ออเจ้า..รู้ยัง? “ธนาธร-ปิยบุตร” แกนนำพรรคต้าน คสช.
จริงหรือที่แสงทองของวันใหม่ ชาติไทยจะได้เลือดใหม่มาทำงานการเมือง เพื่อผลักดันความฝัน ความเชื่อในการสร้างประเทศ!!
เมื่อไม่กี่วันมานี้ “หมอเลี้ยบ” น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่กับการเมือง ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว และตอนท้ายได้ทำนายว่า
"หลังวันที่ 1 มีนาคมนี้ เราจะได้เห็นคนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาตั้งพรรคการเมืองของพวกเขาเอง ขับเคลื่อนโดยวิธีคิดแบบคนหนุ่มสาว เพื่ออนาคตของสังคมไทยที่พวกเขาจะใช้ชีวิตไปอีก 50-60 ปี"
คำทำนายของหมอเลี้ยบก็เป็นจริง เมื่่อ "ปิยบุตร แสงกนกกุล“ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ”จะเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่เวทีการเมือง เพื่อผลักดันความฝัน ความเชื่อในการสร้างประเทศ"
ก่อนหน้านี้ มีข่าววงในจากกลุ่มนักประชาธิปไตยว่า "ปิยบุตร แสงกนกกุล“ หัวหอกคณะนิติราษฎร์ กับ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" นักธุรกิจหนุ่มแห่งไทยซัมมิทกรุ๊ป จะร่วมกันตั้งพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่
เมื่อ 23 ก.พ.2561 ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้อภิปรายตอนหนึ่งในงานเสวนาหัวข้อ “ประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลง : อดีต ปัจจุบัน อนาคต ในบริบททางเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายและสังคม” (จัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ว่า
"คนรุ่นใหม่ ถ้าคิดเป็นอายุก็จะประมาณ 18 ถึง 25 ปี พวกเขาไม่ได้อยู่ในวังวนความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มมาตั้งแต่ 2548 แต่ความขัดแย้งตลอด 12-13 ปีนี้ได้สร้างผลพวงและภาระอันหนักอึ้งให้คนรุ่นนี้ ในขณะที่คนรุ่นนี้จะมีช่วงชีวิตต่อไปอีกยาวนาน อย่างน้อยๆ ต้องอยู่ไปอีก 40 กว่าปี ในขณะที่คนที่สร้างภาระไว้ก็จะทยอยล้มหายตายจากไป ถึงตอนนั้นเขาไม่รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
"เพราะฉะนั้นผมเรียกร้องคนรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างภาระนี้มา แต่กลับต้องรับภาระนี้ไป ภาระนี้จะปลดเปลื้องลดบรรเทาเบาบางได้ต้องอาศัยกำลังคนรุ่นใหม่เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา”
สำหรับ “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นลูกชายคนโตของ พัฒนา-สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งไทยซัมมิทกรุ๊ป
ปี 2545 พัฒนาเสียชีวิต สมพรจึงเป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลกิจการ และมอบให้ “เอก ธนาธร” ลูกชายคนโตเข้ามาบริหารด้านการผลิตทั้งหมด
ธนาธรเป็นนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวการเมืองภาคประชาชนมาแต่สมัยเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลังรัฐประหาร 2557 “เอก” แสดงความเห็นคัดค้านอำนาจเผด็จการ และเข้าร่วมกิจกรรมกับ “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่" ในฐานะผู้รักประชาธิปไตยและให้กำลังใจน้องๆ
ด้วยเหตุนี้ คสช. จึงเฝ้าจับตาลูกนักธุรกิจใหญ่ เพราะฐานข้อมูลเดิมที่ชี้เป้าไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง “เอก ธนาธร” กับกลุ่มประชาธิปไตยใหม่
ปัจจุบัน กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ได้แปรสภาพมาเป็น “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” นำโดย รังสิมันต์ โรม และยังเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์กดดันให้มีการเลือกตั้งภายในปีนี้
ปลายเดือน ก.พ. "เอก ธนาธร" ให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักถึงความกังวลต่อการถดถอยของประชาธิปไตยเมืองไทย หากคนรุ่นใหม่ไม่ลุกขึ้นมาทำงานการเมือง ประเทศชาติคงจมอยู่ใต้เงาเผด็จการไปอีกนาน
“เอก ธนาธร” จึงตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง และฝ่ายประชาธิปไตยก็มีความหวังขึ้นมาทันทีทันใด
จะว่าไปแล้ว แนวคิดตั้งพรรคการเมืองของภาคประชาชน มีการคิดอ่านกันมานานพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาชนที่ต้องการ “ก้าวข้ามทักษิณ”
สำหรับ “ปิยบุตร” ก็ถูกหน่วยข่าวความมั่นคง ติดตามมาแต่ครั้งที่เขากับคณะอาจารย์ ในนาม “คณะนิติราษฎร” เสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้ง “ปิยะบุตร” เดินทางไปฝรั่งเศส ได้เข้าร่วมการเสวนาทางการเมืองกับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม คีย์แมนของพรรคใหม่นี้ จะนำกลยุทธ์การตลาดการเมืองมาใช้เต็มที่ โดยจะสร้าง “โมเดลตูน..ทางการเมือง” ขึ้นมาให้ได้
คาดว่า สัปดาห์หน้า คณะผู้ก่อการพรรคคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ คงจะเข้าไปจดแจ้งขึ้นทะเบียนพรรคการเมืองต่อ กกต. และพรรคนี้จะต้องถูกหน่วยข่าวความมั่นคงจับตาอย่างใกล้ชิด



