คอลัมนิสต์

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

29 มี.ค. 2561

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน! : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน

 

          “ผ่านมาเกือบ 8 เดือน แต่ทุกคนในครอบครัวยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ต้องสูญเสียคนที่รักในครอบครัวพร้อมกันถึง 8 คน สุขภาพจิตเสีย นอนไม่หลับ ยากที่จะทำใจให้ลืมได้ แต่เมื่อศาลพิพากษาประหารชีวิตคนร้ายแล้วก็รู้สึกพอใจ และเหมาะสมกับการกระทำแล้ว”


          คำพิพากษาประหารชีวิต “บังฟัต” โดยศาลจังหวัดกระบี่ เมื่อเช้าวันที่ 28 มีนาคม แม้ไม่ใช่พรวิเศษที่จะเสกชีวิตคนตายกลับคืนมาได้ 

          แต่สำหรับครอบครัว “สังหลัง” และ “บุตรเติบ”  คำตัดสินเพียงแค่นี้คงช่วยเยียวยาจิตใจที่อยู่ในสภาพย่ำแย่มา

          ตลอด 8 เดือนได้บ้าง หลังจากพวกเขาต้องสูญเสีย “ผู้ใหญ่บัติ” วรยุทธ สังหลัง ผู้เป็นเสาหลักไปพร้อมกับภรรยาและญาติพี่น้องในเหตุการณ์ ฆ่าล้างโคตร 8 ศพ ที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

 

          เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนั้นสร้างความสะเทือนใจยิ่งนัก ยิ่งเมื่อรู้ว่าเหยื่ออำมหิตมีทั้งเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วย ความเศร้าและความหดหู่ยิ่งทวีคูณ สังคมร่วมกันประณามสาปแช่งฆาตกรโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พวกเขาต้องการให้ตำรวจล่าตัวมาให้ได้

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10กรกฎาคม 2560 ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนความตายมาเยือน ครอบครัวของผู้ใหญ่บัติ รวมถึงตัวเขา ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนเลยว่าสัญญาณชีวิตของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงในวันนี้

          ก่อนเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บัติพาภรรยาและลูกสาววัย 3 เดือน ออกไปทำธุระข้างนอก มีเพียงเด็ก 3 คนอยู่เฝ้าบ้าน ตอนนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างยังปกติดีอยู่ กระทั่งสี่โมงเย็น รังสีอำมหิตก็เริ่มเข้าปกคลุม เมื่อ บังฟัต หรือ ซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล พาสมุนอีก 7 คน ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และโตโยต้ายาริส มาที่บ้าน เมื่อไม่เจอผู้ใหญ่บัติจึงจับเด็กทั้งสามขังไว้ในห้อง ก่อนที่นางอัญชลี บุตรเติบ และลูกสาว เครือญาติฝ่ายภรรยาจะเข้ามาและถูกจับแยกห้องขังไว้อีก 2 คน 

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

 

          ในห้วงเวลาที่รอผู้ใหญ่บัติกลับมา บังฟัตและสมุน ซึ่งแต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร สวมหมวกคลุมหน้าทุกคน พยายามรื้อค้นทรัพย์สินพร้อมถอดอุปกรณ์กล้องวงจรปิดและคอมพิวเตอร์ภายในบ้านออกเพื่อทำลายหลักฐาน

          สถานการณ์ภายในบ้านเป็นไปด้วยความตึงเครียด แต่เหยื่อทุกคนยังปลอดภัยดี ขณะที่บังฟัตและพวกควบคุมทุกอย่างไว้ได้อย่างไม่ผิดสังเกต แม้กระทั่งผู้ใหญ่บัติเองก็ไม่ได้เอะใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนเวลาสองทุ่มครึ่งจึงเปิดประตูเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ทันระวังตัวจนถูกบังฟัตใช้ปืนจี้ เอาถุงผ้าคลุมหัวและจับตัวไปขังไว้ในห้อง ส่วนภรรยาและลูกถูกแยกขังต่างหาก

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

 

          ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ใหญ่บัติถูกบังฟัตซ้อมเพื่อรีดเอาเงิน 4 แสนบาท แต่เหยื่ออ้างว่าไม่มี ทำให้บังฟัตโมโหจนหลุดพูดภาษาใต้ออกมา ผู้ใหญ่บัติจึงรู้ทันทีว่าชายคนนี้คือบังฟัต แต่ในระหว่างนั้น สุทธิพงษ์ พริกดำ สามีของ อัญชลี เหยื่อที่ถูกขังไว้เมื่อตอนเย็น ได้เดินเข้ามาที่บ้านเพื่อตามภรรยาและลูกกลับบ้าน จึงถูกสมุนบังฟัตจับตัวไว้อีกคน

          เวลาผ่านไปจนเลยเที่ยงคืน บังฟัตยังไม่ละความพยายามที่จะรีดเงิน 4 แสนให้ได้ และลงมือซ้อมผู้ใหญ่บัติอีก จนเจ้าตัวโกรธจัดถึงกับสถบออกมาว่า “ถ้ากูรอดไปได้จะฆ่าล้างโคตรมึง” 

