คอลัมนิสต์

คดี “โอ๊ค” ปมฟอกเงิน“กรุงไทย”.. ถึงไหนแล้ว ?

คดี “โอ๊ค” ปมฟอกเงิน“กรุงไทย”.. ถึงไหนแล้ว ?

13 ก.พ. 2561

กระแสข่าวเตรียมดัน นายพานทองแท้ บุตรชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ขึ้นนั่งหัวหน้าพรรคไทย  กำลังมาแรง แต่ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะ "โอ๊ค" มีคดีปมฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ติดตัว

          กระแสข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมดัน นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนเดียว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยหวังว่า สายตรง“ทักษิณ” จะทำให้พรรคชนะเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างถล่มทลายนั้น

           แต่ทว่าสำหรับนายพานทองแท้  ใช่ว่าจะราบรื่นในการที่เข้าสู่ถนนการเมือง เพราะตัวเขามีคดีติดตัวในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน จากกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้แก่เครือกฤษดามหานคร

           คดีถึงไหนแล้ว ?

            สำหรับคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับเครือกฤษดามหานครซึ่งมีเงิน 2 ก้อนคือ 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวพันถึงกลุ่มของ พานทองแท้ ชินวัตร นั้น

           ในส่วนวงเงิน 10 ล้านบาทในทางคดี มีการชี้แจงมาโดยตลอดของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาว่า  เป็นเงินที่ นายรัชดา กฤษดาธานนท์ โอนมาเพื่อร่วมการลงทุนนำเข้ารถยนต์หรูเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่ภายหลังแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงยกเลิกโครงการโอนเงินคืนให้กับนายรัชดา ไปแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่เชื่อตามคำชี้แจง เนื่องจากรถยนต์หรูมีราคาสูง เงินลงทุนเพียงคนละ 10 ล้านบาท อาจไม่สามารถนำเข้ารถยนต์หรูได้จริง

           ส่วนวงเงิน 26 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงไปยังนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร , วันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนาภา และเกจินี จิปิภพ แม่ของกาญจนาภา นั้น อ้างว่าเป็นการโอนเงินของนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปเพื่อลงทุนซื้อหุ้นแต่ไม่ได้ลงบัญชีกันเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อขายหุ้นได้มีกำไร ก็ได้ทยอยคืนเงินให้กับนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ไปแล้ว

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 60  นายพานทองแท้ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาจากดีเอสไอ พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

          จากนั้นนายพานทองแท้ ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอสอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไออนุมัติสอบปากคำพยานเฉพาะปากที่เกี่ยวข้องโดยตรงรวม 8 ปาก

        ทนายความของพานทองแท้  ไม่ยอมโดยได้เดินสายยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดีเอสไอสอบสวนพยานตามที่ฝ่ายผู้ต้องหาร้องขอให้ครบทุกปาก

         อย่างไรก็ตาม คดีนี้จะครบอายุความ 15 ปี ภายในสิ้นปี 2561 ดังนั้นดีเอสไอจึงต้องกระชับการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อให้มีระยะเวลาพอสมควรให้พนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนก่อนสั่งคดี จึงขอให้ฝ่ายผู้ต้องหาทำคำให้การของพยานบุคคลต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อพนักงานสอบสวนจะพิจารณาประกอบสำนวนคดี

          สำหรับความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษตามกฎหมาย จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