ทุ่งใหญ่ 2516 ทุ่งใหญ่ 2561 เหมือนมั้ย?
จริงๆ แล้ว ยังมีความแตกต่างกันอีกหลายจุด ทั้งตัวบุคคล รวมไปถึงบริบทของบรรยากาศบ้านเมืองในแต่ละยุคสมัย ซึ่งจะว่าไป "ฉบับออริจินัล" คลาสสิกกว่ากันเยอะ!!
ข่าวใหญ่เช้าวันอังคารที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งทำเอาสะเทือนเลื่อนลั่นจาก “ป่า”สู่ “กรุง”
เมื่อมีรายงานว่าช่วงบ่ายของวันที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง
จนเมื่อไปตรวจสอบก็ต้องผงะ!! เพราะบริเวณเต๊นท์พักของพวกเขามีทั้งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง และอาวุธอีกเพียบ!!!
ที่มากไปกว่านั้น คือ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 มีชื่อ “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทมหาชน รวมอยู่ด้วย!!
ซึ่งโดยแม้ว่าเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ และเจ้าหน้าที่ได้จับกุมเพื่อส่งคดี สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ต่อไป แต่กระแสความโกรธขึ้งในสังคมก็ได้กระพือแรงขึ้นแล้ว!
โดยเฉพาะประเด็น “อำนาจและเงินตรา” กับการแสวงหาความสุขตามอำเภอใจ!
และนั่นคือต้นเหตุที่ว่า มุมหนึ่งของเหตุการณ์นี้ นอกเหนือจากความตกใจระดับคะมำหงาย เพราะมีคนใหญ่คนโตอยู่ในรายชื่อผู้ต้องหาแล้ว
ยังมีความเผลอไผล ไปนึกเปรียบเทียบกับ เหตุการณ์ทุ่งใหญ่นเรศวรปี 2516 เพราะเมื่อเห็นว่าเป็นการกระทำผิดของคนระดับ “ชั้นนำ” ของสังคม กลิ่นอายมันเลยคลับคล้ายคลับคลาบอกไม่ถูก!!
หากแต่จริงๆ แล้ว ยังมีความแตกต่างกันอีกหลายจุด ทั้งตัวบุคคล รวมไปถึงบริบทของบรรยากาศบ้านเมืองในแต่ละยุคสมัย ซึ่งจะว่าไป "ฉบับออริจินัล" คลาสสิกกว่ากันเยอะ!!
สำหรับเหตุการณ์แรก คนรุ่นหนึ่งยังจำกันได้ กับเรื่องราวสะเทือนสังคมไทย ช่วง 45 ปีก่อน หรือเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2516
ที่ได้เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ ตกที่กลางทุ่งนา อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยในที่เกิดเหตุนอกจากศพผู้เสียชีวิต 6 ศพแล้ว ยังพบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก น่าสยดสยอง!!
โดยประเด็นที่สังคมรับไม่ได้ นอกเหนือจากการออกล่าสัตว์ในพื้นที่หวงห้ามแล้ว ในส่วนของบุคคล พวกเขากลับเป็นคนระดับที่ควรจะเคารพกฎหมายมากที่สุด!
แต่กลับทำตัวเป็น “พรานบรรดาศักดิ์” เสียเอง ซึ่งถ้าไม่เกิดเหตุร้าย อ.ตกจนโป๊ะแตก!! คนไทยก็คงไม่รู้อะไรอีกเยอะ
โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ฮ.ลำที่ตกนั้น เป็น 1 ใน 2 ลำ ที่ขนนายทหาร และนายตำรวจ ไปตั้งแคมป์พักแรมฉลองวันเกิด และทำการ “ล่าสัตว์ป่า” ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.
