คอลัมนิสต์

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น 

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น 

22 มี.ค. 2561

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น  : คอลัมน์ เจาะประเด็นร้อน  โดย... ทีมข่าวอาชญากรรม



          ครั้งแรกเริ่มเมื่อไหร่จำไม่ได้ แต่ครั้งสุดท้ายคงไม่ใช่ !?

         การช่วยเหลือหญิงชาวไทยที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีต่างแดนเกิดขึ้นวนเวียน...นับครั้งไม่ถ้วน 

         ที่ผ่านมามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปรามปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สามารถช่วยเหลือเหยื่อกลับบ้านได้มากมายหลายร้อยคน แต่ก็ไม่วายที่จะมีเรื่องขอความช่วยเหลือในลักษณะนี้เรื่อยมา 

         ล่าสุดมีการร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ล่า” ซึ่งเป็นเพจของเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

          ข้อความแรกที่มีผู้ร้องเรียนอินบ๊อกซ์เข้ามาคือ  “แฟนผมถูกหลอกไปขายตัวที่บาห์เรน ใครจะช่วยผมได้บ้าง รับแขก 24 ชม. ครั้งละ 1,500 ใช้หนี้แม่แทคจาก 130,000 บาท รุ่งขึ้นหนี้เพิ่มเป็น 250,000 บาท" และตามด้วยเสียงแจ้งเตือนจากข้อความดังถี่ยิบ แสดงถึงความร้อนใจของคู่สนทนา จนแอดมินต้องรีบเปิดอ่าน และปรากฏเป็นข้อความที่ส่งมาขอความช่วยเหลือจากแดนไกล ประเทศบาห์เรน 

 

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น 

 

         หากเป็นยุคสมัยที่ไม่มีเทคโนโลยีการสื่อสารเหมือนทุกวันนี้ คงต้องเรียกว่า “จดหมายจากบาห์เรน”

         ชายหนุ่มผู้อินบ๊อกซ์ร้องเรียน เล่าสาเหตุจากคำบอกเล่าของแฟนสาวที่ถูกหลอกไปค้ากาม ว่า แฟนสาวจะไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่เกาหลีใต้ 3 เดือน รายได้ตกเดือนละ 26,000 บาท นอกจากนั้นยังมีค่าทิป ค่าดริงก์ โดยนายหน้าที่มาชักชวนนั้นรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก บอกว่าจะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ก่อน จากนั้นค่อยทำงานหักลบหนี้สินในส่วนนี้ไป 

         ชายหนุ่มบอกว่า เงิน 26,000 บาท สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ถือว่ามากพอสมควร แฟนสาวจึงตัดสินใจไปทำงานตามคำชักชวน ก่อนถึงวันเดินทางแฟนสาวได้รับนัดหมายให้ไปพักรวมกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมกับหญิงไทยอีก 8 คน และตนเองก็ได้ไปส่งแฟนสาวที่สนามบินด้วย

          แฟนหนุ่มคนเดิม บอกต่อว่า จากการสังเกตเห็นว่า นายหน้ามีอายุประมาณ 20 ปีเศษๆ และมีหญิงอายุประมาณ 40 ปี เดินทางมาด้วย คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าอีกทีหนึ่ง พวกนั้นพูดคุยด้วยภาษาเหนือกับหญิงสาวคนอื่นๆ ก่อนจะแจกตั๋วเครื่องบินให้แก่แฟนสาว และนำโทรศัพท์ของแฟนสาวไปเพื่อลบข้อมูลอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้เอะใจ และไม่ได้ซักถามอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

         “ผ่านไปแค่ 2 วัน หลังการเดินทาง แฟนผมติดต่อกลับมา รู้สึกตกใจมาก ที่ไม่ได้ไปเกาหลีอย่างที่ตกลงกันไว้ แต่ถูกพาไปขายบริการทางเพศที่บาห์เรน และไม่สามารถติดต่อนายหน้าคนเดิมได้อีก เฟซบุ๊กก็ถูกบล็อก โทรหากันก็ไม่ได้ แฟนผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้นำตั๋วเครื่องบินมาเช็กก่อน ทั้งที่เดินทางไปส่งด้วยตัวเองที่สนามบิน"

         แฟนหนุ่มของสาวผู้เคราะห์ร้ายบอกต่อว่า ผู้หญิงที่เดินทางไปด้วยกันทั้ง 8 คน ถูกส่งไปที่บาห์เรน แต่แยกย้ายกันไป มีแฟนและหญิงไทยอีก 1 คนที่ถูกส่งมาหาแม่แทคซึ่งเป็นคนไทย และถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง เพื่อแลกกับหนี้ค่าเดินทาง 130,000 บาท โดยการขายบริการแต่ละครั้งจะได้ค่าตัวเพียง 1,500 บาท และต้องรับแขกตลอด 24 ชั่วโมง 

