คอลัมนิสต์

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก

05 ก.พ. 2561

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


 
          เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เกิดคดีโจรกรรมเงินดิจิทัลมูลค่า1.67หมื่นล้านบาท สร้างความสั่นสะเทือนให้กับโลกการเงินดิจิทัล เพราะสถานที่เกิดเหตุคือ ญี่ปุ่น แหล่งที่นักธุรกิจด้านนี้เชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของความปลอดภัยระดับสูงสุด!
 
          ย้อนไปวันที่26 มกราคม เกิดข่าวลือในวงการแฮกเกอร์ว่ามีการทะลวงเอาเงินก้อนใหญ่มาได้จากเกาะญี่ปุ่น แต่ข้อมูลยังไม่แน่ชัด จนกระทั่งสำนักข่าวญี่ปุ่นรายงานยืนยันว่า“บริษัท คอยน์เช็ก”(Coincheck)ออกแถลงการณ์ยอมรับแล้วว่าเป็นบริษัทตัวเอง และกล่าวขอโทษอย่างสุดซึ้งก่อนประกาศระงับการฝากและถอนเงินสกุลดิจิทัลชั่วคราว
 

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


          ยูสุเคะ โอทสึกะ (Yusuke Otsuka)ผู้บริหารบริษัทคอยน์เช็ก ที่รับทำธุรกรรมรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของญี่ปุ่นอธิบายว่ าสกุลเงินที่ได้รับความเสียหายคือ“เน็ม”(NEM) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ โดยมีผู้ร้ายลักลอบเจาะเอาไปจากระบบ 523 ล้าน หรือ เทียบเท่ากับ 5.8 หมื่นล้านเยน ประมาณ1.67หมื่นล้านบาท
 
          ถือว่าเป็นเหตุโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ามากสุดในโลก
 
          เพราะสามารถทำลายสถิติ การฉก “บิทคอยน์” เงินสกุลดิจิทัลชื่อดังเมื่อ2ปีที่แล้วมูลค่าประมาณ1.2-1.5หมื่นล้านบาท และเป็นการฉกจากบริษัทของประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน จากเหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ญี่ปุ่นพยายามปกป้องรักษาระบบเงินดิจิทัลให้มีมาตรฐานความปลอดภัยเท่าเงินทั่วไป แต่ยังมีช่องโหว่ให้โจรแฮกเกอร์ทะลวงเข้าไปได้

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


 
          แม้ว่าสังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจหรือสนใจการทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิทัลมากนัก นอกจากกลุ่มนักเล่นเกม เซียนคอมพิวเตอร์ นักเก็งกำไรหรือนักธุรกิจที่จำเป็นต้องค้าขายกับบริษัทต่างชาติที่ใช้เงินดิจิทัล แต่การพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนBlockchain ทำให้เกิดสกุลเงินของคนในโลกออนไลน์ แล้วนำมาซื้อขายสินค้ากันจริง ๆ
 
          หรือที่เรียกกันว่าการซื้อขายเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่: Cryptocurrency) โดยเฉพาะสกุลเงินบิทคอยน์ (Bitcoin)เป็นที่นิยมกันทั่วโลก เพราะถือเป็นสกุลเงินที่หลากหลายและไม่ต้องงอนง้อกลุ่มธนาคาร ที่เอารัดเอาเปรียบ มีขั้นตอนซับซ้อน คิดค่าบริการกับค่าแลกเปลี่ยนเงินตราแสนโหดร้ายทารุณ
 ข้อดีของ เงินดิจิทัล คือเป็นเทคโนโลยีการเงินที่ทำให้ผู้บริโภคเป็นอิสระหลุดพ้นจากการควบคุม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและตรวจสอบกันและกัน มีความเป็นส่วนตัวจากอำนาจมืดของหน่วยงานรัฐ เป็นการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจบนเครือข่ายไปสู่ประชาชน

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


 
          ส่วนข้อเสียคือยัง ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่ให้การรับรองอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานรัฐ มีเพียงประเทศใหญ่เท่านั้น เช่น อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่นสหภาพยุโรปบางประเทศ ฯลฯ เนื่องจากยังไม่แน่ใจในความปลอดภัยของระบบการเงินหรือสินทรัพย์ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมีโอกาสที่จะถูกโจรกรรมโดยกลุ่มโจรคอมพิวเตอร์หรือ แฮกเกอร์มือฉมังได้ได้ ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่น
 
          คำถามสำคัญที่ผู้ทำธุรกิจธุรกรรมเกี่ยวกับเงินในโลกไซเบอร์อยากรู้มากสุดตอนนี้ คือ
 
          วิธีไล่ล่าหัวขโมยโจรไซเบอร์ ที่บังอาจก่อคดีปล้นเงินดิจิทัลมูลค่าสูงสุดในโลกนี้ได้อย่างไร?
           