และตามข้อมูลจากหลายแหล่ง หาอ่านได้ทั่วไป ระบุตรงกันว่า หนึ่งในผู้ร่วมคณะ มี พันเอกณรงค์ กิตติขจร บุตรชายของจอมพลถนอม กิตติขจร และดาราสาวคนหนึ่งรวมอยู่ด้วย
ครั้งนั้นผู้นำไทยอย่าง จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี และ จอมพลประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้น จึงอกมาแถลงว่า ขบวน ฮ.นั้น นั้นเป็นปฏิบัติราชการลับ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้นำพม่าคนหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินทางมาเยือนประเทศไทยในตอนนั้น
แน่นอน คำตอบนี้ คนไทยมิอาจยอมรับได้ และที่สำคัญคือ เรื่องดังกล่าวยังถูกสื่อมวลชนพากันเปิดเผยเกี่ยวกับการนำงบประมาณ ยานพาหนะ และอาวุธสงครามของราชการไปใช้ในภารกิจที่ไม่ถูกไม่ควร
ที่สุดชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ 4 สถาบันคือ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และมหิดล ได้พิมพ์หนังสือ “บันทึกลับจากทุ่งใหญ่” เปิดโปงพฤติกรรมดังกล่าว และนำมาสู่การจับกุมนักศึกษา เรื่อยไปจนถึงการประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนศ.
และไม่น่าเชื่อว่าจะนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในเวลาต่อมา!!
0000000
ส่วนเหตุการณ์ทุ่งใหญ่ ในอีก 45 ปีถัดมานี้ มาโป๊ะแตกจากการเข้าตรวจสอบเต๊นท์ที่พักของกลุ่มล่าสัตว์โดยเจ้าหน้าที่อุทยานเอง เป็นความตั้งใจ โดยคาดว่านา่จะมีการวางแผนมาตั้งแต่แรก
โดยรายชื่อผู้ต้องหาก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการ คือ เปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ชาวกรุงเทพ, ยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี ชาวราชบุรี, นที เรียมแสน อายุ 43 ปี ชาวโคราช และ ธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี ชาวกาญจนบุรี
ซึ่งเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะยอมรับว่า เหตุการณ์ทุ่งใหญ่ฯ ทั้ง 2 ภาคนี้ ไม่มีความเหมือน และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันเลย!
เพราะกลุ่มแรกคือ ข้าราชการ คณะนายทหาร และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ กับภารกิจที่สุดจะบรรยายคือการไปแสดงแสนยานุภาพกับสัตว์ป่าผู้บริสุทธิ์ โดยการใช้อาวุธสงครามของทางราชการไปไล่ล่าทารุณ
หากแต่ เมื่อหันกลับมาที่เหตุการณ์ทุ่งใหญ่ 2561 ถ้าจะดูกลุ่มบุคคล ก็เป็นคนในภาคธุรกิจที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางการเลยตรงไหน
และยังเป็นการออกล่าสัตว์ ตามความชอบส่วนตัว และบรรดาอาวุธ ที่เป็นของส่วนตัวเช่นกัน
ดังนั้น หากถามถึงผลต่อเนื่องที่จะตามมา ซึ่งหากใครจะนำเหตุการณ์ขับไล่รัฐบาลเมื่อ 45 ปีก่อน มามโนว่าอาจเกิดขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบันบ้าง ยิ่งน่าจะเป็นไปได้ยาก!!
เพราะในเมื่อจุดเริ่มต่าง จุดลงท้ายก็คงไม่เหมือนกัน และคงเป็นเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับบรรดาผู้รักสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมที่จะเดินหน้าลุยต่อไป ไม่ได้เกี่ยวกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเลย...
จะมีปมเล็กๆ อยู่นิดเดียว ตรงที่เมื่อย้อนไปอ่านบรรทัดแรก พบว่าการตรวจพบซากนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. เหตุใดข่าวจึงออกมาหลังจากนั้นเกือบสองวัน
ที่สำคัญคือ ข่าวนี้ถูกรายงานแรกเริ่มจาก เฟซบุ๊กเพจคนอนุรักษ์ ไม่ได้มาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ถามว่าช่วง 1 วันเต็มๆ ทำไมเรื่องถึงยังเงียบ!! กระทั่งมาแดงและแรงมากเอาวันนี้ ถึงขนาด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผบ.ตร. ออกมากล่าวว่าจะลุยจนถึงที่สุด ไม่มีใครใหญ่เหนือกฎหมาย!!!
รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประสานเสียงกับเพื่อนรัก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
งานนี้มุมหนึ่ง คนไทยทั่วไปอุ่นใจได้ว่างานนี้คนผิดโดนแน่...แต่คนไทยช่างคิดเยอะ...ก็มโนต่อไปแล้วกัน
//////////
ขอบคุณภาพจกาเฟซบุค คนอนุรักษ์



