คอลัมนิสต์

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!

26 มี.ค. 2561

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!! : คอลัมน์ เจาะประเด็นร้อน


          เหตุการณ์จริงไม่อิงนิยาย ประหนึ่งเป็นช่วงพีคของหนังแอ็กชั่นหรือซีรีส์สืบสวนสอบสวน เมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์ในคราบโจรเต็มรูปแบบ ก่อเหตุอุกอาจอุ้มสาวนักธุรกิจเครื่องสำอางไปฆ่าเพื่อรับเงินค่าจ้าง 5 ล้านบาท แต่สุดท้ายเสียท่าไหวพริบของเหยื่อสาวปล่อยให้หลุดมือหนีรอดไปได้ ก่อนแจ้งตำรวจสืบสวนสะกดรอยจับได้เกือบครบขบวนการ

          เรื่องราวชีวิตสุดระทึกของสาวนักธุรกิจค้าเครื่องสำอาง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 ซึ่งมีเดิมพันสูงระหว่างความเป็นกับความตายที่รออยู่ตรงหน้า หรืออาจเรียกได้ว่าหลับตานึกถึงภาพโลงศพของตัวเองได้เลย เนื่องจากถูก 3 ชายฉกรรจ์ กับอีก 1 นางนกต่อ ลวงอุ้มเพื่อเรียกค่าไถ่และหมายจะฆ่าทิ้งเมื่อภารกิจลุล่วง

          โดยจุดลวงมาอุ้มนั้นเกิดขึ้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก่อนที่คนร้ายจะพาผู้เสียหายหายขับรถมาจอดพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จากอุบายที่ผู้เสียหายหลอกล่อแก๊งโจรให้ตายใจจนเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคนร้ายได้แยกย้ายกันหลบหนี และถูกแกะรอยตามจับกุมได้ในอีกไม่กี่วันถัดมา เหลือเพียงการขยายผลจับผู้บงการเท่านั้น

 

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!

 

          เหยื่อสาวเปิดใจกับ “คม ชัด ลึก” ว่า ผ่านสถานการณ์เฉียดตายมาได้สัปดาห์เศษๆ แม้สภาพจิตใจจะดีขึ้น เริ่มกินอิ่มนอนหลับ แต่ยังอยู่ในอาการหวาดระแวง ชีวิตไม่เป็นปกติ ผวาว่าจะเกิดอันตรายอะไรกับชีวิตอีกหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องอยู่ลำพังคนเดียว เพราะตัวผู้บงการยังไม่ถูกจับมารับโทษ อีกด้านก็รู้สึกดีที่ยังมีลมหายใจ เสมือนตายแล้วได้เกิดใหม่ ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือความโชคดี ที่สามารถโกงความตายมาได้

          ก่อนเอาชีวิตที่ใกล้เข้าไปนอนในโลงศพออกมาได้ นักธุรกิจสาว เล่าว่า มีการติดต่อพูดคุยกับกลุ่มคนร้ายได้ประมาณ 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ เนื่องจากตัวเองมีที่ดินอยู่ที่ จ.จันทบุรี 2 แปลง เป็นสวนผลไม้กับสวนยางพารา แรกเริ่มเลยคือมีผู้ชายติดต่อมาว่าจะซื้อผลไม้แบบเหมาสวน จึงลองเสนอขายที่ดินที่เป็นสวนยางพาราเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้รับความสนใจ จากนั้นนายทุนที่ต้องการซื้อที่ดินดังกล่าวก็โยนให้ติดต่อประสานงานผ่านนางนกต่อ คือ น.ส.จิตรัตดา เห็มสีดา ก่อนจะมีการนัดเจอและขอดูโฉนด 2 ครั้ง และเอาโฉนดไปให้ดูทุกครั้ง โดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเป็นการทำธุรกิจ เป็นธรรมดาของการเจรจาซื้อขาย 

