คอลัมนิสต์

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"

27 มี.ค. 2561

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย" : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน

 

          ถามกันให้ควั่ก! ภาพ รถมินิบิ๊กซี สีเขียวๆ ที่แชร์ให้ดูกันครึกโครมบนโลกโซเชียลมีเดียตอนนี้ เป็นรถโชห่วยที่ห้างบิ๊กซี ส่งมาขายของตามตรอก ซอก ซอย ในหมู่บ้านจริงหรืิอเปล่า หรือว่าแชร์มั่วอีกแล้ว ?

          คำตอบคือ เข้าใจไม่ผิดดอก ความจริงมันเป็นเช่นนั้นแล

          เจอคำตอบแบบนี้จี๊ดเลย เรามาถึงขั้นนี้กันแล้วหรือ ?

          ...ไม่รู้สิ... 

          นักเศรษฐศาสตร์บ้านนอกส่ายหัว วิเคราะห์ไม่ถูกว่า เหตุใดสงครามการค้ายุค อี-คอมเมิร์ซ ครองโลก แจ๊ค หม่า บอสใหญ่แห่งค่ายอาลีบาบา ลาซาด้า และอีกเยอะแยะ กำลังฮุบตลาดสินค้าออนไลน์ทั้งโลกไว้ในมือ แต่ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในเมืองไทยอย่างบิ๊กซี กลับพลิกกลยุทธ์ ส่งรถเร่ออกตีตลาดขายของแข่งกับรถกับข้าว “พุ่มพวง” และร้านค้าโชห่วย ของชาวบ้านรากหญ้าซะงั้น ?

 

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"

 

          กฎหมายห้ามหรือเปล่า ?

          ความจริงเรื่องนี้ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ฟุ้งซ่าน ยุคการค้าเสรี ใครใหญ่ ใครอยู่ มือใครยาวสาวได้สาวเอา  

          ในเมื่อกฎหมายไม่ได้ห้าม ห้างอะไรก็มีสิทธิ์ค้าขายกับชาวบ้านได้ทั้งนั้น ร้านสะดวกซื้อเปิดขายอาหารตามสั่งแข่งกับร้านป้าวรรณที่อยู่ติดกันก็มีให้เห็น ร้านกาแฟสดชื่อดังที่ขายดิบขายดีในปั๊มทั่วประเทศ ยังส่งรถขายกาแฟเคลื่อนที่ออกไปจอดเรียกลูกค้าติดกับร้านกาแฟบ้านๆ ก็เคยเจอ พวกนี้ หากสังคมตอบรับก็ไปต่อ แต่หากติเตียนหนักผู้เป็นนายทุนย่อมต้องกลับมาทบทวน โดยคำนึงถึงธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจกันใหม่

          พูดถึงธรรมาภิบาล หลังมีภาพรถเร่ “มินิบิ๊กซี” ปรากฏอยู่ตามท้องถนน แม้ไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เจ้ารถหน้าตาขัดใจ อาแปะ อาเจ็ก อาม่า คุณลุง คุณป้า เจ้าของร้านค้าโชห่วย แบบนี้จะมีอยู่กี่คัน แต่ในโซเชียลมีเดียก็ตั้งวงถกเถียงกันถึงประเด็นนี้กันอย่างออกรสทีเดียว

 

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"



          เฟซบุ๊กของ Adisak Limparungpatanakij วิพากษ์มุมมองหนึ่งว่า ทุนใหญ่ บิ๊กซี ระดับอภิมหาเศรษฐีควรเน้นพัฒนาบริการในห้างมากกว่าออกมาเปิดรถเร่ขายของแข่งกับ "ทุนเล็กมากๆ” พ่อค้าแม่ค้ารถเร่ที่คงไม่ได้กำไรมากมาย พอเลี้ยงชีพไปได้ด้วยจุดแข็งรถเร่ไปขายใกล้บ้าน เหมือนอย่างที่ บิ๊กซี เขียนสโลแกนไว้ข้างรถ พ่อค้าแม่ค้ารถเร่จะเหลือจุดแข็งอะไรไว้สู้อีก 

          Adisak Limparungpatanakij ยังได้ขอร้องไปยังผู้บริหารบิ๊กซี กรุณาทบทวนนโยบายนี้ รวมทั้งคู่แข่งรายอื่นๆ ของบิ๊กซีด้วย อย่าลงมาแข่งแบบนี้เลย พ่อค้าแม่ค้ารถเร่ไม่มีทุน ไม่มีแบรนด์ ไม่มีทุกๆ อย่าง ตายอย่างเดียว

          ส่วนโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เบสท์ มิวสิค” บอกว่า ร้านท้องถิ่นตามหมู่บ้าน ขยับขยายกันได้เลย จะไปทำอะไรก็ไปเด้อ ทำงานทุกวันนี้เต่า2G อยู่ลำบากแล้ว ต้องใส่เกียร์หมา 16G แล้ว ไม่งั้นอดตาย

          ในโพสต์นี้ของ Adisak Limparungpatanakij และ “เบสท์ มิวสิค” มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความเห็นมากมาย หลายคนเสนอมุมมองด้วยหลักการและเหตุผล ขณะที่หลายคนปนอารมณ์มาด้วย และก็มีหลายคนตั้งคำถามไปถึงรัฐบาล 

          อย่างผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Amy Sansiribhan บอกว่า ต้องตำหนิรัฐบาลเป็นอย่างยิ่งที่ยอมให้ทุนใหญ่ทำเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า การเป็นประชาธิปไตยที่เอ่ยอ้างเป็นเพียงลมปากของทุกรัฐบาล ถ้ายังไม่สามารถสร้างโอกาสให้มีความเป็นธรรมในการทำมาหากินของผู้คนในบ้านเมือง

          ส่วน Anakepol Pinyo บอกว่า มาฆ่าโชห่วยยังไม่พอ..จะมาปิดชีวิตพุ่มพวงอีก เฮ่อ! 