          คำพูดของผู้ใหญ่บัติเหมือนเป็นเหล็กแหลมทิ่มแทงถูกจุด บังฟัต ซึ่งขณะนี้เริ่มโมโหจัดประกอบกับเสียท่าเปิดเผยใบหน้าให้คนในบ้านเห็นเสียแล้ว จึงตัดสินใจลงมือฆ่าเหยื่อทุกคนในบ้าน โดยใช้ปืนของผู้ใหญ่บัติที่ค้นมาได้จากในห้องเป็นทูตมรณะ ก่อนจะนำปืนกระบอกเดียวกันยัดใส่มือผู้ใหญ่บัติ เพื่อให้ดูเสมือนว่าผู้ใหญ่เป็นคนฆ่าล้างครัว เพราะเครียดเรื่องปัญหาหนี้สิน ก่อนพาสมุนขับรถหลบหนีไปโดยไม่รู้ว่ามีเหยื่อรอดตายอยู่ 3 คนคือ อัญชลีกับลูกสาว และเด็กวัย 3 เดือนของผู้ใหญ่บัติอีก 1 คนที่ผู้เป็นแม่ใช้ผ้าห่มปิดคลุมและใช้ร่างบังไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจท้องที่พร้อมด้วยตำรวจจากส่วนกลางอีกหลายหน่วยงานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเร่งคลี่คลายคดี ขณะที่อีก 2 วันต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

 

          ช่วงแรกของการทำคดีตำรวจตั้งปมการสังหารหมู่ไว้ค่อนข้างกว้างและครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ฆ่าชิงทรัพย์ ความขัดแย้งทางธุรกิจ ไม่เว้นกระทั่งชู้สาวและยาเสพติด แต่ต่อมาได้ตัดข้อสงสัยทิ้งไปทีละปมจนเหลือปมเรื่องความขัดแย้งธุรกิจโรงโม่หิน ซึ่งชุดสืบสวนได้ข้อมูลมาว่า ผู้ใหญ่บัติซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเขางาม ไปรับเงินจากกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งเพื่อนำมาเคลียร์กับชาวบ้านที่ต่อต้านโรงโม่ แต่เมื่อทำไม่สำเร็จจึงถูกทวงเงินคืน แต่ผู้ใหญ่ไม่มีให้จึงเกิดความขัดแย้งกันขึ้นจนถึงขั้นฆ่าล้างหนี้

          กระนั้นหลังจากชุดสืบสวนนำตัวเจ้าของโรงโม่หินมาสอบสวนหลายรอบกลับไม่พบหลักฐานในประเด็นดังกล่าว แนวคดีจึงต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จนพบว่าชนวนสังหารที่แท้จริงมาจากปมขัดแย้งเรื่องที่ดิน ที่พ่อตาผู้ใหญ่บัตินำโฉนดไปจำนองไว้ที่บังฟัต แต่เมื่อผ่อนชำระหมดและไปขอโฉนดคืน แต่บังฟัตกลับนำที่ดินไปจำนองไว้ที่ธนาคาร ไม่สามารถนำโฉนดกลับมาคืนให้ได้ เมื่อถูกทวงถามหลายครั้งจึงเกิดความขัดแย้งกันถึงขั้นขู่เอาชีวิตกัน บังฟัตจึงชิงเป็นผู้ลงมือก่อน 

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

 

          ต่อมาตำรวจสามารถตามจับกุมทีมฆ่าทั้ง 8 คนได้ทั้งหมดในเวลาเพียง 5 วัน ก่อนสรุปสำนวนคดีส่งฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตบังฟัตและพวกรวม 6 คน ประกอบด้วย 1.นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล อายุ 41 ปี 2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี 4.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 5.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 6.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี ส่วนจำเลยที่ 7.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และน.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ตัดสินจำคุก 12 เดือน

          อัญชลีหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว บอกว่า พอใจในคำตัดสินประหารชีวิตบังฟัตและพวกอีก 5  คน ส่วนอีก 2 คนแม้จะถูกจำคุกแค่คนละปีกว่า แต่ก็น้อมรับในคำตัดสินของศาล

 

ประหาร"บังฟัต"ฆ่าล้างโคตร8ศพใช้หนี้ชีวิต?...ชีวิตไม่ได้คืน!

          ส่วน จรีย์ บุตรเติบ พ่อตาผู้ใหญ่บัติ บอกว่า  แม้ผ่านมาเกือบ 8  เดือนแต่ทุกคนในครอบครัวยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ต้องสูญเสียคนที่รักในครอบครัวพร้อมกันถึง 8 คน สุขภาพจิตเสีย นอนไม่หลับ ยากที่จะทำใจให้ลืมได้ แต่เมื่อศาลพิพากษาประหารชีวิตคนร้ายแล้วก็รู้สึกพอใจและเหมาะสมแก่การกระทำแล้ว ส่วนจะมีการอุทธรณ์หรือฟ้องแพ่งเพิ่มเติมใดๆ นั้น ขอปรึกษาญาติก่อน