คอลัมนิสต์

ทาง 2 แพร่ง !! อนาคต “บิ๊กตู่” เดิมพันเก้าอี้นายกฯ

ทาง 2 แพร่ง !! อนาคต “บิ๊กตู่” เดิมพันเก้าอี้นายกฯ

10 มี.ค. 2561

"บิ๊กตู่"จะเลือกทางไหน?? กับเดิมพันเก้าอี้นายกฯ ที่อยู่บนทาง 2 แพร่ง

 

                ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยว่าการเลือกตั้งส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แบบฉลุย ไม่ล่ม-ไม่คว่ำ ตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัญญาเอาไว้

                อนาคตการเมืองหลังลงจากหลังเสือของ “บิ๊กตู่” ยังไม่แน่นอน แม้ปากจะบอกว่ายังไม่ตัดสินใจ แต่ในใจมองไกลนั่งเก้าอี้สร.1 อีกคำรบ อยู่ที่ว่าจะแบไต๋ออกมาให้รู้กันเมื่อไร 

                กองเชียร์-กองหนุน-กองแช่ง ต่างจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของ “บิ๊กตู่” ทั้งคำพูด-การลงพื้นที่ สัญญาณจาก “ผู้กุมอำนาจ” อาจจะไม่ส่งมาตรงๆ ทำให้หลายครั้งหลายคราต้องตีความกันเอง 

                โจทย์ของ “บิ๊กตู่” ที่จะกรุยทางเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีให้เลือกอยู่ 2 ทาง 1.อยู่ในลิสต์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ที่จะส่งรายชื่อ 1 ใน 3 รายชื่อให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นก็จะนำรายชื่อดังกล่าวมาให้บรรดาส.ส.โหวตเลือก

                “บิ๊กตู่” ออกตัวว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดมาทาบทาม หากมาทาบทามจริงก็คงต้องขอเวลาคิดก่อน ว่านโยบายพรรค-อุดมการณ์พรรค พอเดินร่วมทางกันได้หรือไม่ ส่งสัญญาณให้เห็นว่าเส้นทาง 1 ใน 3 ลิสต์รายชื่อพรรคการเมืองไม่ได้ปิดตายเสียทีเดียว

                “บิ๊กตู่” บอกใบ้เสมือนส่งสัญญาณให้พรรคกองเชียร์รับรู้ว่า “พรรคการเมืองจะเสนอผมได้เพียงพรรคเดียวเท่านั้น วันนี้ยังไม่รู้เลย เพราะไปยังไม่ถึงตรงนั้น ยังปลดล็อกไม่ได้เลย ผมเองยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ไปอย่างไร ใครจะมาขอ ยังไม่เห็นมีใครติดต่อผมมาเลย ผมจะรับหรือเปล่าก็ยังไม่รู้”

                ตัว “บิ๊กตู่” คงชั่งน้ำหนักแล้วว่า หากสามารถเดินเข้าสู่อำนาจได้ด้วยแนวทางดังกล่าวจะสามารถสร้างความชอบธรรมให้การบริหารงานได้มากกว่า ที่สำคัญเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติมากกว่าด้วย จากนี้คงต้องหาพรรคการเมืองให้ตรงสเปกเท่านั้น

                “บิ๊กตู่” ยังรอดูทิศทางลม-ทิศทางความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มก้อน โดยเฉพาะ “พรรค กปปส.” ที่ยังไม่แน่นอนว่า “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย จะเลือกเล่นเกมไหน จะรุกหรือจะถอย แถมยังสั่งเบรก “น้องเลิฟ” นายธานี เทือกสุบรรณ ให้ชะลอการยื่นจองชื่อพรรคกับกกต.ไปก่อน

                แถมยังมีข่าวเล็ดลอดออกมาอีกว่า “สุเทพ” อาจจะเปลี่ยนแผน หวนกลับมายึด “ปชป.” จากอ้อมอก “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป.อีกครั้ง หลังเคยพยายามมาแล้วแต่ทำไม่สำเร็จ ก่อนจะเจรจาหย่าศึกไป

                เมื่อ “พรรค กปปส.” ยังไม่นิ่ง พรรคการเมืองที่อยู่ในข่ายพอมีลุ้นจะเป็นนอมินีเสนอชื่อ “บิ๊กตู่” ก็จะเหลือเพียง “พรรคประชาชนปฏิรูป” ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ประกาศชัดจะชงชื่อ “บิ๊กตู่” นั่งเก้าอี้นายกฯ แต่หากราคาค่างวดของ “ไพบูลย์” ยังเป็นคำถามอยู่ว่าจะลงสนามเลือกตั้งไหวหรือไม่

                ดังนั้นแนวทางให้พรรคการเมืองใส่ชื่อ 1 ใน 3 ส่งไปยังกกต. “บิ๊กตู่” ยังต้องรอดูทิศทางลมก่อน โดยเฉพาะท่าทีของ “ลุงกำนัน” หากยึดพรรคปชป.ได้ก็อาจจะเสนอในนามปชป. หากยึดไม่ได้ “พรรคกปปส.-พรรคประชาปฏิรูป” อาจเป็นคำตอบ แต่อย่าประมาท “พรรคภูมิใจไทย” หากดีลเก้าอี้รมต.ลงตัว ชื่อ “บิ๊กตู่” อาจจะอยู่ในลิสต์ของภท. การเมืองยุคคสช.อะไรก็เกิดขึ้นได้

                หาก “บิ๊กตู่” เลือกอยู่ในลิสต์ 1 ใน 3 รายชื่อของพรรคการเมืองอาจจะช่วยลดแรงเสียดทานจาก “ขั้วตรงข้าม” ได้ แถมภาพลักษณ์ในสายตานานาชาติจะดีขึ้นทันตา และเป็นที่ยอมรับมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

                แต่ข้อเสียคือระหว่างหาเสียงเลือกตั้งตัว “บิ๊กตู่” อาจจะโดนโจมตีมากเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นการเปิดหน้าชก-เปิดตัวให้เห็นหน้าค่าหน้ากันแบบแจ่มชัด ที่สำคัญคะแนนของพรรคที่ใส่ชื่อ “บิ๊กตู่” อาจจะมีความแปรผันสูง เดินเกมดีบวกเพิ่มได้ เดินเกมพลาดคะแนนดิ่งลดลงกว่าเดิม