         "แฟนผมเป็นคนร่างเล็ก หน้าตาดี ผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาซื้อบริการก็มักจะมีพฤติกรรมทางเพศที่ซาดิสม์มีภาพรอยบาดแผลที่แฟนส่งมาให้ดู และถูกกักตัวอยู่ภายในโรงแรม ส่วนโทรศัพท์จะถูกยึดเวลางาน และแม่แทคหรือแม่เล้าจะให้ใช้โทรศัพท์วันละ 10 นาทีเท่านั้น” 

 

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น 



          ชายหนุ่มแจกแจงด้วยความทุกข์ร้อนใจเพราะสงสารแฟนสาวต้องเผชิญชะตากรรมดั่งกับตกในขุมนรก

         ความโหดร้ายของโชคชะตายังไม่จบ เมื่อต่อมาแม่แทคบอกว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จึงเป็นหนี้เพิ่มจาก 130,000 บาท รวมเป็น 250,000 บาท และยังข่มขู่อีกว่า หากหลบหนี หรือไม่ยอมทำงานจะถูกทำร้าย  จึงไม่กล้าหนีไปหาตำรวจ เพราะถ้าหนีไปให้ตำรวจช่วยอาจจะซวยไปใหญ่ เพราะพวกแม่แทคเส้นใหญ่ บางคนเป็นเมียตำรวจ

         ขณะที่ทางแอดมินเพจ ระบุว่า สำหรับเรื่องที่บาห์เรน ก่อนมาเจอเคสนี้ก็มีการร้องเรียนมาและประสานให้ความช่วยเหลือบ่อยมาก แต่ละเคสที่สัมภาษณ์ เรียกว่าเป็นนรกจริงๆ นรกที่คนไทยหลอกคนไทยด้วยกันเอง นรกที่ต้องไปขายตัวแล้วต้องรับแขกที่กักขฬะ ซาดิสต์ ใช้ความรุนแรงมากกว่าชาติอื่นๆ แม้บางคนจะเต็มใจไปขายบริการ ก็ยังทนไม่ได้ต้องหนีกลับ แต่ก็เกือบทุกเคสอีกเช่นกัน ที่กลับมาแล้วหนีหาย ไม่คิดดำเนินคดีกับนายหน้า หรือแม่แทคอีก เพราะเกรงกลัวอิทธิพล 

         แอดมินเพจ บอกว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงไทยโดนโยนลงมาจากตึกตายคาสระว่ายน้ำจนเป็นข่าวใหญ่มาแล้ว และมีอีกหลายคนที่หายสาบสูญ

         เคสนี้ หลังการร้องขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย (วังไชยา) เมื่อ 15 มีนาคม ต่อมา วันที่ 16 มีนาคม รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา 1 ได้นำผู้ร้อง เดินทางไปประสานการช่วยเหลือ ที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล โดยมี ธาตรี เชาวชตา ผอ.กองคุ้มครองฯ เป็นผู้รับเรื่อง และได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น แล้วดำเนินการประสานความช่วยเหลือไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศบาห์เรนทันที

          จากนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปประสานการดำเนินคดีที่ บก.ปคม. โดยมี พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุษย์ รอง ผบก.บก.ปคม. เป็นผู้รับเรื่อง ก่อนมอบหมายพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้ร้องเบื้องต้น

         กระทั่งวันที่ 18 มีนาคม จึงได้รับแจ้งเบื้องต้นจากผู้ร้องว่าสถานทูตไทยประจำประเทศบาห์เรน แจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้สามารถช่วยเหลือหญิงไทยดังกล่าวได้แล้ว หลังจากได้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจบาห์เรน ซึ่งมีหญิงไทยอีกคนหนึ่งแจ้งว่าถูกบังคับและขอให้ช่วยเหลือด้วย โดยขณะนี้หญิงไทยทั้ง 2 คน อยู่ในความดูแลของสถานทูตไทยประจำประเทศบาห์เรนแล้ว เพื่อรอการส่งกลับ

 

@บาห์เรนฝันขุดทองแดนสวรรค์...กลับตกนรกทั้งเป็น 

 

 

