คอลัมนิสต์

"นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"

"นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"

06 ก.พ. 2561

เมื่อ ข้อสงสัยบนข้อมือของ" บิ๊กป้อม" ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของสังคม สงครามไซเบอร์จึงก่อกำเนิดขึ้น นาทีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง "นาฬิกา" อีกต่อไป

            “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่ง บูรพาพยัคฆ์ พี่ใหญ่แห่งคสช. นาทีนี้คงไม่มีใครรู้จักหรือไม่คุ้นหูกับชื่อนี้  นับจากช่วงบ่าย วันที่ 4 ธ.ค.60 มีการถ่ายภาพหมู่ "ครม.ตู่ 5 “บิ๊กป้อม” ได้ยกมือขวามาบังแดดปรากฎ แหวนเพชรเม็ดโต และนาฬิกาหนึ่งเรือน ซึ่งดูปกติ ก็ไม่มีอะไร แต่แล้ว มือดีก็ได้นำเรื่องนี้มาขยาย เพราะนาฬิกาที่ดูเหมือนธรรมดาๆ  คือ “ริชาร์ด มิลล์” สงวนราคาแล้วล้านอัพ  ทำให้สายสืบโซเชียล เพจดัง CSI LA ทำเจาะลึก สืบหานาฬิกา บนข้อมูลของ “บิ๊กป้อม” จนพบกว่า 25 เรือน เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง และทั้งหมดไม่ปรากฎในบัญชีทรัพย์ที่ได้แจ้งไว้ต่อป.ป.ช. 

    จึงทำให้เป็นประเด็นและเป็นกระแสยาวนานมากกว่า 2 เดือน เพราะการตรวจสอบต่างๆของหน่วยงานตรงอย่าง ป.ป.ช.ก็ดูหมือนจะ เฉยเมย หรือแม้กระทั่งเจ้าตัวเอง ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจง ให้สังคมรับรู้หรือตอบสังคมได้ อย่างกระจ่าง บอกเพียงนาฬิกาเพื่อน
     
     ด้วยสาเหตุนี้เอง “บิ๊กป้อม” ตอนนี้ ถือว่าเป็น สายล่อฟ้า ของรัฐบาลและคสช. ไปแล้ว ซึ่งมีผลสั่นคลอนเสถียรภาพของคสช.อย่างมาก เพราะขณะนี้เริ่มปรากฎ การชุมนุม ดาวกระจายหลายๆจุด เรียกร้องในเรื่องนี้ แต่นอกจากต้าน ก็ปรากฎการชุมนุม สนับสนุน เช่นกัน  

    ส่วน "บิ๊กป้อม"  ว่ากันว่าน่าจะหวั่นไหวไม่น้อย  ถึงกับพูดวลีเด็ดว่า “ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้”   ไม่รู้ว่ามั่นใจในขุมอำนาจ หรือมั่นใจว่ายังมีคนรัก  แต่คำพูดนี้เองก็ถูกนำมาขยายต่อ โดยการทำโพลผลโหวต ว่าอยากให้อยู่หรืออยากให้ไป  ผ่านเว็บไซต์   Change.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับการแสดงพลังของคนออนไลน์เพื่อรณรงค์ในเรื่องต่างๆ  โดยถือเป็นเว็บไซต์สากลมีผู้ใช้ทั่วโลกจำนวนกว่า  224,165,913  

"นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"

