
คดี “โอ๊ค” ปมฟอกเงิน“กรุงไทย”.. ถึงไหนแล้ว ?
กระแสข่าวเตรียมดัน นายพานทองแท้ บุตรชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ขึ้นนั่งหัวหน้าพรรคไทย กำลังมาแรง แต่ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะ "โอ๊ค" มีคดีปมฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ติดตัว
กระแสข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมดัน นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนเดียว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยหวังว่า สายตรง“ทักษิณ” จะทำให้พรรคชนะเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างถล่มทลายนั้น
แต่ทว่าสำหรับนายพานทองแท้ ใช่ว่าจะราบรื่นในการที่เข้าสู่ถนนการเมือง เพราะตัวเขามีคดีติดตัวในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน จากกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้แก่เครือกฤษดามหานคร
คดีถึงไหนแล้ว ?
สำหรับคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับเครือกฤษดามหานครซึ่งมีเงิน 2 ก้อนคือ 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวพันถึงกลุ่มของ พานทองแท้ ชินวัตร นั้น
ในส่วนวงเงิน 10 ล้านบาทในทางคดี มีการชี้แจงมาโดยตลอดของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาว่า เป็นเงินที่ นายรัชดา กฤษดาธานนท์ โอนมาเพื่อร่วมการลงทุนนำเข้ารถยนต์หรูเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่ภายหลังแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงยกเลิกโครงการโอนเงินคืนให้กับนายรัชดา ไปแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่เชื่อตามคำชี้แจง เนื่องจากรถยนต์หรูมีราคาสูง เงินลงทุนเพียงคนละ 10 ล้านบาท อาจไม่สามารถนำเข้ารถยนต์หรูได้จริง
ส่วนวงเงิน 26 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงไปยังนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร , วันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนาภา และเกจินี จิปิภพ แม่ของกาญจนาภา นั้น อ้างว่าเป็นการโอนเงินของนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปเพื่อลงทุนซื้อหุ้นแต่ไม่ได้ลงบัญชีกันเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อขายหุ้นได้มีกำไร ก็ได้ทยอยคืนเงินให้กับนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 60 นายพานทองแท้ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาจากดีเอสไอ พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
จากนั้นนายพานทองแท้ ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอสอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไออนุมัติสอบปากคำพยานเฉพาะปากที่เกี่ยวข้องโดยตรงรวม 8 ปาก
ทนายความของพานทองแท้ ไม่ยอมโดยได้เดินสายยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดีเอสไอสอบสวนพยานตามที่ฝ่ายผู้ต้องหาร้องขอให้ครบทุกปาก
อย่างไรก็ตาม คดีนี้จะครบอายุความ 15 ปี ภายในสิ้นปี 2561 ดังนั้นดีเอสไอจึงต้องกระชับการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อให้มีระยะเวลาพอสมควรให้พนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนก่อนสั่งคดี จึงขอให้ฝ่ายผู้ต้องหาทำคำให้การของพยานบุคคลต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อพนักงานสอบสวนจะพิจารณาประกอบสำนวนคดี
สำหรับความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษตามกฎหมาย จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