          “สถาพน พัฒนะคูหา” กรรมการผู้จัดการบริษัทSmartContract ThailandและBLOCK M.D.ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน อธิบายให้ฟังว่า เหตุการณ์ขโมยเงินNEMนั้น ไม่ได้เกิดที่ตัวระบบบล็อกเชนแต่เกิดจากความผิดพลาดของบริษัทคอยน์เช็ก ซึ่งตอนนี้เจ้าของยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก บอกเพียงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือของคนในบริษัท
 
          “ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าความผิดพลาด 2 ประการใหญ่ที่ทำให้ถูกปล้นเงินไปหมื่นกว่าล้านบาท น่าจะมาจาก 1เก็บเงินคริปโตฯจำนวนมากไว้ใน ฮ๊อตวอลเลท (hot wallet)หรือ กระเป๋าเงินคริปโตฯแบบที่ต่อเชื่อมอยู่กับอินเทอร์เน็ต ซึ่งเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาโจมตีได้ง่ายขึ้น และ 2 การเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเงินแบบที่ใช้ลายเซ็นต์อิเล็กทรอนิกส์เพียงลายเซ็นต์เดียว ทำให้สามารถถอนเงินออกได้ทันที ทั้งที่ปกติแล้วสิ่งที่บริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลเหล่านี้ควรเก็บเงินคริปโตฯส่วนใหญ่ไว้ใน โคลด์วอลเลท (cold wallet)หรือกระเป๋าเงินคริปโตที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วใช้ระบบที่ต้องการลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าหนึ่งลายเซ็นในการอนุมัติการทำธุรกรรม หรือที่เรียกว่าmultisig walletเพื่อเพิ่มความปลอดภัย”

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


 
          “สถาพน” สรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดให้ฟังว่า หลักฐานตอนนี้เท่าที่มีคือเงินหมื่นกว่าล้านบาทหรือ 523 ล้านของเงินสกุลXEMของNEMที่ถูกขโมยไปนั้น ถูกแบ่งกระจายไปเก็บอยู่ในบัญชี 11 บัญชี และล่าสุดเจ้าหน้าที่จากFinancial Service Agency (FSA)ของญี่ปุ่นได้เข้าไปทำอาการอายัดคอมพิวเตอร์และเอกสารจากบริษัทคอยน์เช็กเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนแล้ว และได้ประกาศว่าจะตรวจสอบทุกexchangeในญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งความท้าทายในการสืบสวนหาผู้กระทำผิดคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นเจ้าของบัญชีนี้ และจะหาหลักฐานมาได้อย่างไรที่จะนำไปสู่การจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดได้ ตอนนี้ทางNEM foundationได้ติดข้อความเตือนไว้กับบัญชีทั้ง 11 บัญชีแล้ว ข้อความดังกล่าวคือ
 
          "coincheck_stolen_funds_do_not_accept_trades : owner_of_this_account_is_hacker."
 
          หมายความว่า ต่อไปนี้ใครก็ตามที่จะมาติดต่อทำธุรกรรมกับบัญชีเหล่านี้ จะได้รู้ว่านี้คือบัญชีที่เกี่ยวของกับแฮกเกอร์และเป็นเงินที่ถูกโจรกรรมมาจาก “บริษัท คอยน์เช็ก” นอกจากนี้เจ้าของบริษัทยังได้แจ้งไปกับกลุ่มซื้อขายเงินดิจิทัลรายใหญ่ทั่วโลก ให้งดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินคริปโตฯ กับบัญชีที่มีข้อความข้างต้นด้วย รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือช่วยแกะรอยและแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของเงินที่ถูกขโมยไป
  
