
เส้นทางสิทธิมนุษยชนอาเซียนยังอีกยาวไกล
กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มฮิวแมน ไรท์ วอทช์ และองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้พร้อมใจกันเรียกร้องผู้นำอาเซียน ซึ่งกำลังเปิดประชุมสุดยอดที่หัวหินจนถึงวันที่ 1 มีนาคมนี้ ว่า ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มอำนาจเพื่อให้สามารถผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชนในพม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเข้าไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างเช่น กลุ่มโรฮิงญา ตลอดจนให้ความคุ้มครองต่อผู้อพยพอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อเรียกร้องของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ บังเอิญมีขึ้นในช่วงเดียวกับที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้นำเสนอรายงานประจำปีว่าด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเน้นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลงในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่พม่า ซึ่งรายงานประจำปีชิ้นนี้ได้กล่าวหาว่า รัฐบาลได้ปราบปรามประชาชนอย่างทารุณ มีการเผาทิ้งหลายหมู่บ้าน รวมทั้งการสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมตามแนวชายแดน เช่นเดียวกับการข่มขืนและการทรมาน โดยไม่มีการลงโทษผู้ที่รับผิดชอบ จริงอยู่ ข้อเรียกร้องของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและรายงานด้านสิทธิมนุษยชนของกระทรวงต่างประทศสหรัฐ เป็นสิ่งที่ผู้นำอาเซียนไม่อาจเพิกเฉยได้ ในเมื่อต่อนี้ไปอาเซียนจะให้ความสำคัญกับภาคประชาสังคมอาเซียนมากขึ้น อีกทั้งจะมีการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะเป็นองค์กรที่มีอิสระในการสืบสวนตรวจสอบ และรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนต่อประเทศภาคีสมาชิก อย่างไรก็ดี แนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในกรอบมาตรฐานสากลของตะวันตกเสมอไป เราเห็นด้วยที่ผู้นำอาเซียนไม่หยิบยกปัญหาของผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายโรฮิงญาหลายร้อยคนไว้ในวาระการประชุมสุดยอด แต่ได้จับเข่าคุยกันในระดับทวิภาคีในหมู่ภาคีสมาชิกอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และต่างเห็นต้องกันว่าจะปฏิบัติต่อคนกลุ่มนี้ด้วยเมตตาจิต แต่จะต้องผลักดันกลับประเทศเดิมให้ได้ เพื่อจะได้เป็นหลักปฏิบัติสืบไปในอนาคต อีกทั้งจะช่วยตัดตอนผลที่อาจเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว หากยอมทำตามข้อเสนอของตะวันตกที่ให้ตั้งศูนย์พักพิงขึ้น แต่เมื่อนานไปกลับกลายเป็นภาระของประเทศนั้นๆ ที่สำคัญก็คือ เท่ากับกดดันให้กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนต้องหันไปให้ความสนใจกับต้นตอใหญ่อีกต้นตอหนึ่งของปัญหานี้ นั่นก็คือ ขบวนการค้ามนุษย์ที่นานาประเทศจะต้องร่วมมือกันกำจัดให้สิ้นไปให้ได้