    โดย น.ส.ทิชา ณ นคร อดีต กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ริเริ่มการรณรงค์ในหัวข้อ   “อยากให้รองนายกประวิตรฯ ลาออก ตามที่ท่านได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 61 ที่กระทรวงกลาโหม" 
     ทั้งนี้เธอให้เหตุผลว่า "เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาดิฉันได้สร้างแคมเปญนี้ขึ้นมาหลังการจากไปของนตท.เมย ครั้งนั้น ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ผู้นำระดับสูงของกองทัพ รองนายกประวิตรฯ ได้ให้สัมภาษณ์โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง ไม่สนใจความทุกข์โศกของพ่อแม่/พี่สาวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เป็นความหวังของครอบครัว ที่สำคัญการชันสูตรศพได้พบข้อบ่งชี้ชัดเจนว่า นตท.เมยเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย ไม่ใช่ร่างกายอ่อนแอหรือเจ็บป่วย 
     มาวันนี้ท่านได้กล่าวไว้ในงานเลี้ยงปีใหม่กระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และข้าราชการกระทรวงกลาโหม รวมถึงสื่อมวลชนสายทหาร บอกว่า "ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้"  เพื่อให้สถานการณ์ที่อึมครึมทางการเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดี พวกเราทุกคนขอให้ท่านทำตามที่พูดไว้ด้วยค่ะ‼ โดยขณะนี้ มีผู้ร่วมสนับสนุนทะลุ 60,000 รายชื่อแล้ว 
    ขณะโลกความจริง ยังมีกลุ่มต้านก็ต้องมีกลุ่มหนุน จึงเกิดกระทู้ ชื่อว่า “สนับสนุน รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร ให้อยู่ต่อ เพื่อความมั่นคงของประเทศและบอลโลก 2018” โดย Invisible Hands โดยให้เหตุผลว่า 
     1.คสช.บริหารประเทศมา 3 ปีกว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีหรือไม่??  2.ประเด็นนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือไม่?? 3.ขณะนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนาฬิกาไปให้ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว เราควรจะรอผลการพิจารณาของป.ป.ช.ก่อนไหม? 4.เราอยากดูบอลโลกอย่างสบายใจเหมือนชาวโลก?   

"นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"    

    โดยถึงวันที่ 4 ก.พ. มีผู้มากดสนับสนุนกว่า 16,000 คน  แต่จู่ๆก็มีเรื่องน่าประหลาดใจเมื่อจู่ๆยอดดังกล่าวหด ลดฮวบเหลือเพียง 200 กว่าคนในตอนเช้าวันที่ 5  โดยมีการเปิดเผยในภายหลังว่าทางเว็บไซต์ได้นำรายงายชื่อผู้ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนออกเป็นจำนวนมากเพราะ ตรวจสอบพบว่า เป็นการใช้ไอพีซ้ำๆในการกด โดยทางเว็บไซต์ได้ทำตรวจสอบและได้ลบการลงชื่อที่ผิดแกติ เช่น ไปแอบอ้างชื่อมาลง จึงมีการเอาออก ทำให้ยอดสนับสนุน จาก 16,000 เหลือเพียง 200 กว่าคน 
 
    นอกจากนี้ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากระบุว่าถูกแอบอ้างอีเมล์เพื่อนำไปลงชื่อในการรณรงค์ดังกล่าว
  "นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"
    อย่างไรก็ตามมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญถึงกรณีดังกล่าวว่า  ถ้าเป็นการระดมใช้คนก็ไม่น่าแปลก โดยไม่ต้องใช้ bot เลย  ใช้มือทำเอาก็ได้  ตอนนี้ Facebook บน Browser add ได้มากกว่า 1 account นะ หรือที่จริงใช้ Incognito Mode แล้วสร้าง Account ใหม่ยังได้เลย  ซึ่งขึ้นอยู่กับ กลไกของระบบโพลล์ ถ้าเขาไม่มีวิธีป้องกันการกดซ้ำๆโดยคนคนเดียว หรือกลุ่มเดียว งั้นก็ทำได้สบายมาก
    “ถ้าคนทำระบบโพล มีการเก็บไว้ว่าคนที่มาโหวต ใช้ IP อะไร ก็สามารถตรวจได้ ถ้าคนมาโหวตไม่พยายามซ่อน IP การโหวตซ้ำก็อาจจะถูกจับได้” 

    อย่างไรก็ตามต่อมาได้พบว่า Anonymous Thailand  ซึ่งเป็นผู้เริ่มตั้งกระทู้รณรงค์ ได้มีการตั้งกระทู้ชื่อเดียวกัน โดยขณะนี้มีผู้ร่วมสนับสนุนแล้วกว่า 5,000 คน 

"นาฬิกาบิ๊กป้อม" จุดชนวน "สงครามไซเบอร์"
 
     เราก็ต้องมาตามดูกันว่า เรื่องนี้บทสรุปจะเป็นอย่างไร จะกลายเป็นต้นเหตุที่มีผลต่ออายุของรัฐบาลหรือไม่ หรือเป็นชนวนเหตุที่จะสร้างความขัดแย้งครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองหรือไม่ เพราะตราบใดที่คนเขียนกติกา ยังไม่ยอมรับในกติกาของตัวเอง แล้วจะให้คนอื่นมายอมรับในกติกาได้อย่างไร     
----

ชมคลิป