คอลัมนิสต์

ตามกลิ่นฮาร์ดคอร์  รวบสมุนโกตี๋  สะเทือน “ใต้ดิน” ฝั่งลาว

ตามกลิ่นฮาร์ดคอร์ รวบสมุนโกตี๋ สะเทือน “ใต้ดิน” ฝั่งลาว

13 ก.พ. 2561

จะว่าไปแล้ว กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อ 10 ก.พ. มีจำนวนไม่น้อยที่ออกมาชุมนุม เพราะได้ฟังการปลุกระดมจากกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ซึ่งเป็นหนามยอกอก คสช. ไม่เลิกรา

          บ่ายวันจันทร์ที่ 12 ก.พ.2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว

          เป้าหมายหลักของการเยือนลาวหนนี้ อยู่ที่โรงแรมดอนจันพาเลซ ที่มีพิธีรับมอบโปรแกรมลงทะเบียนหมายเลขมือถือ ระหว่างกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาและการสื่อสาร กับ กสทช. โดยมี สอนไช สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว กับ พล.อ.ประวิตร เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

          สอนไช สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ถึงความจำเป็นต้องจัดทำ และพัฒนาระบบข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมกัน เพื่อร่วมกันตรวจสอบติดตามการกระทำผิดที่เป็นปัญหาความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

          ภัยความมั่นคงของสองประเทศได้แก่ ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญกรรมข้ามชาติ

          นับว่าเป็นครั้งแรกที่ “บิ๊กป้อม” ได้พบกับสอนไช สีพันดอน รองนายกฯ บุตรชายของท่านคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศ ที่ยังมีอิทธิพลสูงต่อคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

          หลังบิ๊กป้อมบินกลับประเทศ กลางดึกคืนวันเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำกำลังเข้าจับกุม กฤษชาภณ หรือ พล พูลศิลป์ อายุ 53 ปี ที่ห้องเลขพักหมายเลข 2/28 อาคาร 10 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ในห้อง ประกอบด้วยระเบิดหลายชนิด

          ที่น่าสนใจ "กฤษชาภณ" รับสารภาพว่า ระเบิดทั้งหมดเป็นของ ธีรชัย อุตรวิเชียร หรือ ระพิน คนสนิทของโกตี๋ 

          ปัจจุบัน ระพินถูกจับกุมคดีครอบครองอาวุธสงคราม อั้งยี่ซ่องโจร เมื่อ 18 มี.ค.2560 ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยระพินนำมาฝากไว้หลังเลิกชุมนุมทางการเมืองจากเวทีบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ จ.ปทุมธานี ปี 2557

          แหล่งข่าวความมั่นคงเปิดเผย ตำรวจตรวจบัตรประชาชนผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมคนอยากเลือกตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงพบชื่อ “กฤษชาภณ” หรือ “พล พูนศิลป์” อดีตการ์ดคนเสื้อแดงอยู่ในบัญชีความมั่นคง จึงเจ้าหน้าที่สะกดรอยตามมาจนถึงแหล่งกบดาน 

          เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังได้ตรวจพบผู้ใช้นามแฝงว่า “ญาญ่า” ไลฟ์เฟซบุ๊คการทำกิจกรรมคนอยากเลือกตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเธอเป็นคนเดียวกันกับบุคคลที่ใช้ไลน์โทรเข้าไปในรายการวิทยุใต้ดินของ สุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ อยู่เป็นประจำ

          ปลายปีที่แล้ว “ญาญ่า” ได้โฟนผ่านไลน์เข้าไปร่วมกับรายการวิทยุของลุงสนามหลวง โดยอ้างว่า เป็นคนชั้นสูง รู้ลึก รู้ตื้น ของฝ่ายอำมาตย์ เรื่องเล่าของเธอ ได้รับความสนใจจากคนฟังจำนวนมาก ทำให้ยอดวิวของช่องยูทูบลุงสนามหลวงพุ่งพรวด แต่ภายหลัง ญาญ่าได้ย้ายไปร่วมจัดรายการกับสุรชัย แซ่ด่าน 

          จะว่าไปแล้ว กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อ 10 ก.พ. มีจำนวนไม่น้อยที่ออกมาชุมนุม เพราะได้ฟังการปลุกระดมจากกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว โดยก่อนหน้านั้น กลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน, กลุ่มลุงสนามหลวง และกลุ่มไฟเย็น (ขุนทอง-แยม) ได้พูดเชิญชวนคนเสื้อแดงกันทุกคืน มิหนำซ้ำยังมีเปิดสายหน้าไมค์ให้แสดงความคิดเห็นอย่างอึกทึก

          การชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง จึงมีเครือข่ายใต้ดินในลาว ยุโรปและสหรัฐ ทุกเพจทุกช่องยูทูบ ล้วนแชร์การถ่ายทอดสดจากเฟซบุ๊คสำนักข่าวเสื้อแดง โดยเฉพาะกลุ่มแดงในลาว 

          วิทยุใต้ดินในลาว เป็นหนามยอกอก คสช. และบิ๊กป้อมบินไปลาวหลายรอบแล้ว เสียงประกาศล้มเผด็จการจากฝั่งซ้ายก็รบกวนจิตใจผู้นำรัฐบาลไทยไม่เลิกรา