
สารพัดทุจริต“รั้วเสมา" หากิน“ส่วย-สินน้ำใจ”
สารพัดทุจริต“รั้วเสมา" หากิน“ส่วย-สินน้ำใจ” : โดย... ทีมข่าวคุณภาพชีวิต [email protected]
สารพัด “ทุจริต” กระทรวงศึกษาธิการ ท้าทาย “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริตของ ศธ. ที่ต้องเร่งค้นหาความกระจ่าง จนต้องส่ง “พล.ท.โกศล ประทุมชาติ” ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ติดตามอย่างใกล้ชิด
ไล่เรียงมาตั้งแต่..โกง 88 ล้านบาท “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต” ช่วงเวลา 10 ปี (ปี 2551-2561) ที่ตรวจสอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พบว่ามีแอบอ้างนำเลขบัญชีบุคคลอื่น มาแทนเลขบัญชีสถานศึกษาของนักเรียนในโครงการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตกระทรวงศึกษาธิการ เบื้องต้นมีผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย มี 1 รายที่สารภาพต่อปลัด ศธ. “การุณ สกุลประดิษฐ์” ว่าทำจริงคือ “รจนา สินที” นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด ศธ.
ถือเป็นคนในทำงานคลุกคลีตั้งแต่โครงการนี้เริ่มต้นมาแต่ปี 2538 จนถึงวันนี้ 23 ปี ซึ่งให้ทุนการศึกษาของเด็กผู้หญิงในภาวะยากลำบากเรียนต่อพยาบาล และจ้างเป็นครูในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ มาไม่น้อยกว่า 1 แสนคน ซึ่งในวันที่ 26 มีนาคมนี้ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) โดยปลัด ศธ.จะพิจารณาโทษวินัยอย่างร้ายแรง การลงโทษมี 2 กรณีคือ "ปลดออก หรือ "ไล่ออก" ขณะที่อีก 4 รายอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง
“รจนา” ยังมีคดีอาญา 5 ข้อกล่าวหาที่คณะอนุกรรมการไต่สวน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้แก่ เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสาร, เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารเพื่อพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามมาตรา 147, 151, 161, 162 และ 157 จากกรณีที่ สน.ดุสิต รับแจ้งความจาก ศธ.ว่าถูกเจ้าหน้าที่เบียดบังงบประมาณ ปี 60 นำเงินไปเข้าบัญชีบุคคลอื่นเป็นเงิน 18.8 ล้านบาท
จากการตรวจสอบย้อนหลังปี 2551-มีนาคม 2561 ซึ่งแต่ละปีได้รับ 10-30 ล้านบาท พบว่ามีการอนุมัติเงิน 166,347,721 บาท โอนเข้าบัญชีหน่วยงาน 77,531,072 บาท และโอนเข้าบัญชีบุคคล 88,816,640 บาท เป็นบัญชีเครือญาติและบุคคลอื่นรวม 22 บัญชี แม้ “รจนา” จะรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าทำเพียงคนเดียว แต่ป.ป.ท.ไม่เชื่อแบบนั้น เช่นเดียวกับ นพ.ธีระเกียรติ และกระแสสังคมที่ติดตามเรื่องนี้ก็ไม่ปักใจเช่นกัน มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการร่วมมือกับคนนอกมากกว่าคนใน
โดยตลอดช่วง 10 ปีเกี่ยวพันปลัด ศธ.10 คน ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งบางยุคปลัด ศธ.ดูแลกองทุนเอง บางยุคมอบรองปลัด ศธ.ดูแลแทน ซึ่งทำได้ในทางปฏิบัติ แต่ในระเบียบ ศธ.ว่าด้วยกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พ.ศ.2550 ระบุไว้ว่าเป็นหน้าที่ปลัด ศธ. ส่วนว่าเป็นความหละหลวม หรือเข้าข่ายประมาทเลินเล่อหรือไม่ คงต้องรอว่าผลการสืบข้อเท็จจริงที่ “อรรถพล ตรึกตรอง” ผู้ตรวจราชการ ศธ. ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะสรุปผลและเสนอตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยภายใน 30 มีนาคมนี้
ว่ากันว่าช่องโหว่ที่ทำให้แอบโกงได้นานนับสิบปีก็เพราะการวางใจให้คนเพียงคนเดียวดูแลรับผิดชอบตลอดแนวตั้งแต่ทำข้อมูล นำเสนออนุมัติ ทำรายละเอียดเบิกจ่าย ทั้งนี้ เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้มีการนำสมุดบัญชี “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต” ที่ฝากเงินประเดิมกองทุน 600 ล้านบาทตัวจริงออกมาเปิดเผย เพราะหวั่นใจว่าเงินตรงนี้อาจจะถูกยักยอกไปด้วย แม้ที่ผ่านมา “การุณ” จะยืนยันว่าเงินยังอยู่และฝากไว้ที่ธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ก็ตาม
ต่อกันที่ การยกเลิกโครงข่าย "MOENet" ของศธ. เพราะไม่มีตัวตน ช่วงเดือนธันวาคม 2560 ทันทีหลัง “หมอธี” ลงพื้นที่ดูการใช้งานอินเทอร์เน็ตในสถานศึกษา พบสถานศึกษามีการใช้งานหลากหลาย ทั้งใช้ MOENet อย่างเดียว ใช้ MOENet ร่วมกับ UniNet และเช่าบริการเครือข่ายรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนเอง และยังพบความไม่ชอบมาพากลค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้ MOENet แพงกว่าเครือข่ายอื่นๆ แต่คุณภาพสัญญาณต่ำ ปล่อยสัญญาณกะปริดกะปรอย
