
นายกฯสั่งสอบ"ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน"ศอ.บต.เทงบ2ปีร่วมร้อยล้าน!
นายกฯสั่งสอบ "ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน"ศอ.บต.เทงบ 2 ปีร่วมร้อยล้าน! : บายไลน์... ทีมข่าวล่าความจริง เนชั่นทีวีช่อง 22
จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงที่ผ่านมา มีโครงการพัฒนาแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ใช้งบประมาณมหาศาลปรากฏสู่สาธารณะเป็นระยะ
เมื่อเร็วๆ นี้ชาวเน็ตในพื้นที่ได้พากันวิจารณ์โครงการติดตั้ง “ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์” กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หลังจากมีข่าวว่าตู้กรองน้ำที่ว่านี้ ราคาสูงถึงตู้ละกว่า 5 แสนบาท เรียกว่า “ตู้กรองน้ำครึ่งล้าน” ก็คงไม่ผิดนัก
เสียงวิจารณ์ของชาวเน็ตในพื้นที่ชายแดนใต้ ส่วนใหญ่มองว่าเป็นราคาที่แพงเกินไป น่าจะนำงบก้อนนี้ไปช่วยเหลือคนจนที่บ้านพังหรือไม่มีบ้านอยู่อาศัยมากกว่า ขณะที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อ โดยนำไปเปรียบเทียบกับโครงการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “เสาไฟโซลาร์เซลล์” ที่ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ถูกชาวบ้านร้องเรียนอย่างหนักว่าใช้งานไม่ได้ ไฟไม่ติด หรือไม่ก็ติดๆ ดับๆ จนถูกรัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสั่งการให้แก้ไขโดยด่วนมาแล้ว
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของทีมข่าวฯ พบว่า โครงการนี้มีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต. เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว 2 สัญญา เป็นงบประมาณปี 60 ทั้ง 2 สัญญา งวดแรกตั้งงบเอาไว้ 11,500,000 บาท ติดตั้ง 19 จุด ราคากลางอยู่ที่จุดละ 610,000 บาท โดยเลือกพื้นที่เป้าหมายทางความมั่นคงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และพื้นที่เป้าหมายด้านการพัฒนาตามภารกิจของ ศอ.บต. ส่วนงวดที่ 2 ตั้งงบเอาไว้ 45 ล้านบาท เป้าหมายติดตั้งอีก 82 จุด ราคากลางจุดละ 549,000 บาท
จากโครงการที่ตั้งเอาไว้ และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว พบว่าเฉพาะปีงบประมาณ 2560 ศอ.บต.มีแผนติดตั้ง “ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์” 101 จุด เตรียมงบไว้รวมๆ 56,500,000 บาท แต่เมื่อดำเนินโครงการจริง องค์กรตรวจสอบในพื้นที่พบว่า ศอ.บต.ติดตั้ง “ตู้กรองน้ำ” ไปแล้ว 91 จุด ราคาจุดละ 549,000 บาท ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นราว 51 ล้านบาท ทั้งยังตั้งงบประมาณของปี 2561 ไว้อีกราวๆ 45 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเพิ่มอีก 75 จุด รวม 2 งบประมาณใช้งบเกือบร้อยล้าน !
ข้อสังเกตขององค์กรตรวจสอบในพื้นที่ก็คือ เหตุใด ศอ.บต.จึงต้องแตกสัญญาจัดซื้อออกเป็น 2 สัญญา หรือต้องการเลี่่ยงมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นช่องทางในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ (ไม่ต้องมีการประกวดราคา) และที่สำคัญคือ งบประมาณถึง 51 ล้านบาทนี้นำมาจากที่ไหน
นอกจากนั้นยังมีการตั้งคำถามว่า พื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการงวดแรก ไม่มีพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เลย แต่ไปติดตั้งที่ จ.สตูล กับ จ.สงขลา ทั้งหมด เพราะแม้พื้นที่ สตูล และสงขลา จะเป็น 2 ใน 5 จังหวัดที่ ศอ.บต.รับผิดชอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่พื้นที่ความมั่นคงตามเป้าหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
จากการตรวจสอบ “จุดติดตั้ง” ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พบว่าส่วนใหญ่ติดตั้งเอาไว้ตามมัสยิดกับวัด มีบางจุดติดตั้งในโรงเรียน สำนักงาน อบต. แต่บางจุดก็ไปติดตั้งไว้ในสถานีตำรวจ และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน จึงมีคำถามว่าชาวบ้านในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะแม้มัสยิดจะเป็นแหล่งรวมของพี่น้องมุสลิมที่ต้องไปละหมาดวันละ 5 เวลา แต่ก็คงเป็นเรื่องผิดปกติ หากไปละหมาดแล้วจะขนถังน้ำไปรองน้ำมาใช้ที่บ้านด้วย
