คอลัมนิสต์

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน

22 มี.ค. 2561

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย... ชลธิชา รอดกันภัย ทีมล่าความจริง เนชั่นทีวี 


 

          คดีดราม่าปริศนาฆาตกรรมที่ “คม ชัด ลึก” เคยเปิดประเด็นเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว และมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ ก็คือคดีการเสียชีวิตของเศรษฐินีชาวจีนคาบ้านพักตากอากาศหรูบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

          เศรษฐินีคนนี้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยกับสามี แต่แล้วก็ต้องมาจบชีวิตลงเพราะจมน้ำตายคาสระว่ายน้ำบังกะโลหรูอย่างน่ากังขา ตอนแรกทั้งตำรวจท้องที่และครอบครัวของเศรษฐินีต่างปักใจเชื่อว่า การตายเกิดจากการฆาตกรรมอำพรางโดยน้ำมือของผู้เป็นสามี แต่สุดท้ายคดีกลับไม่ได้ขึ้นสู่ศาลสถิตยุติธรรม ทำให้ครอบครัวโดยเฉพาะผู้เป็นบิดาต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาทวงความยุติธรรม กระทั่งกระทรวงยุติธรรมตั้ง “คณะทำงานชุดพิเศษ” ขึ้นมาเพื่อรื้อฟื้นคดี

 

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน

 

          ที่มาที่ไปของคดีนี้เริ่มจากนางลิน ลิน เศรษฐินีชาวจีน ซึ่งมีทรัพย์สินเฉพาะในประเทศไทยหลายสิบล้านบาท ได้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยพร้อมกับนายลิน ยู สามี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และไปพักที่บ้านพักตากอากาศหรูบนเกาะสมุย แต่แล้วจู่ๆ นายลิน ยู ก็แจ้งตำรวจว่าภรรยาของตนจมน้ำเสียชีวิตในสระว่ายน้ำของบ้านพักตากอากาศหรูแห่งนั้นเอง แต่จากการชันสูตรพลิกศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กลับเชื่อว่า นางลิน ลิน ไม่ได้จมน้ำเสียชีวิตแต่น่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพรางมากกว่า

          สำนวนการสอบสวนเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.เกาะสมุย ซึ่งก็ได้ออกหมายจับนายลิน ยู และแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่คดีกลับถูกแทรกแซงจากหลายฝ่าย และถูกโอนไปหลายหน่วยงาน ทั้งกองปราบปราม และจบที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ทว่าหลังจากนั้นก็ใช้เวลาเพียง 1 เดือน ทำความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” โดยอ้างเหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่ชัดเจนจนกลายเป็นประเด็นน่ากังขาว่า แล้วจะรับเป็นคดีพิเศษทำไม

          ต่อมาเมื่อสำนวนคดีถูกส่งถึงอัยการ ฝ่ายอัยการก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน ทำให้คดีในส่วนนี้หยุดชะงักไป และนายลิน ยู ก็ได้โอกาสเดินทางออกนอกประเทศ

          ฝ่ายครอบครัวของนางลิน ลิน นำโดย นายลิน กัว เฮียง บิดา ได้ให้ทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดเกาะสมุยด้วยตัวเอง ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงสั่งประทับรับฟ้องและออกหมายจับนายลิน ยู ในความผิดฐานฆ่าภรรยา

 

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน

 

          คดีนี้จึงกลายเป็นปริศนาและเกิดคำถามว่าเหตุใดดีเอสไอกับอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ทำให้กระทรวงยุติธรรมต้องตั้ง “คณะทำงานพิเศษ” ขึ้นมาตรวจสอบกระบวนการสอบสวนทั้งหมด และแสวงหาหลักฐานเพื่อรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ ล่าสุดสำนวนคดีอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด และทางการจีนเองก็ให้ความสนใจ เพราะประวัติของ นายลิน ยู เคยถูกกล่าวหาและตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาตัวเองที่ประเทศสวีเดนมาแล้ว โดยภรรยาคนนั้นเป็นหญิงชาวสวีเดนด้วย ภายหลังเขาถูกตำรวจสากลออกหมายจับและถูกควบคุมตัวที่ประเทศอังกฤษ แต่ไปๆ มาๆ ก็สามารถบินกลับประเทศจีนได้ ก่อนมาตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาอีกคนที่เมืองไทย