          การนัดเจรจาครั้งที่ 3 เป็นเหมือนวันที่สุกงอมเหมาะสำหรับปฏิบัติการอุ้มรีดเงิน หลังเหยื่อสาวตายใจ โดยเธอบอกว่า ครั้งนี้กลุ่มคนร้ายนัดให้ไปเจรจาที่ อ.บ้านบึง เพื่อไปคุยที่ออฟฟิศของเจ้านายของเขา และจะได้ทำสัญญาซื้อขายกัน จึงเดินทางไปตามนัดหมายและชวนเพื่อนที่เป็นผู้ชายไปด้วยกัน ไปถึงที่หมายเวลาประมาณ 10 โมง วันที่ 10 มีนาคม ลักษณะเป็นตึกแถวเพิ่งสร้างเสร็จ ข้างๆ ก็มีอาคารพาณิชย์มีคนอยู่ แต่ในออฟฟิศที่เขาบอกคือเป็นห้องว่างเปล่า ยังไม่มีอะไรเลย เฟอร์นิเจอร์ หรือโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ ก็ไม่มี มีแต่เครื่องมือช่าง เหมือนว่าอยู่ระหว่างเก็บงาน พร้อมกับมีคนงานทำงานอยู่ แต่ความจริงที่รู้หลังจากถูกจับตัวคือเขาเป็นแก๊งเดียวกัน ที่เซตทำเป็นคนงานเพื่อตบตาเท่านั้น

 

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!



          “เราไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเขาบอกว่าเพิ่งสร้างเสร็จเจ้านายจะทำเป็นออฟฟิศ และเชิญเข้าไปนั่งรอเจ้านายที่กำลังเดินทางมา แต่พอเข้าไปพร้อมเพื่อน ชายฉกรรจ์ที่ทำทีเป็นคนงานมาตกแต่งต่อเติมออฟฟิศก็สวมวิญญาณโจร ปิดล็อกประตู เอาปืนออกมาจี้ จับเรากับเพื่อนใช้ผ้าปิดตา เอาเทปมาปิดปาก เอามือมัดไพล่หลัง สภาพเหมือนในหนัง ในละคร แต่นี่มันคือชีวิตจริง ตอนแรกรู้สึกงง เพราะเราทำธุรกิจปกติ ไม่มีศัตรู ไม่มีเรื่องบาดหมางทะเลาะกับใคร ไม่ได้เป็นหนี้สินใคร คนร้ายพาเรากับเพื่อนขึ้นไปบนชั้น 2 แล้วจับแยกกันอยู่คนละมุม และยิ่งทำให้งงมากขึ้น เมื่อหนึ่งในกลุ่มคนร้ายบอกว่า คนที่เขาสั่งมา เขาสั่งให้ฆ่าคุณ เก็บคุณ ไม่รู้ว่าคุณไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจ ที่งงก็เพราะเราด่าใครยังไม่เป็น ไม่เคยเอาเปรียบใคร แล้วจะไปทำอะไรให้เขาผูกใจเจ็บถึงขั้นจะมาฆ่าแกงกันขนาดนี้” สาวนักธุรกิจ เล่าถึงนาทีที่ถูกจับและกักขัง

          ถามว่าตอนนั้นกลัวไหม เหยื่อสาวบอกว่า กลัวสุดๆ กลัวจนขี้ขึ้นสมอง แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องใจดีสู้เสือ ก่อนจะถามกลุ่มคนร้ายว่า คนที่จ้างมาทำแบบนี้ เขาจ้างเท่าไหร่ เพื่อจะได้เกเงินทับล่อให้โจรกลับใจซื้อความตายกลับคืนมา ซึ่งคนร้ายบอกว่า 5 ล้าน จึงเข้าทางให้เกทับ ถ้าอย่างนั้นเอาไป 6 ล้าน จะไม่แจ้งความ ไม่เอาผิด แค่อยากมีชีวิตรอดแค่นั้น การเกเงินทับครั้งนี้เหมือนจะได้ผล เนื่องจากทำให้คนร้ายเกิดความลังเล แล้วไปขอตัวสุมหัวประชุมกันว่าจะรับข้อเสนอไหม ระหว่างนั้นก็พยายามมองลอดช่องที่ปิดตา เท่าที่เห็นคือมี 3 คน โดย 1 ใน 3 คน มีอาวุธปืน ก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม แต่สถานการณ์เช่นนั้นอะไรก็ดูแย่และน่ากลัวไปหมด ระหว่างนั้นก็มีสองอารมณ์ในกลุ่มโจร เพราะจะเวียนมาประกบ อีกคนปลอบให้ใจเย็นๆ ส่วนอีกคนก็ข่มขู่

 

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!