          "แต่ในความเป็นจริงแล้ว แฮกเกอร์ ยังมีวิธีหลบเลี่ยงไปใช้cryptocurrency exchangeที่ไม่ทำการยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชี (KYC)ได้อยู่ดี และหากแฮกเกอร์สามารถแลกเงินที่แฮกมาได้ไปเป็นเงินcryptoสกุลที่ไม่สามารถตามรอยได้ จะทำให้ความพยายามติดตามร่องรอยแทบทำไม่ได้เลย ความเคลื่อนไหวล่าสุดตอนนี้คือ ระบบตรวจสอบเห็นว่ามีการพยายามส่งเงินออกมาจากบัญชีแฮกเกอร์ไปยังเลขบัญชีที่สร้างขึ้นมาแบบสุ่มหลายร้อยครั้ง และมีความพยายามโอนเหรียญที่ถูกขโมยมานี้ไปที่บัญชีสำหรับระดมทุนICO(Initial Coin Offering)ที่ฟิลิปปินส์ และโอนเข้าบัญชีของexchangeที่สาธารณะรัฐเชค,สหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ด้วย

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


 
          ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นอธิบาย การปล้นเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ๆ ของโลก ส่วนใหญ่เกิดกับระบบแลกเปลี่ยนเงินคริปโต (cryptocurrency exchange)หรือ กระเป๋าเงินคริปโต (cryptocurrency wallet)แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการและหน่วยงานกำกับดูแล จำเป็นต้องตระหนักว่าการแลกเปลี่ยน (exchange)เป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีแบบนี้มาโดยตลอด เป็นจุดอ่อนสำคัญที่เคยถูกโจมตีสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง แนวทางการกำกับดูแลexchangeจากภาครัฐในหลาย จะมีข้อกำหนดทางเทคนิคไว้ให้ชัดเจนเลยว่าจะมีวิธีตรวจสอบตัวตนเจ้าของบัญชี (KYC)ไปจนถึงการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของผู้ให้บริการ รวมถึงการให้ผู้ให้บริการนำเสนอแผนรองรับการโจมทีทางไซเบอร์ และแผนการบริหารความเสี่ยงไว้ด้วย ก่อนให้ใบอนุญาต และผู้ใช้งานก็ควรเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการexchangeที่มีระบบที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่ดี
 
          "และไม่ว่าจะมีการกำกับดูแลจากภาครัฐหรือไม่ ผู้ใช้บริการexchangeก็ควรเรียกร้องให้ผู้บริการมีมาตรการที่ชัดเจนว่าหากมีเหตุการณ์โดนแฮกหรือความผิดพลาดใดๆที่เกิดจากผู้ให้บริการเอง ผู้ให้บริการจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง และจะชดเชยหรือเยียวยาลูกค้าผู้เสียหายอย่างไร ซึ่งในกรณีการโจรกรรมที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ "บริษัท คอยน์เช็ก" ประกาศว่าจะชดเชยให้ลูกค้าในราคา 0.81 ดอลลาร์ต่อเหรียญ จากราคา 0.94 ต่อเหรียญในวันที่ระบบถูกแฮก" สถาพน พัฒนะคูหา กล่าวแนะนำทิ้งท้าย
 
          ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีการเงินรูปแบบนี้อย่างไร?
 
          ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมฟินเทคประเทศไทย(Thai Fintech Association)แสดงความเห็นว่า การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งเป็นระบบที่กระจายข้อมูลให้ทุกคนเก็บและทุกคนช่วยกันคำณวน ต่อยอดกันเป็นลูกโซ่ไปได้เรื่อย ๆ และสามารถส่งต่อเป็นทอดๆได้ด้วยสามารถตั้งระบบให้เป็นส่วนตัวแค่ไหนก็ได้ เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในกเรื่องของ เอกสาร สัญญา ธุรกรรมการเงิน การซื้อขายสินทรัพย์ ลิขสิทธิ์ การดาวน์โหลด การโฆษณาส่งต่อลิงค์ ฯลฯ

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


  
          "เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าบล็อกเชนคือเทคโนโลยี เหมือน ระบบอินเตอร์เน็ต ที่เป็นเน็ตเวิร์ค

          ส่วนการซื้อขายเงินดิจิทัล หรือพวกสกุลเงินคริปโต คือการเอาเทคโนโลยีมาใช้ เหมือนเราใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตกับโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้ระบบออนไลน์ไปเติมเงิน เพื่อเอาไปเล่นเกมหรือซื้อเหรียญในแชทไลน์เพื่อเอาไปซื้อสติกเกอร์"
 
          เมื่อถามถึงความปลอดภัย?
 
