
อย่าเพิ่งบ้า
อย่าเพิ่งบ้า : คอลัมน์... คิดเขีบนวนๆไป โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกระทรวงใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม หน่วยงานระดับกรม อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมเกษตรกร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น ข้าราชการกระทรวงนี้เข้าออกหมู่บ้านพบปะประชาชนมากกว่าข้าราชการกระทรวงอื่นๆ
ชาวบ้านส่วนมากไม่ค่อยมีปากเสียงเพราะเห็นว่าข้าราชการเป็นตัวแทนของรัฐ ทั้งยังยกย่องเป็นผู้มีความรู้และเป็นผู้นำพาความช่วยเหลือมาสู่พื้นที่ ความรู้เกี่ยวกับข้าวจากเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ปุ๋ยและยาสารพัดชนิดจากกรมวิชาการ ความรู้จากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมปศุสัตว์
ความพยายามที่จะให้เป็ดไก่พันธุ์พื้นเมืองเข้ามาแทนที่ไก่เป็ดพันธุ์พื้นบ้านมาจากกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมปศุสัตว์ เราจะเห็นว่าอธิบดีกรมหลายๆ กรมพอเกษียณอายุมักเข้าไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทการเกษตรยักษ์ใหญ่
ความพยายามไม่ให้เกษตรกรเก็บเชื้อพันธุ์ข้าวหรือพืชบางชนิดที่เป็นความมั่งคั่งแต่ดั้งเดิม แม้ไม่มีเงินชาวบ้านก็มีข้าวกิน รัฐบาลมีนโยบายจ้างชาวนาเลิกปลูกข้าว ถ้ามองสั้นๆ เราคิดว่าจะนำข้าวที่บริษัทคนไทยไปปลูกในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขาย จากประเทศส่งข้าวไทยจะกลายเป็นประเทศนำเข้าข้าว คราวนี้ถ้าไม่มีเงินก็อดข้าว
แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ถ้าชาวนาไม่ได้ทำนาต่อเนื่องภายในสามหรือสี่ฤดูกาลพวกเขาก็ไม่สามารถเก็บรักษาเชื้อพันธุ์เอาไว้ได้อีกต่อไป ประเทศไทยในน้ำมีปลาในนามีข้าวก็กลายเป็นอดีตอันรุ่งเรือง ชาวนาต้องซื้อพันธุ์ข้าวต้นทุนสูงของบริษัทผูกขาด ปัญหาเฉพาะหน้าและอนาคตของกระทรวงยักษ์ใหญ่มีมากมายขึ้นอยู่กับข้าราชการกรมต่างๆ จะรับใช้ประเทศหรือบริษัทสองสามบริษัท
ข่าว นสพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ขอย้ายตัวเองออกจากตำแหน่ง สืบเนื่องจากเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแพร่ระบาด และความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งบริษัทของภรรยารองอธิบดีกรมปศุสัตว์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายวัคซีนปลอมหรือหมดอายุที่เพิ่งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ประชาชนสามารถตั้งคำถามง่ายๆ ภรรยารองอธิบดีกรมปศุสัตว์เอาความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์อะไรมาจดทะเบียนตั้งบริษัทค้าขายวัคซีน หรือมองเห็นช่องทางการค้าแล้วไม่มีวันขาดทุนเหมือนบริษัทก่อสร้างของนักการเมืองระดับรัฐมนตรี
เกริ่นมาแต่ต้นว่างบประมาณของกรมต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ลงไปยังชาวบ้านนั้น พวกเขาจะยากแค้นเพียงไรก็ไม่กล้าปริปาก กรณีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดนับเป็นผลกรรมที่ทำกับหมาแมว โบราณถือนักถือหนาเรื่องหมาแมวเพราะสัตว์พวกนี้เอาคืนเร็วจริงๆ นสพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้เพิ่งขานรับแนวนโยบายเก็บภาษีผู้เลี้ยงหมาแมวและเซตซีโร่หมาแมวถึงขนาดร้อนเร่าวิ่งโร่ลงจากเก้าอี้ ผมเชื่อว่าท่านฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่ของปลอม
ถึงเวลานี้ชักเป็นห่วง นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คนต้นคิดจัดเก็บภาษีผู้เลี้ยงหมาแมวเอารายได้ไปแทนงบของรัฐบาล ถ้าผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยไม่เครียด ขอให้ลืมเรื่องการจัดซื้อไมโครชิพไปติดหมาแมวกว่า 10 ล้านตัว ลืมค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนและต่อทะเบียน(อาจเป็นรายปีหรือ 4 ปีครั้ง ถ้ารัฐหิวเงินก็ตรากฎหมายออกมาตามต้องการ) ลืมเปอร์เซ็นต์เงินค่าปรับคนปล่อยแมวออกนอกบ้าน ขณะนี้ ตำรวจไทยรับมืออาชญากรรมไม่หวาดไม่ไหวยังต้องมารับแจ้งคดีหมาๆ แมวๆ ทางฝ่ายนิติบัญญัติต้องรีบตรากฎหมายระเบียบวิธีครอบครองหมาแมวและท้ายที่สุดก็ต้องหอบคดีไปพึ่งศาลยุติธรรม
ถ้าปลัดกระทรวงคนต้นคิดยังไม่เป็นอะไรโปรดดำเนินการให้กรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรคติดต่อ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมประชุมหาแนวทางสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นและพนักงานว่าด้วยโรคพิษสุนัขบ้าล้วนๆ เริ่มตั้งแต่ดูวัคซีนออกว่าแท้หรือปลอม วิธีเก็บรักษาวัคซีนให้ถูกต้องเพราะทราบมาว่า อปท.บางทีจัดเก็บไม่ถูกต้องจนเสื่อมสภาพ รวมถึงทำความเข้าใจกับประชาชนและบุคคลทั่วไปให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าที่โหดเหี้ยมไม่ปรานีเป็นแล้วตายภายใน 2-3 วัน ไม่ว่าใครก็ตาม