          ผ่านไปครู่ใหญ่การประชุมรับข้อเสนอเงินที่เหยื่อสาวเกทับได้ข้อยุติ และเข้าทางอุบายประวิงเวลา โดยคนร้ายรับข้อเสนอของเหยื่อ แถมลด

          ราคาให้อีกต่างหาก จาก 6 ล้าน ลดให้ครึ่งหนึ่ง แล้วบอกกับเหยื่อว่าเอาแค่ 3 ล้านพอ แต่ในใจของเหยื่อที่ครุ่นคิดผสมโรงกับความกลัวบอกกับตัวเองว่า 3 ล้านกูก็ไม่มี ก่อนออกอุบายต่อด้วยการขอโทรศัพท์หาเพื่อนกับลูกค้า เพราะตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวถึง 3 ล้าน ต้องโทรหาคนรู้จักให้ช่วยหาเงิน แต่การโทรครั้งนี้เป็นไหวพริบของเหยื่อที่ต้องการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ 

          “เราโทรหาลูกน้องที่ร้าน และโทรหาลูกค้าที่สนิทกันว่า ต้องการเงินมาทำโน่นทำนี่ โทรหาเงินเนียนๆ ให้โจรตายใจ เพราะเขาให้เปิดโฟนฟังการพูดคุยกันด้วย แต่การที่เราขอเงินสดเร่งด่วนจำนวนเป็นล้านมันเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งลูกน้องกับลูกค้าก็จับพิรุธได้ แถมเราก็พูดเสียงสั่น ซึ่งปกติจะไม่ใช่คนอย่างนี้ แต่หาเงินไม่ได้ถึง 3 ล้าน หาได้แค่ 2.5 ล้าน แล้วโจรก็สั่งให้เอาเงินสดเท่าที่หาได้มาให้ที่บ้านบึง ในใจก็ภาวนาว่าอย่าให้ลูกน้องเอาเงินมาให้ตามที่ขอ เพราะเมื่อเอามาจริงๆ แล้วมันอาจจะสูญเปล่า แถมอาจต้องสูญเสีย เนื่องจากคิดว่าสันดานโจรเมื่อมันได้เงินแล้วต้องฆ่าปิดปาก เราตายคนเดียวไม่ว่า จะลากคนอื่นมาซวยด้วย สุดท้ายก็เป็นไปตามคาด ลูกน้องไม่ได้เอาเงินมาให้ ทางโจรก็ให้โทรจิก โทรเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับ เราก็พยายามประวิงเวลาไปเรื่อย ตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง จนล่วงเลยมาถึง 4 โมงเย็น จึงรู้ว่าไม่ได้เงินแน่ ก็เลยพาเราไปขึ้นรถบีเอ็มของเราเองแล้วขับวน ส่วนเราก็รับแรงกดดันจนสติหลุด เลยบอกคนร้ายว่าเงินไม่มี จะยิงก็เอาไปยิงเลย จะได้ไปหาแม่ที่ตายไปแล้ว จากนั้นเราก็ร้องไห้ฟูมฟาย โจรก็ยังปลอบให้ใจเย็นๆ จึงสวนคำพูดไปทันทีว่าคนกำลังจะตายจะให้ใจเย็นได้อย่างไร” เหยื่อสาวเล่าถึงนาทีฉุกเฉิน

 

นักธุรกิจสาวซื้อใจโจรอุ้มรีด5ล้าน เกเงินทับโกงความตาย..!!



          สำหรับการพาเหยื่อสาวขึ้นรถเก๋งบีเอ็มของเหยื่อเองพาทัวร์นั้น จาก อ.บ้านบึง มุ่งหน้ามาถึงย่านบางนา กรุงเทพมหานคร ในใจของเหยื่อเชื่อว่าคงต้องเอามาฆ่าทิ้งแล้วหาที่อำพรางแน่ๆ โดยคนร้ายมาด้วย 2 คน ส่วนอีกคนที่มีปืนคุมเพื่อนอยู่ออฟฟิศกำมะลอที่บ้านบึง เมื่อนึกถึงหน้าเพื่อนที่ลากมาเดือดร้อนด้วยจึงพยายามออกอุบายว่าตอนนี้มีเงินในบัตรเอทีเอ็มอยู่ 1 แสน เอาไปก่อนไหม แต่เอทีเอ็มอยู่ในกระเป๋าที่อยู่ออฟฟิศที่บ้านบึง ให้พาวนกลับไปและเอาเพื่อนมาด้วย จากนั้นก็ไปกดเงินอยู่ที่บ้านบึง แล้วรับเพื่อนมาขึ้นรถกับตนตามที่ร้องขอ แต่โจรก็ยังพยายามให้ไปถอนเงินล้านมาให้ได้ ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลา 4 ทุ่มกว่า จะ 5 ทุ่มแล้ว ธนาคารที่ไหนจะเปิด 

