอช.ได้ติดตามการประกาศบังคับใช้ระเบียบอาหารใหม่ของสหภาพยุโรปอย่างต่อเนื่อง และจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญและมีศักยภาพในการส่งออก มกอช.จึงได้เร่งกำหนดและประกาศมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.8202-2560 หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีดเป็นมาตรฐานทั่วไปลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจรับรองตาม มกษ. เพื่อรองรับการยกระดับฟาร์มจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐาน”

           นอกจากนี้ จิ้งหรีดยังถือเป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพและถูกตั้งเป้าหมายให้เร่งขยายพื้นที่ผลิตตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ปีงบประมาณ 2561 ในพื้นที่อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต แปรรูปและขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสหภาพยุโรปเพื่อตอบสนองกระแสนิยมการบริโภคแมลงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยแมลงเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถใช้เป็นวัตถุดิบอาหารมนุษย์และสัตว์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ต้นทุนการผลิตต่ำ ปริมาณโปรตีนสูง ต้องการอาหารและน้ำในปริมาณน้อย ทำให้สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่แห้งแล้งที่ไม่สามารถเพาะปลูกผลผลิตอื่นๆ ได้แมลงหลายชนิดรวมทั้งจิ้งหรีด จึงถือเป็นความหวังสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

 “กาฬสินธุ์-สารคาม”แหล่งผลิตจิ้งหรีดแปลงใหญ่

            ประยูร สุวรรณคำ เกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ว่ามหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดในระบบแปลงใหญ่ใน ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เลี้ยงจิ้งหรีดอยู่ประมาณ 280 ราย สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี สำหรับโครงการแปลงใหญ่จิ้งหรีดของจ.มหาสารคาม นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งทางสำนักงานเกษตรกรจังหวัดได้เข้าไปช่วยในการฝึกอบรมวิธีการเลี้ยงอย่างถููกวิธี การแปรรูปเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการหาตลาดรองรับ  

            “ชาวบ้านที่นี่เข้าเลี้ยงกันมานานแล้ว ตอนนี้มีกว่า 280 ครอบครัวยึดอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดและแมงสะดิ้ง จนมีผลผลิตออกสู่ตลาดวันละประมาณ 2,000-3,000 กิโลกรัม ทำรายได้เข้าหมู่บ้านได้ปีละประมาณ 60-70 ล้านบาท แต่ละปีจะสามารถเลี้ยงได้ 4-5 รุ่น แต่ละรุ่นก็สร้างรายได้ถึง 16 ล้านบาท” 

           ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดในระบบแปลงใหญ่  เอนก  รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยว่า มีการเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากที่บ้านห้องฮี ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด โดยชาวบ้านได้ยึดอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากเป็นแมลงที่มีความต้องการของตลาดสูงมาก ขณะนี้ผลผลิตเกือบทั้งหมดจะมีพ่อค้ามารับซื้อเพื่อส่งออกไปยังสปป.ลาว ซึ่งมีทั้งจิ้งหรีดสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป

          “ที่จริงการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เพราะอาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่คือทำนา แต่อาชีพเสริมกลับทำรายได้ดีกว่า ตอนนี้มีชาวบ้านเริ่มหันมาสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงการแปลงใหญ่จิ้งหรีดที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ส่วนการขยายผลไปพื้นที่ใหม่ก็คงไม่มี จะมีก็แต่ขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่มขึ้นของชาวบ้านแต่ละรายมากกว่า อย่างเช่นบางคนมี 10 บ่อก็ขยายเป็น 20-30 บ่อ” เกษตรจ.กาฬสินธุ์ กล่าวย้ำ

ขั้นตอนการเลี้ยงจิ้งหรีดเงินล้าน

          จิ้งหรีด เป็นแมลงที่พบทั่วไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะจิ้งหรีดแดงทองลาย (สะดิ้ง) มีขนาดประมาณ 4.85x1 ซม. มีสีน้ำตาลปนเหลือง ชอบกระโดด กินพืชเป็นอาหาร ปัจจุบันคนนิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคเป็นอาหาร โดยการทอดคั่ว แกง ห่อหมก และยำ จิ้งหรีดมีสารอาหารโปรตีนสูง ปลอดสารพิษ สามารถช่วยแก้ปัญหาขาดสารอาหารได้ เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว ให้ผลผลิตสูง เหมาะที่เกษตรกรจะนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ไว้บริโภคและจำหน่ายเพิ่มรายได้ เนื่องจากเลี้ยงไม่ยาก สามารถใช้เวลาว่างจากการเพาะปลูกมาดูแลจิ้งหรีดได้ ภายในเวลา 1 ปี จะสามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้ถึง 5 รุ่น

            ปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้ในการเลี้ยงจิ้งหรีดประกอบด้วย ขันไข่ บ่อละ 5 ขัน ท่อปูนพร้อมฝาปิดท่อ ขนาดกว้าง 80 ซม. สูง 50 ซม. จำนวน 1 ท่อ หรือกะละมังพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้าง 72 ซม. สูง 30 ซม. หรือจะเป็นภาชนะที่ใส่ได้ทุกขนาด ตาข่ายไนลอนเขียว 100x100 ซม. จำนวน 1 ผืน แผ่นพลาสติก ขนาด 25x270 ซม. จำนวน 1 ผืน ยางรัดปากบ่อหนา 1 ซม. จำนวน 1 เส้น ถาดอาหาร-น้ำ ขนาด 5x10 ซม. ลึก 1.5 ซม. 2 ถาด กระบอกไม้ไผ่ ยาว 20 ซม. ผ่าครึ่งจำนวน 10 อัน หรือกระดาษรังไข่ 3 อัน ถาดหรือถุงพลาสติกใส่ดินร่วนปนทราย หนา 2 ซม. เศษหญ้าแห้งวางหนา 2 ซม.และเทปกาว

           ขั้นตอนการสร้างเรือนโรง หรือหลังคาป้องกันแดดและฝนโดยให้แดดส่องเช้าเย็น ปรับพื้นที่กำจัดมดและศัตรูจิ้งหรีด วางบ่อบนฝา ใช้ปูนผสมทรายฉาบปริ่มขอบภายในและภายนอก ป้องกันมดเข้าทำลายลูกจิ้งหรีด ติดแผ่นพลาสติกด้านบนขอบบ่อหรือกะละมังด้วยเทปกาว 

             พันธุ์จิ้งหรีด หาพันธุ์ได้จากธรรมชาติ หรือซื้อได้โดยการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีตัวโตแข็งแรง อวัยวะครบทุกส่วน ปัจจุบันได้พัฒนาการเลี้ยงในลักษณะขันไข่ โดยสามารถจัดซื้อจากฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อนำไปเลี้ยง ทำให้สามารถเก็บผลผลิตเป็นรุ่นๆ ได้

           การให้อาหารและน้ำ พืชอาหาร ได้แก่ ต้นอ่อนและยอดอ่อนของพืชหรือหญ้าสดทุกชนิด หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา ใช้เลี้ยงจิ้งหรีดเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตสูง โดย 2 วัน ให้หญ้า 1 ครั้ง ครั้งละ 1 กำมือโดยหญ้าเก่าไม่ต้องนำออก จะเป็นที่อาศัยของจิ้งหรีดต่อไป ส่วนอาหารเสริม รำอ่อน หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงไก่จิ้งหรีด 1 บ่อ ใช้อาหาร 3กก./รุ่น ราคาประมาณ 15 บาท/กก. อาหารเสริมควรให้ในปริมาณที่กินหมดภายใน 2 วัน

            การให้น้ำ ขวดน้ำพลาสติกเจาะรูข้างขวด 2 รู ใช้ผ้าทำความสะอาดม้วนใส่รูเพื่อให้น้ำซึมสำหรับจิ้งหรีดวัยตัวอ่อน ภาชนะสำหรับวางไข่จิ้งหรีด ใช้ดินร่วนปนทรายและแกลบเผาใส่ขันสำหรับอาบน้ำ ใช้ฟ็อกกี้ฉีดน้ำทุก 3 วัน พอชื้นไม่แฉะ ก่อนฉีดน้ำนำถาดอาหารออกก่อน ถ้าเปียกจะเกิดเชื้อรา ใช้เฉพาะในช่วงที่มีตัวเต็มวัยที่จะวางไข่ 

           ทุนการผลิตและผลตอบแทน สามารถเลี้ยงได้ปีละ 5 รุ่นต่อบ่อ มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงรวม 850 บาทต่อบ่อต่อปี ส่วนผลตอบแทน จิ้งหรีดที่เลี้ยงมีผลผลิตได้ 5 กก.ต่อบ่อต่อรุ่น ปัจจุบันราคากิโลกรัมละประมาณ 100 บาท(ราคาส่ง) มีรายได้ 2,500 บาท หรือกำไรเฉลี่ย 1,700 บาทต่อบ่อต่อปี

ที่มา:กรมส่งเสริมการเกษตร