หนู..บินสูง โกยแต้มอันดับ 2 ดับฝัน "พรรคเกิดใหม่"
ก็ออกตัวมานานแล้วว่าขอเหอะ!! งั้นเรามาสำรวจดูความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ของเสี่ยหนูเขาหน่อย ค่าที่เคยรั้งอันดับ 3 จากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554!
เป็นความคึกคึกของการเมืองไทยอีกครา เมื่อ กกต.เชิญผู้แทนพรรคการเมือง(เก่า) มารับฟังแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ
ศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวในนามพรรคว่า มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง
"พรรคภูมิใจไทย จะเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ และไม่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย"
คำให้สัมภาษณ์ข้างต้น กลายเป็นพาดหัวข่าวในสื่อออนไลน์ทันที แต่ศุภชัยขยายความต่อว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องทำภายหลังเลือกตั้งเสร็จ เพราะไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็แยกย้ายกลับไปเซฟเฮ้าส์หารือว่าจะจับคู่กันยังไง
ศุภชัยรู้ดีว่า ความเป็นจริงทางการเมือง “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีโอกาสเป็นนายกฯ มากน้อยแค่ไหน
มาสำรวจดูความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย พรรคอันดับ 3 จากการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 คะแนนรวมจากบัญชีรายชื่อ 1,281,577 คะแนน ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ส.ส.เขต 29 คน รวม 34 คน
จากตัวเลขดังกล่าว แกนนำพรรคภูมิใจไทยรู้สึกผิดหวัง และผิดคาดในหลายสนามเลือกตั้ง ส.ส.เขต ซึ่งในภาคอีสาน ผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย จะมาอันดับ 2
ยกตัวอย่างเขต 1 นครพนม “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ ได้ 32,308 คะแนน ผู้ชนะจากเพื่อไทย ได้ 38,868 คะแนน แพ้กันอยู่ 5 พันกว่าคะแนน
สนามเลือกตั้งสุรินทร์ ภูมิใจไทยหวังกวาดยกจังหวัด แต่ได้มา 1 ที่นั่ง เหลืออีก 7 ที่นั่งเป็นของเพื่อไทย แต่ผู้สมัครค่ายสีน้ำเงินได้คะแนนอันดับ 2 ทุกเขต อย่างเขต 1 สุรินทร์ กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ได้ 34,499 คะแนน ผู้ชนะจากเพื่อไทยได้ 39,101 คะแนน
ดังนั้น นักรัฐศาสตร์ชั้นเซียนจึงมองว่า “ยุทธศาสตร์อันดับ 2” ของพรรคการเมืองหน้าใหม่เกิดยาก เพราะผู้สมัคร ส.ส.ไม่โดดเด่น แต่ภูมิใจไทย จะได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง “บัตรเดียว” พร้อมโกยแต้มอันดับ 2 พรรคนี้อาจมี ส.ส.มากถึง 80 คน
ผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย เป็นอดีต ส.ส. เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีบารมี มีฐานเสียงชัดเจน
ในฤดูกาล 2554 ภูมิใจไทยไม่ได้โชว์หัวหน้าพรรคเป็นจุดขาย แต่เลือกตั้งครั้งใหม่นี้ กลยุทธ์การตลาดการเมืองเริ่มเห็นชัดขึ้น สังเกตได้จากการที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ออกเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อ และไปร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ่อยๆ
"หลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองทะเลาะกันเอง เปิดช่องให้สิ่งแปลกปลอมทางการเมืองหลุดเข้ามามากมาย จากนี้ขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจ พาบ้านเมืองกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ด้วยการเคารพกติกา"
เสี่ยหนู-อนุทิน พยายามพูดในหลักการประชาธิปไตย และไม่ใช้โวหารชวนทะเลาะกับคนอื่น ดูเหมือนว่า เขาจะมี "เอกชัย ไชยนุวัติ" นักวิชาการด้านกฏหมาย เป็นเพื่อนคู่คิด
ที่แปลกหูแปลกตาไปคือ รายการ "Ringsideการเมือง" ที่เผยแพร่ทางยูทูบ และเฟซบุ๊ค ดำเนินรายการโดย “ตาแป๋ว” ตรีณปางค์ มณีชาตรี พิธีกรทีวีขวัญใจคนเสื้อแดงนั้น คล้ายกับว่า “เสี่ยหนู” เป็นแขกประจำรายการดังกล่าวไปเสียแล้ว
หากจะกล่าวว่า Ringsideการเมือง เป็นช่องทางการสื่อสารของเสี่ยหนู ก็ดูจะฟันธงเร็วไปหน่อย แต่เมื่อ 1 มี.ค. อนุทินได้ออกรายการนี้ แจงสี่เบี้ยว่า ภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคทหาร และชูบุรีรัมย์โมเดล ยกระดับประชาชน ฟังยังไงก็หาเสียงชัดๆ
อย่างไรก็ตาม 6 เม.ย. ครบรอบวันเกิดพรรค เข้าสู่ปีที่ 10 คงมีแกนนำพรรค และอดีต ส.ส.มาร่วมงานกันล้นพรรคแน่
คาดว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งหนหน้า ยุทธศาสตร์อันดับ 2 อาจทำให้ภูมิใจไทย มีราคาค่างวดกว่าการเลือกตั้ง 2554