          กว่า 13 ชั่วโมงของการประวิงเวลาเรื่องเงิน ทำให้โจรเริ่มสิ้นหวัง จึงตัดสินใจจะพาเหยื่อสาวพร้อมเพื่อนไปฆ่าทิ้ง โดยขับรถจากบ้านบึงมีเป้าหมายที่เขาใหญ่ แต่โชคดีที่คนร้ายปลดพันธนาการให้เหยื่อทั้งคู่ จึงสบช่องออกอุบายเอาชีวิตรอดอีกเฮือก ประจวบเหมาะกับเมื่อถึงวังน้อยน้ำมันรถจะหมดต้องแวะปั๊มเติมน้ำมัน เข้าไปปั๊มแรกปิด จึงเลยไปอีกปั๊ม อุบายแรกขอกุญแจรถจากคนร้ายเพื่ออาสาไปเปิดถังน้ำมัน เผื่อเวลาคนร้ายลงจากรถจะได้ขับหนีได้ แผนนี้ไม่เป็นผล แผนสองนึกขึ้นได้กะทันหันบอกว่าปวดฉี่ขอเข้าห้องน้ำ ถ้าไม่เชื่อใจก็ให้คนตามไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ ซึ่งคนร้ายก็ยอม แถมหนึ่งในคนร้ายก็บอกหิวจะเข้าไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน และถามเพื่อนของเหยื่อว่าจะกินอะไรไหม เพื่อนก็รู้ใจสั่งไส้กรอกเวฟให้ด้วย ประเด็นคือยื้อเวลาให้นานขึ้น และสบตาว่าจะทำอย่างไรกันต่อเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือคนร้าย

          เหยื่อสาวเล่าถึงตอนอวสานของสถานการณ์จริงว่า ระหว่างเดินเข้าไปในห้องน้ำมีผู้หญิงเดินสวนมาพอดี จึงดึงมือเข้าไปในห้องน้ำ ขอให้เขาช่วย เพราะถูกจับตัวมาเรียกค่าไถ่ และกำลังจะถูกเอาไปฆ่าทิ้ง โดยบอกสี ยี่ห้อ ทะเบียนรถให้เสร็จสรรพ แต่ออกไปให้ทำตัวปกติ แล้วโทรแจ้งตำรวจให้รีบมาช่วย และในที่สุดช่วงเวลานาทีทองก็มาถึง จังหวะที่เดินออกจากห้องน้ำ เพื่อนก็เปิดประตูวิ่ง ตนเห็นเพื่อนวิ่งก็วิ่งตาม วิ่งแบบสุดแรงเกิด สุดชีวิตเท่าที่มี แต่ก็เกือบซวยเพราะตนดันวิ่งไปชนคนร้ายอีกคนที่ไปซื้อของ จนถูกล็อกคอ เกิดการดิ้นสู้ โวยวาย ร้องขอความช่วยเหลือ คนในปั๊มก็ดูแบบงงๆ ไม่ได้ช่วย และจากสถานการณ์นี้กลับกลายเป็นดี คนร้ายอีก 2 คน ตกใจขับรถรีบหนีออกจากปั๊ม ส่วนอีกคนที่ต่อสู้กับตนเห็นเพื่อนทิ้ง ท่าไม่ดีจึงปล่อยตนพยายามวิ่งตามรถ แต่รถไม่รอ จึงวิ่งหลบหนีเข้าป่าหญ้าในย่านนั้น จากนั้นไม่นานตำรวจท้องที่ก็มาถึง

          ความเจ็บใจหลังรอดชีวิตของเหยื่อสาวยิ่งถาโถม เมื่อความคืบหน้าการสืบสวนของตำรวจสาวถึงคนบงการ เนื่องจากเบาะแสสำคัญคือ คนร้ายที่ไม่เคยรู้จักกันเลยแต่กลับรู้ข้อมูลส่วนตัวของตนเป็นอย่างดี ทั้งที่มีคนที่รู้จักไม่กี่คนที่รู้ข้อมูลส่วนตัว 

          ตอนนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานออกหมายจับอีก 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ชาย และไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคนเคยสนิทชิดใกล้ ให้ความรักความหวังดี ถ้าจับได้แล้วต้องไปถามด้วยตัวเองว่า ทำแบบนี้ทำไม เป็นผู้ชายที่มีเงินมากกว่า มีโอกาสทางสังคมมากกว่า ยังจะมารังแกผู้หญิงตัวคนเดียว และยืนยันว่าหลังจากนี้จะจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวไว้คุ้มครอง