         ผอ.กองคุ้มครองฯ บอกว่า ยอดการช่วยเหลือหญิงไทยเฉพาะที่บาห์เรนประเทศเดียวภายในปี 2560 มีมากกว่า 200 คน แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือกลับมาแล้ว เกือบทั้งหมดไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามดำเนินคดีกับนายหน้า หรือแม่แทค หลายคนกลับมาเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่ แล้วเดินทางออกไปทำงานในลักษณะเดิมยังประเทศอื่นๆ อีก

         อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องจริงที่อินบ๊อกซ์มายังเพจเฟซบุ๊ก “ล่า” จากหญิงไทยในบาห์เรน มาเล่าสู่กันฟังในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งบทสนทนานี้พอจะจินตนาการไปถึงความทุกข์ทรมาน ความกล้ำกลืนฝืนใจของหญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกนรกอยู่ที่นั่น แต่ก็มีหญิงไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่เลือกสวิตช์ตัวเองจากผู้ตกนรก ตะเกียกตะกายจนขึ้นมาเป็นแม่แทค กำหนดชะตาชีวิตหญิงไทยที่เพิ่งหลงเข้ามาสู่วงจรนรกนี้

         หญิงไทยที่เดินทางไปบาห์เรน ถูกเข้าใจอย่างเหมารวมทั้งหมดว่าเป็น “โสเภณี” จนคนที่นั่นฟังภาษาไทย และพ่อค้าแม่ค้าที่นั่นยังสื่อสารภาษาไทยได้ด้วย 

         หญิงไทยไปที่นั่นด้วยวิธีการชักชวน บอกต่อ หรือเสาะแสวงหาช่องทางด้วยตัวเอง โดยเฉพาะที่อันตรายคือ การหลงเชื่อนายหน้าจัดหางานเถื่อนตามโซเชียลมีเดียต่างๆ 

         ค่าตอบแทนของนายหน้าเวลาส่งผู้หญิงไปขายบริการทางเพศนั้น ตกอยู่ที่หัวละ 20,000-30,000 บาท นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม เขาถึงพยายามหว่านล้อม ชักชวน หลอกลวงสารพัด เพื่อให้เหยื่อตกลงปลงใจ 

         สำหรับที่บาห์เรน หนี้ต่อคนของเหยื่อตกอยู่ที่ 250,000-400,000 บาท ตามคำบอกเล่า และเหตุผลที่ต้องรับแขกตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่ำวันหนึ่งต้องได้ 10 คน เพราะค่าตัวเป็นของแม่แทคทั้งหมด เพื่อใช้หนี้ ส่วนคนที่ 11 เป็นค่ากินอยู่ใช้จ่ายส่วนตัว ถ้ารับแขกได้ในเรตราคากลาง 1,500 บาท ก็โชคดีกว่าเรตราคา 800-900 บาท ซึ่งถูกจัดประเภทเป็น 1.งานแท็กซี่ คือ แท็กซี่มารับไปพบแขกที่โรงแรม แล้วพากลับมาส่ง 2.งานจับแขก คือ ออกไปหาแขกตามสถานบริการ หรือตามถนนในแหล่งที่ทุกคนรู้ว่าจะหาแขกได้ที่ไหนบ้าง และ 3.งานตึก คือ เป็นเรตต่ำสุด ที่ต้องรับแขกชนชั้นกรรมกรในตึก ต้องแสตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง และห้ามสวมถุงยางอนามัย

         “แขกซาดิสต์ ทำร้ายร่างกาย ใช้ความรุนแรง บางคนขั้นวิตถาร สกปรก ตัวเหม็น ก็ต้องรับ ต้องยอม ไม่สามารถเลือกได้ เพราะก็ไม่อยากเจ็บตัวจากการที่แม่แทคทำร้ายทุบตี ต้องรับแขกทั้งน้ำตา หลับตาให้เสร็จๆ ไปคนหนึ่ง และคนถัดๆ ไป เพื่อจะได้ผ่านไปอีกวัน กับยอดหนี้สินที่ลดลง เวลาที่จะได้นอนอย่างสบายบ้างไม่มี ต้องนอนรวมๆ กัน เมื่อถามว่าถ้าอยากกลับจะทำอย่างไร จะขอความช่วยเหลือครอบครัวก็ลำบาก เพราะไม่มีใครรู้ว่ามาขายตัวอยู่บาห์เรน คราวนี้จะทำอย่างไร โปรดเห็นใจ ก็ได้แต่บอกใครต่อใครว่า โดนหลอกมา” 

         นี่คือเสียงสะท้อนจากอดีตหญิงไทยในบาห์เรนที่อธิบายให้เห็นภาพขุมนรกที่นั่น