ส่วนวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมากไม่ใช่แหล่งรวมผู้คน หากไม่ใช่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเมื่อองค์กรตรวจสอบในพื้นที่ ขับรถไปดูตามจุดที่มีการติดตั้งตู้กรองน้ำฯ พบว่าบางจุดตั้งอยู่ห่างไกลชุมชนมาก และไปหลบมุมอยู่ลึกๆ โดยหลายๆ จุดที่ไปสังเกตการณ์ ไม่เห็นมีชาวบ้านไปต่อคิวรับน้ำหรือกดน้ำจากตู้กรองน้ำฯ ที่ว่านี้เลย
นอกจากนั้น หลายพื้นที่เริ่มมีการร้องเรียนเข้ามาว่า ชิ้นส่วนของตู้กรองน้ำเริ่มเป็นสนิม เช่น ที่บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ชาวบ้านร้องเรียนว่าตู้กรองน้ำฯ เสีย น้ำไม่ไหล บางแห่งก็มีช่างเข้าไปซ่อมแซม แต่เมื่อพิจารณาจากสัญญาติดตั้ง พบว่าตู้กรองน้ำฯ ที่ติดตั้งชุดแรกๆ จะหมดระยะเวลาประกันภายในเดือนหน้านี้ คำถามก็คือ เมื่อหมดประกันแล้วเกิดชำรุด ขัดข้องขึ้นมา จะมีช่างไปซ่อมให้หรือเปล่า
สรุปประเด็นที่ “องค์กรตรวจสอบการใช้งบประมาณในพื้นที่” ตั้งคำถามนอกเหนือจากราคาต่อเครื่องค่อนข้างแพง และแยกการจัดซื้อออกเป็น 2 สัญญา โดยใช้ “วิธีพิเศษ” ไม่มีการประกวดราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ แล้ว ยังมีคำถามคาใจอื่นๆ อีกหลายข้อ เช่น 1.ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกพื้นที่ และบริเวณที่ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ ทราบได้อย่างไรว่าเป็นที่ต้องการของชาวบ้าน 2.มีการอบรมผู้นำท้องถิ่นหรือผู้นำชุมชนเพื่อดูแลตู้กรองน้ำฯ ให้ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาหรือไม่ และ 3.ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ไฟ 2 ระบบ คือ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หากมีแสงแดดมากพอให้เก็บไฟไว้ แต่ถ้าแสงแดดไม่พอ ก็สามารถใช้ไฟฟ้าปกติได้ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย
หลังจากมีคำถามและข้อสังเกตออกมาจากภาคประชาชน และองค์กรตรวจสอบในพื้นที่ ทำให้ นายพิทยา รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต. ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ออกมาชี้แจงข้อสงสัยเรียงประเด็น
เริ่มจาก 1.เรื่องราคาของตู้กรองน้ำฯ ที่มองว่าสูงเกินไปหรือไม่ นายพิทยา อธิบายว่า ตู้กรองน้ำตัวนี้เป็นตู้กรองน้ำขนาดใหญ่ วันหนึ่งสามารถผลิตน้ำสะอาดได้ถึง 4,000 ลิตร ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งยังได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
2.หลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ และการอบรมผู้นำท้องถิ่นให้เข้าใจระบบการทำงานของเครื่อง รวมถึงการดูแลรักษา มีบ้างหรือไม่ นายพิทยา ชี้แจงว่า ทาง ศอ.บต.เลือกพื้นที่ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ จากสถิติประชาชนที่ร้องขอเข้ามาจำนวนมาก และเมื่อนำตู้กรองน้ำฯ ไปติดตั้งแล้ว ก็ได้จัดอบรมผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้สามารถดูแลรักษาตู้กรองน้ำฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ความเป็นห่วงเรื่องการดูแลรักษาตู้กรองน้ำฯ ค่าใช้จ่ายหลังหมดระยะเวลาประกัน และค่าน้ำ ค่าไฟ นายพิทยา บอกว่า ขณะนี้มีบางพื้นที่ใช้วิธีรับบริจาคเงินจากผู้ที่มาใช้บริการ (มากดน้ำฟรี) เพื่อลงขันเตรียมไว้เป็นค่าซ่อมบำรุงเมื่อตู้กรองน้ำฯ เสีย และในอนาคตก็จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล เข้ามาดูแลและรับผิดชอบร่วมด้วย
4.การแบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา นายพิทยา อธิบายว่า เป็นเพราะจุดที่ติดตั้งส่วนหนึ่งอยู่นอกพื้นที่ความมั่นคงของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. คืออยู่นอกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.สตูล และ สงขลา) แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็น “พื้นที่พัฒนา” ของ ศอ.บต.
“โครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นการพัฒนาเสริมความมั่นคง ทำขึ้นมา 2 โครงการควบคู่กัน ไม่ใช่โครงการเดียว โดยโครงการที่ 1 เป็นโครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ด้านความมั่นคง ในพื้นที่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา โครงการที่ 2 เป็นโครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ด้านการพัฒนา ภายใต้การกำกับดูแลของ ศอ.บต. ในพื้นที่ จ.สตูล และอีก 12 อำเภอของ จ.สงขลา” นายพิทยา ระบุ
ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต. ยืนยันทิ้งท้ายด้วยว่า ตามข่าวที่อ้างว่ามีตู้กรองน้ำฯ บางจุดชำรุด ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมีเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอไปตรวจสอบตลอด ย้ำว่าโครงการนี้คุ้มค่าที่สุด และประชาชนพึงพอใจมาก
สำหรับบริษัทผู้ติดตั้งและจำหน่ายตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ ศอ.บต. คือ บริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่ถนนนวลจันทร์ กรุงเทพมหานคร
นายภูมิพัฒน์ บุญช่วย กรรมการบริษัท กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาระบบเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จนได้รับรางวัล “สุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์” ประจำปี 2559 สามารถผลิตน้ำสะอาดคุณภาพมาตรฐานองค์การอนามัยโลกได้วันละ 4,000 ลิตร โดยตู้กรองน้ำฯ ทุกตู้ติดตั้งระบบควบคุมและรายงานผลระยะไกล สามารถตรวจสอบคุณภาพเครื่องและการทำงานของเครื่องได้ผ่านทางออนไลน์ ทั้งยังมีช่างประจำอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้นับสิบคน
กรณีที่หมดระยะเวลาประกันของตู้กรองน้ำฯ ทางบริษัทยังสามารถช่วยเหลือเรื่องการซ่อมบำรุงผ่านระบบควบคุมและรายงานผลระยะไกลได้ (ระบบออนไลน์) โดยมีทีมงานเข้าไปดูคุณภาพน้ำ และการทำงานต่างๆ ของเครื่อง เมื่อพบความผิดปกติก็จะใช้วิธีติดต่อกับผู้ดูแลหน้างาน และช่างของ ศอ.บต.ที่ทางบริษัทอบรมเอาไว้ เพื่อให้ทราบถึงสถานะของเครื่องและการดำเนินการที่ต้องการ
“ส่วนนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าไปควบคุมดูแล เนื่องจากบริษัทจะต้องควบคุมดูแลตู้กรองน้ำฯ ไม่แต่เฉพาะในโครงการนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงการอื่นๆ ในอนาคตด้วย” นายภูมิพัฒน์ ระบุ
สำหรับระยะเวลาประกันของตู้กรองน้ำฯ ทางบริษัทรับประกันตัวตู้และส่วนประกอบเป็นเวลา 1 ปี แต่ นายภูมิพัฒน์ ยืนยันว่า ช่างของบริษัทจะดูแลต่อเพิ่มให้อีก 1 ปี ขณะที่อายุการใช้งานของตู้กรองน้ำฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี
โครงการนี้ถูกตั้งข้อสังเกตในช่วงรัฐบาล คสช.สั่งเพิ่มมาตรการปราบทุจริตพอดี ล่าสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช. บอกว่า หากมีประเด็นการร้องเรียน จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นกรอบงานที่เกี่ยวข้องกับ ศอ.บต.หรือไม่ อย่างไร แต่ในกรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้ส่งทีมงานลงไปตรวจสอบในเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องทุจริตทุกๆ เรื่อง
“ทาง กอ.รมน.ได้ส่งสำนักงานจเร กอ.รมน. ร่วมสำนักงาน ป.ป.ท. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) จัดทีมลงไป เพื่อทำรายละเอียดในเรื่องนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ซึ่งอาจรวมเรื่องตู้กรองน้ำนี้ด้วย เพราะเวลานี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมากเรื่องของการทุจริต หากมีการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ต้องลงไปตรวจสอบทันที”
ผบ.ทบ.บอกอีกว่า การจัดซื้อตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ของ ศอ.บต. ถือเป็นข้อมูลที่ร้องเรียนมา ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ โดยเมื่อวันอังคารที่ 27 มีนาคม ที่ประชุม คสช.ก็เน้นย้ำเรื่องนี้อย่างชัดเจน และให้มีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้นในทุกหน่วยงานที่มีเรื่องร้องเรียน
มีรายงานด้วยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ประสานไปยัง ศอ.บต. ว่าจะส่งทีมเข้าไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้างในวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม ด้วย
หลังโดนกระแสรุมเร้าทุกทิศทุกทาง ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ (28 มี.ค.) นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. ต้องเปิดแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการติดตั้ง “ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์” แล้ว ยืนยันว่าประชาชนให้การตอบรับสูงมาก และพร้อมให้ทุกหน่วยงานเข้าตรวจสอบความโปร่งใส
ก็ต้องรอดูว่าโครงการนี้จะได้ไปต่อ หรือโบกมือลา...