ล่าสุด “หมอธี” เซ็นคำสั่งตั้ง “สมศักดิ์ มิตะถา” ผอ.สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เป็นประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เข้าไปตรวจสอบที่มาที่ไปของการดำเนินการ MOENet เอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบว่า MOENet มีอยู่จริง แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตจาก บมจ.ทีโอที ไปยังสถานศึกษาตั้งแต่ประมาณปี 2545 และยังมี บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ร่วมด้วย หากคณะกรรมการพบมีมูลความผิดปกติเกิดขึ้น ศธ.จะแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ร่วมตรวจสอบ
ส่วนความคืบหน้าการปฏิรูประบบอินเทอร์เน็ตโรงเรียนกว่า 37,000 แห่ง โดยใช้เครือข่ายของ UniNet เข้าไปแทนเพื่อลดการซ้ำซ้อนนั้น พบว่าประหยัดเงินได้มากถึง 3,000 ล้านบาทต่อปี ตอนนี้ยังมีโรงเรียนอีก 1% ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลมีปัญหาอินเทอร์เน็ตจะหาหนทางอื่น และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะให้ความร่วมมือช่วยวางสายไฟเบอร์ออพติกขยายจากหมู่บ้านให้มาถึงหน้าประตูโรงเรียนฟรีทั้งหมด งานนี้ “หมอธี” มั่นใจโรงเรียนจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ทุกแห่งภายในปี 2561 ตามที่ประกาศไว้
เรื่องต่อมา “อควาเรียมหอยสังข์” ที่ “หมอธี” หยิบมาปัดฝุ่นใหม่หลังมีเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใส ถึงการก่อสร้างอควาเรียม ใน “โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา" ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2550 ตามกำหนดต้องเสร็จในปี 2554 วงเงินประมาณ 800 ล้านบาท แต่ปัจจุบันใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาทยังสร้างไม่เสร็จ ขณะนี้ “หมอธี” ได้แต่งตั้ง “การุณ” เป็นประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านอควาเรียมร่วมทีมด้วย ในสัปดาห์นี้จะลงพื้นที่เก็บข้อมูล ตรวจสอบรูปแบบรายการตามทีโออาร์ กับรูปแบบรายการที่มีการเปลี่ยนแบบแตกต่างกันอย่างไร
ทั้งนี้ ก่อนหน้า “พล.ท.โกศล” พร้อมผู้เชี่ยวชาญอควาเรียมลงพื้นที่ไปตรวจสอบเบื้องต้น ให้ความเห็นว่าสภาพปัจจุบันตัวโครงสร้างอาคารยังแข็งแรง แต่ภายในยังค่อนข้างทรุดโทรม อาคารสำหรับจัดแสดงสัตว์น้ำต้องมีการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน พบข้อมูลว่าโครงการนี้ในระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2550-2557 มีการแก้ไขสัญญาถึง 6 ครั้ง เช่น การขอเปลี่ยนแบบ การขอเปลี่ยนงวดงาน เป็นต้น
ยังมีการก่อสร้างหลังคาปกคลุมลานสารพัดประโยชน์ หรือ “โดม” ของ 11 สถานที่เรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตามโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ต้นเรื่องเกิดจากเดือนมกราคม 2561 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องให้ ศธ.ตรวจทานกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 ใช้งบเหลือจ่ายรายปีงบประมาณ 2559 ของสพฐ.จำนวน 62 ล้านบาท ในการก่อสร้างดังกล่าว
ซึ่ง สตง.ตรวจพบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการพิจารณา ผู้เสนอราคามีบริษัทผู้ประกอบธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์เป็นผู้ประมูลงานการก่อสร้าง ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ โรงเรียนกำหนดราคาสูงกว่าราคาเกณฑ์การประมูลราคากลางการก่อสร้างตามระบบราชการ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ “พล.ท.โกศล” คาดว่าการก่อสร้างน่าจะมีในพื้นที่อื่นๆด้วย ทั้งคาดว่ามีการดำเนินการคล้ายกับโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่ฯ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตซีซีทีวี เวลานี้ ศธ.ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้ว
ยังมีเรื่องค้างท่อทั้งการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเรื่อง “แป๊ะเจี๊ยะ” วิโรฒ สำรวล ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 ที่ “หมอธี” ให้โอกาสสุดท้ายวันที่ 28 มีนาคมนี้ ต้องสรุปผล ส่วนคดีอื่นๆ เช่น ทุจริตในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ซื้อตั๋วสัญญากับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มูลค่า 2,100 ล้านบาท ที่ศาลอาญาเพิ่งพิพากษาจำคุก 10 ปี อดีตผู้บริหาร บ.บิลเลี่ยนฯ 2 รายนั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ สกสค.ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาได้ไล่ออกไป 7 รายตามที่ป.ป.ช.ชี้มูล แต่ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องตามต่อ โดยเฉพาะการฟ้องคดีทางละเมิดที่มีเสียงแว่วว่าอาจจะใกล้หมดอายุความ
3 เดือนแรกของปีก็ร้อนแรงให้ตามจัดการไม่หวาดไม่ไหว งานนี้วัดฝีมือ “หมอธี” และทีมงานว่าจะขจัดทุจริตในรั้วเสมาได้หรือไม่ !!