          “ความเห็นส่วนตัวของผม การรักษาความปลอดภัยของสกุลเงินดิจิทัลไม่ต่างกันกับการรักษาสกุลเงินธรรมดาถ้าคุณแฮกหรือแอบเข้าไปแทรกแซงระบบของธนาคารไม่ได้ ก็ใช้วิธีแอบถามเอาพาสเวิดร์จากคนที่เป็นเจ้าของได้ หรือคุณถือปืนไปปล้นธนาคารสำนักงานใหญ่ไม่ได้ เพราะมีระบบปลอดภัยแน่นหนา คุณก็ใช้วิธีไปปล้นสาขาย่อย หรือไปงัดตู้เอทีเอ็ม หรือดักปล้นรถขนเงินได้สรุปคืออยู่ที่ระบบความปลอดภัยที่คุณตั้งไว้ว่าอยากมีกี่ระดับ ถ้าอยากได้ปลอดภัยมากก็ต้องลงทุนมาก กรณีของบริษัทคอย์นเช็กของญี่ปุ่น ก็เป็นแค่เหมือนเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงิน ที่ระบบเจ้าหน้าที่ป้องกันความปลอดภัยไม่ดี ก็เลยโจรเดินเข้ามาปล้นเงินไปก็เท่านั้น”
 
          พร้อมกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า
 
          "ในอนาคตเทคโนโลยีบล็อกเชนต้องเข้ามาแน่นอน ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลไทยจะไปมีสิทธิเลือกว่าจะเอาหรือไม่เอา ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่าจะใช้หรือไม่ใช้ หรือไว้ใจได้ ไว้ใจไม่ได้ นี่คือแก่นแท้ของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อก้าวข้ามขอบเขตรัฐ และให้สิทธิกับประชาชนอย่างแท้จริง"
 
          สำหรับคนไทยทั่วไป อาจคิดว่าเรื่องของเงินดิจิทัลหรือคริปโตฯ เป็นเรื่องไกลตัวคงอีกนานกว่าจะได้ใช้จริง..
 
          แต่อีกไม่นานอาจคุ้นเคยและต้องใช้บริการเนื่องจาก บริษัทไลน์(Line)หรือ โปรแกรมแชท “ไลน์” ของญี่ปุ่น ที่คนไทยนิยมใช้ส่งภาพ ส่งข้อความและสติกเกอร์ทักทายสวัสดีตอนเช้านั้น ขณะนี้ทั่วโลกมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า600ล้านคน
 
          เมื่อต้นปี2561“ไลน์” ได้ประกาศว่าจะเปิดให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ของตัวเองและได้มีการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานดูแลการบริการด้านการเงินของญี่ปุ่น (Financial Services Agency : FSA)เพื่อขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
 

 

วิธีล่าโจรไซเบอร์!...“คดีปล้นเงินดิจิทัล” มูลค่าสูงสุดในโลก


          หมายความว่า อีกไม่นานคนไทยจะเริ่มก้าวเข้าสู่การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลอย่างจริงจัง เพราะจะมีบริการให้กู้ยืมเงิน ประกันภัย ฯลฯ ผ่านโปรแกรมแชทไลน์มากขึ้น หากบริการนี้ประสบความสำเร็จในประเทศไทย เงินบาทเงินเยนหรือสกุลเงินต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้น จะถูกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ
 
          คำถามคือหน่วยงานรัฐและตำรวจไทยมีความพร้อมและความเข้าใจมากน้อยเพียงไร หากมีคนไปแจ้งความว่าถูกขโมยเงินคริปโตฯของไลน์
 อย่าลืมว่า....ในวันนี้คนไทยประมาณ 53ล้านคน ใช้โปรแกรมไลน์ ถือเป็นอันดับสองของโลกรองจากญี่ปุ่น