คอลัมนิสต์

ตลาดใหม่ใกล้เปิด “พรรคการเมือง” คึกคัก  ถึงเวลาจองพื้นที่

ตลาดใหม่ใกล้เปิด “พรรคการเมือง” คึกคัก ถึงเวลาจองพื้นที่

27 ก.พ. 2561

1 มี.ค. ดีเดย์พรรคการเมืองใหม่จะเดินหน้าจดทะเบียนตั้งพรรคได้ ซึ่งมีคนจำนวนมากแสดงเจตจำนง เราจึงมาแบ่งกลุ่มพรรคจดใหม่ ตามวัตถุประสงค์

1 มีนาคม  ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่พรรคการเมืองจะขยับขับเคลื่อนได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสี่ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 แม้จะเป็นเพียงการให้ขยับเชิงธุรการแต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการเมืองไทยอีกครั้ง 

อย่างไรก็ตาม การขยับครั้งนี้เป็นคิวของพรรคการเมืองใหม่ที่จะจัดตั้ง ส่วนพรรคการเมืองเก่าต้องรอไปจนกว่าจะถึงวันที่ 1 เมษายน 2561

ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคมากมาย และกำหนดให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและที่จะจดตั้งขึ้นใหม่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีความต่างจากฉบับเก่าค่อนข้างมาก แต่ปรากฏว่าพรรคการเมืองเก่า และผู้ที่ต้องการจะจดตั้งพรรคการเมืองใหม่ กลับไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก“ติดล็อก” จากคำสั่ง คสช. เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ตั้งแต่ช่วงเริ่มการรัฐประหาร

  ซึ่งต่อมามีเสียงเรียกร้องให้ปลดล็อก เพราะมิเช่นนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองได้ เนื่องจากมีระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องต่างๆ กำหนดไว้ หากทำไม่ทันก็จะมีผลต่อการส่งผู้สมัครลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งที่จะถึง 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง  เพื่อเปิดทางให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองบางอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องธุรการเช่นการจดตั้งพรรคการเมือง และการปรับปรุงฐานสมาชิกพรรคการเมือง

โดยอ้างความเท่าเทียมและความไม่ได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองเก่าและใหม่ คำสั่งฉบับดังกล่าวจึงเปิดทางให้พรรคการเมืองที่จะจดตั้งใหม่สามารถเริ่มดำเนินกระบวนการตั้งพรรคการเมืองและหาสมาชิกพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 ส่วนพรรคการเมืองเก่าสามารถเริ่มดำเนินการเรื่องธุรการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 

คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกเนื่องจากวันที่ 1 มีนาคม เป็นวันหยุด “มาฆบูชา” จะมีผู้ที่ให้ความสนใจไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดมีผู้แสดงความจำนงถึง 114 พรรค โดยการจดตั้งนี้จะไม่ถึงขนาดที่ทำให้พรรคการเมืองมีความเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ เพราะยังต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดไว้ แต่ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการ “จองชื่อ - เครื่องหมายพรรค” ต่อ กกต.

ทั้งนี้ จากการแบ่งกลุ่มของพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ตามที่มีผู้เคยประกาศตนและเป็นข่าว จะสามารถแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม

กลุ่มแรกคือ “กลุ่มที่ประกาศจุดยืนจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้เป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง” อาทิ กลุ่มของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ซึ่งเป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศตัวจะตั้ง โดยใช้ชื่อ "พรรคประชาชนปฏิรูป”  และมีนโยบายชัดเจนคือสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์”   หรือล่าสุด “พรรคมวลมหาประชาชน” ของกลุ่ม กปปส. ที่แม้จะไม่ได้เคลื่อนไหวในเชิงการชุมนุม และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ก็เคยประกาศวางมือทางการเมือง แต่เมื่อแนวนโยบายสวนทางกับประชาธิปัตย์ การแยกทางจึงเกิดขึ้น ซึ่งครั้งนี้ขับเคลื่อนโดยคนที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน และเคยเคลื่อนไหวร่วมกัน สมาชิกส่วนหนึ่งก็คือสมาชิกและอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง“อัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร” ภรรยา “พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์”  หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ  ในชื่อ “พรรคเพื่อชาติไทย” อีกด้วย

  นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงพรรคที่มีข่าวว่าจะเป็นพรรคของ คสช.เอง ที่อาจจะจัดตั้งขึ้นในชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “ประชารัฐ” ดังนั้นในวันดังกล่าวต้องจับตาว่าจะมีใครมาจดชื่อในนาม “ประชารัฐ” หรือชื่อใกล้เคียงหรือไม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการจองไว้โดยคนที่ไม่ใช่ของ คสช. เพื่อวัตถุประสงค์บางประการ 

กลุ่มที่สองคือ “กลุ่มที่หวังจะเป็นตัวแปรทางการเมืองในอนาคต” เพราะตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เปิดโอกาสให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก มีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลสูง และแม้แต่ ส.ส.ที่สอบตกก็ยังจำเป็น ซึ่ง ส.ส.ดังกล่าวจะมารวมในกลุ่มพรรคตัวแปรนี้ โดยกลุ่มนี้ก็ อาทิ “พรรคพลังพลเมือง” ที่มีนักการเมืองรุ่นเก่าที่นำโดย “สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์”  “นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล”  “เอกพร รักความสุข” “วิวรรธนไชย  ณ กาฬสินธุ์”  “โชคสมาน สีลาวงษ์” 

และกลุ่มสุดท้ายคือ “กลุ่มหวังจะเป็นพรรคทางเลือก” โดยในขณะนี้มีข่าวและการแสดงท่าที เช่น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” คนรุ่นใหม่นักธุรกิจจากกลุ่มไทยซัมมิท รวมถึง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” นักวิชาการรุ่นใหม่ ซึ่งเคลื่อนไหวกับกลุ่ม “นิติราษฎร์” “พรรคไทยศรีวิไลย์” ที่นำโดย “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” และ “ณัชพล สุพัฒนะ” หรือ “มาร์ค พิทบูล” ซึ่งชูนโยบายปราบคอร์รัปชั่น 

นี่คือการแบ่งกลุ่มเบื้องต้นของพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังอาจมีกลุ่มที่ 4 ที่มองว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นนอมินีทางการเมืองของพรรคใหญ่เพื่อแบ่งคะแนนนิยมไม่ให้ตกไปอยู่ที่พรรคคู่แข่ง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เปิดตัวว่ามีใครบ้าง

ต้องจับตาดูว่าความเคลื่อนไหวทางการครั้งแรก ในรอบเกือบ 4 ปี จะคึกคักขนาดไหน หากดูดีๆ จะเห็นถึงทิศทางการเมืองในอนาคตด้วย 

----------

อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ 

ขั้นตอน จัดตั้ง “พรรคการเมืองใหม่” ต้องทำอะไรบ้าง

1.รวมตัวให้ได้ไม่น้อยกว่า 15 คน ยื่นคำแจ้งขอเตรียมจัดตั้งพรรค ต่อ กกต. เพื่อจองชื่อพรรค, ชื่อย่อ, ภาพเครื่องหมายของพรรค

2.รวบรวมสมาชิก ฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ไม่น้อยกว่า 500 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวต้องร่วมจ่ายเงิน คนละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาทเพื่อเป็นทุนประเดิมให้พรรคใช้ทำกิจกรรม รวมไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท ใน 180 วัน 

3.จัดประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ใน 180 วัน เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค และทำนโยบาย ข้อบังคับ และอุดมการณ์ทางการเมือง

4.เมิื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อยให้ยื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อขอให้รับรอง 

5.เมื่อ กกต.รับรอง ต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบ 5,000 คนใน 1 ปี และ 40,000 คนใน 4 ปี 

6.จัดตั้งสาขาพรรค ภาคละ 1 สาขา ภายใน 1 ปี

----