          ทางการจีนสนใจคดีนี้มากถึงขนาดส่งสัญญาณถึงหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมไทยว่า พร้อมสนับสนุนเรื่องพยานหลักฐานทุกอย่างหากอัยการสั่งฟ้องคดี แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

          ส่วนคดีที่บิดาของนางลิน ลิน ยื่นฟ้องเอง ศาลก็สั่งออกหมายจับนายลิน ยู แต่เมื่อยังไม่ได้ตัวนายลิน ยู มา ทำให้คดีหยุดชะงักไปเช่นกัน

          ล่าสุด นายลิน กัว เฮียง พร้อมภรรยา ซึ่งก็คือพ่อและแม่ของนางลิน ลิน ได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้งหลังจากกระทรวงยุติธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีหนังสือถึงทางการไทยทวงถามความคืบหน้าของคดี และแจ้งความประสงค์ว่าจะขอร่วมสืบสวนสอบสวนคดีนี้ด้วย เพราะนายลิน ยู เป็นบุคคลที่ทางการจีนกำลังจับตามองเนื่องจากเขาเคยตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรรมอดีตภรรยาชาวสวีเดนจนถูกตำรวจสากลจับกุมมาแล้ว ก่อนจะมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับนางลิน ลิน ซึ่งมีฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐี และนางลิน ลิน ก็เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาไปอีกคน

          “ทางการจีนได้ส่งจดหมายตามเงื่อนไขความร่วมมือของทั้งสองประเทศมายังอัยการสูงสุดของไทย ตามจดหมายบอกว่าทางการจีนไม่เคยปล่อยคดีลิน ลิน ยังติดตามความคืบหน้าตลอด นอกจากนี้ยังขอให้ไทยโอนสำนวนคดีกลับไปให้ตำรวจจีน หรือร่วมกันสอบสวนทั้ง 2 ประเทศ” เป็นคำบอกเล่าของลิน กัว เฮียง บิดาของนางลิน ลิน

 

รื้อหรือล้ม?คดีปริศนาฆาตกรรมเศรษฐินีชาวจีน

 

          ขณะที่ “ณรงค์ ทองคำ” ทนายความของครองครัวนางลิน ลิน ให้ข้อมูลว่าหลังจากทางการจีนส่งหนังสือมาให้อัยการสูงสุดพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินคดี ทางทนายความได้ไปสอบถามความคืบหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ทราบว่าจะส่งหนังสือตอบกลับไปยังทางการจีนอย่างไร พร้อมระบุว่าหากจะให้สำนักงานอัยการสูงสุดส่งสำนวนให้ทางการจีนผ่านกลไก พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 ก็ต้องรอให้คดีสิ้นสุด หรือให้ผู้เสียหายถอนฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยเสียก่อน

          ทางออกของคดีนางลิน ลิน จนถึงขณะนี้จึงมี 2 แนวทาง คือ 1.ส่งสำนวนการสืบสวนสอบสวนทั้งหมดให้ทางการจีนผ่านกลไกพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 หรือ 2.เปิดทางให้ตำรวจจีนเข้ามาร่วมสอบสวนกับตำรวจไทยเพื่อจะได้มีพยานหลักฐานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการประสานข้อมูลกับทางการสวีเดนเกี่ยวกับคดีที่นายลิน ยู ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าอดีตภรรยา

          แต่จนถึงวันนี้ทั้ง 2 แนวทางยังนิ่งสนิท!

          ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเกาะสมุยนั้น ในวันนี้ 22 มีนาคม ศาลจะนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์กรณีที่นายลิน ยู จำเลย ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนหมายจับ

          จะเห็นได้ว่าแม้ตัวนายลิน ยู สามีของนางลิน ลิน จะไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทยแต่ก็ยังจ้างทนายต่อสู้คดีตลอดเวลา คดีปริศนาฆาตกรรมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งคดีที่จะพิสูจน์ศักยภาพของกระบวนการยุติธรรมไทยว่าจะให้ความเป็นธรรมต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตได้มากน้อยแค่ไหน