          เสริมด้วย Malee Boonsiripunth ตั้งคำถามแบบนี้ “ไหนว่ามีนโยบายแก้ความเหลื่อมล้ำในสังคม ???”

          ขณะที่ Aitti Srisakunchua มีความเห็นออกแนวแย้งๆ ว่า บริษัทใหญ่เขาแข่งกับบริษัทใหญ่ ไม่ได้มาแข่งกับชาวบ้าน ช่องทางไหนทำแล้วเหนือกว่าคู่แข่งเขาก็ทำ ถ้าคุณขายของสักอย่าง แล้วมีคนมาขายแข่งกับคุณ คุณก็ต้องหาทางเหนือคู่แข่ง อ่อนแอก็แพ้ไป

 

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"

 

          คล้ายๆ กับ Phongphon Inrak มองว่า รถขายของที่เป็นบรรจุภัณฑ์ กับรถขายของสด มันเทียบกันได้ บิ๊กซีน่าจะสู้กับร้านสะดวกซื้อที่ตอนนี้มีทุกมุมเมืองมากกว่า 

          ส่วนคุณ Win Asawin Tiprak มองว่า ก็เหมืิอนรถกับข้าว หรือรถที่ขายพวกของทุกอย่าง ที่มักจะเห็นตามไซต์งานก่อสร้าง ต่างกันแค่สินค้าที่ขายแค่นั้น เขาก็แค่เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า จากที่ลูกค้าต้องไปถึงห้าง ก็วิ่งเข้าหาลูกค้าแทน ก็เป็นการตลาด หรือแฟรนไชส์ ของเขานั่นแหละ

          เช่นเดียวกับ Prawet Sriphayak ให้เหตุผลว่า ประเทศไทยค้าขายเสรี ถ้ารถบิ๊กซีทำถูกกฎหมาย ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน ถ้าจะค้าขายแบบนี้ คนที่ไม่พัฒนา ก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้

          แต่ Moc Thoug มองแบบฉงนๆ ว่า เหตุฉะไหนบิ๊กซีถึงเอารถมาขายของแข่งกับรถพุ่มพวง ไม่เข้าใจจริงๆ จะไม่ให้คนจนได้ค้าขายบ้างหรือไง จะรวยไปถึงไหน ให้คนจนได้ทํามาค้าขายบ้าง ถือว่าบาปกรรมมีจริงจะลงนรกหรือขึ้นสรรค์อยู่ที่การกระทำ

 

ดราม่ารถเร่ติดแบรนด์"มินิบิ๊กซีVSพุ่มพวง-โชห่วย"

 

 

          แต่ความเห็นของคุณ Moc Thoug กลับทำให้คุณ Surachart Coam Nartkathoke งง! และถามกลับว่า บิ๊กซีเขาขายของเกี่ยวอะไรกับบาปกรรม เกี่ยวอะไรกับนรกสวรรค์​ งงค่ะ​ ใครอยากซื้อร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นค่ะ ไม่เกี่ยวกับบาปกรรมค่ะ

          ถึงกระนั้น ในฝ่ายที่เห็นใจผู้ค้าโชห่วย อย่างคุณ Rapeeporn Saneha ยังหวังว่า ผู้บริหารห้างค้าปลีกจะทบทวนโครงการนี้ โดยอ้างว่า สงสารพ่อค้าแม่ค้าที่ทุนไม่หนาเหมือนเจ้าของห้าง

          ความจริง ในโซเชียลมีเดียยังมีโพสต์ว่าด้วยอุบัติการณ์ของ รถมินิบิ๊กซี อีกหลากหลาย ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้ สังคมคงคาดหวังว่าน่าจะสื่อไปยังผู้บริหารของห้างให้กลับไปประเมินผลการหยั่งตลาดที่เริ่มต้นดูไม่ค่อยถูกใจสังคมนัก จนในที่สุดอาจยอมทบทวนโครงการนี้เสีย 

          แต่ถึงกระนั้น ก็มีรายงานว่า ผู้บริหารของบิ๊กซี ได้หารือกันในประเด็นความเห็นทางสังคมเหล่านี้แล้ว และสรุปเบื้องต้นว่า ทางห้างจะยังไม่ขอตอบโต้หรือชี้แจงใดๆ เพียงแต่ทราบกันเป็นการภายในว่า การทำการตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายถึงบ้านแบบนี้ มาจากแนวคิดที่เห็น ตูน บอดี้สแลม ทำเพื่อสังคม และคนส่วนใหญ่ 

          การส่งรถมินิบิ๊กซี ไปขายของตามหมู่บ้าน ก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวบ้านที่บางคนไม่มีรถ ไม่มีโอกาสเดินทางไปจับจ่ายที่ห้าง อีกทั้งสินค้าในรถมินิบิ๊กซี ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไปในห้างและร้านสะดวกซื้ออยู่แล้ว ซึ่งสินค้าเหล่านี้ไม่ใช่สินค้าประเภทรถพุ่มพวง หรือรถขายกับข้าวอย่างที่สังคมกำลังเข้าใจผิด